|
โดย น. พ. อรุณ สวนศิลป์พงศ์
ถ้าเจ็บป่วยอยู่เมืองไทยจะขอความช่วยเหลือจากโซเชี่ยลฯได้ไหม
ถาม
สามีดิฉัน ไปเมืองไทย และหกล้ม ไม่ได้สติ และต้องเข้าโรงพยาบาลที่เมืองไทย หลายเดือนแล้วค่ะ เห็นหมอบอกว่า คงจะเดินไม่ได้ไปอีกนาน เพราะต้องทำกายภาพบำบัด และตอนนี้อาการดีขึ้น แต่ความจำค่อนข้างจะเลอะเลือน บางครั้งก็มีอารมณ์เกรี้ยวกราดคนรอบข้างเอาง่ายๆ บางทีก็มีอาการเหมือนคนหูแว่ว ก่อนที่เขาจะไปพักร้อนที่เมืองไทย ก็เคยทำงานที่สหรัฐหลายปี อยากทราบว่าสามีจะยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจาก ประกันสังคม (Social Security) ได้หรือไม่ และจะติดต่ออย่างไรคะ?
ตอบ
หมอไม่ทราบว่า สามีคุณอายุเท่าไร โดยทั่วไป การขอรับความช่วยเหลือของประกันสังคมนั้น ถ้าหากอยู่นอกประเทศก็ต้องติดต่อกับสถานทูต หรือ สถานกงสุล ในประเทศที่อยู่ (ดูบทความตอนที่ 2 ระบบประกันสังคมของสหรัฐ) กรณีนี้ คุณก็ต้องติดต่อที่ประเทศไทย ซึ่งมีแผนก Federal Benefits
จากอาการเจ็บป่วยที่คุณบอกมาคร่าวๆ คุณคงจะต้องไปติดต่อเอง ซึ่งในกรณีนี้ ถ้าหากสามีคุณได้รับเงินช่วยเหลือ คุณก็อาจจะเป็นคนรับผิดชอบแทนสามีคุณทางด้านการเงิน (Representative payee)
แต่ถ้าคุณจะจ้างทนายเดินเรื่องให้ ก็สามารถทำได้ ในกรณีนี้ ทนายก็สามารถจะเก็บค่าทนาย ตามแต่ที่จะตกลงกัน แต่ทนายไม่สามารถเก็บเงินเกินกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเงินที่สามีของคุณจะได้รับ หรือไม่เกิน 5,300 ดอลล่าร์ (เงินค่าทนายจำนวนสูงสุด ที่ทนายจะเก็บจากลูกความ ที่ SSA กำหนด เพิ่มจาก 4,000 ดอลล่าร์ เมื่อก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2002 ปัจจุบันเพิ่มเป็น 5,300 ดอลล่าร์) เงินจำนวนนี้ จะเป็นเงินที่หักจากเงินที่สามีคุณจะได้รับย้อนหลังจาก SSA
โดยทั่วไป สามีคุณต้องทำงาน อย่างน้อย 40 Qualified quarters (1 quarter หรือ 1 ไตรมาส= 3 เดือน) ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ จากเงิน SSDI (ดูบทความตอนที่ 1) แต่ถ้าอายุน้อย ก็ไม่จำเป็นต้อง ทำถึง 40 quarters ซึ่งเวลาที่ไปยื่นเรื่องสมัคร เจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจเช็คได้จากคอมพิวเตอร์ ว่าสามีคุณทำงาน และจ่ายภาษี FICA (Federal Insurance Contribution Act) หรือเรียกกันง่ายๆว่าภาษีโซเชี่ยลไปเท่าไร และ SSA จะมีสูตรคำนวณว่า ต้องทำงานจ่าย FICA นานกี่ Qualified quarters ถึงจะมีสิทธิ์
ถ้าหากสามีคุณมีสิทธิ์ได้รับเงิน เจ้าหน้าที่เขาจะรับใบสมัคร และส่งเรื่องมาที่สำนักงานใหญ่ ในเมือง Baltimore, Maryland (โดยผ่านสำนักงานประกันสังคมที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์) ซึ่งจะมีแผนกต่างประเทศ และจะติดต่อขอเอกสารจากแพทย์ และโรงพยาบาลที่รักษา ถ้าเอกสารเป็นภาษาไทย เขาก็จะส่งแผนกในสำนักงาน SSA แปลเป็นภาษาอังกฤษอีกทีหนึ่ง
เนื่องสามีคุณอยู่ที่เมืองไทย โอกาสที่จะได้เงินช่วยเหลือก็คงจะเป็นเงิน SSDI มากกว่าที่จะได้รับ จาก SSI หรือ ทั้งสองอย่าง (ดูบทความตอนที่ 1 และ 2) เนื่องจากเงิน SSI เป็นเงินที่รัฐบาลสหรัฐให้การช่วยเหลือพลเมืองที่ยากจน เจ็บป่วยทุพพลภาพ และต้องอยู่อาศัยในสหรัฐเท่านั้น ถ้าหากออกนอกประเทศเกิน 30 วันก็จะตัดเงินช่วยเหลือไป ส่วนเงิน SSDI ไม่มีปัญหาในการมีภูมิลำเนานอกประเทศสหรัฐ
ในกรณีของสามีคุณน่าสนใจมาก แต่ถ้าหมอมีรายละเอียดมากกว่านี้ ก็จะสามารถตอบได้ละเอียดมากขึ้น แต่ก่อนอื่นคุณต้องไปยื่นเรื่องสมัครขอความช่วยเหลือให้สามีคุณก่อน ถ้ามีปัญหาหลังการติดต่อก็ถามมาใหม่ได้ครับ.
|