HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
Friday October 31, 2014 04:01
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน

 

หน้าแรกสยามมีเดีย | ข่าวเมืองไทย
ศาลเขมรนัดตัดสิน7ไทย ระทึก"1กุมภา" "วีระ"เหนื่อยดิ้นประกัน
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 มกราคม 2554

มีความคืบหน้ากรณีทางการกัมพูชาจับกุม 7 คนไทย และอยู่ในระหว่างการได้ประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 มกราคมว่า สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้แจ้งมาว่า ศาลกัมพูชาได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดี 7 คนไทยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตามศาลกัมพูชายังไม่มีการแจ้งให้ทราบรายละเอียดว่า ในวันชี้ชะกรรมคนไทยทั้ง 7 ดังกล่าวศาลจะพิพากษาคดีเฉพาะข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและเข้า พื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือจะรวมข้อหาประมวลข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการป้องกันประเทศด้วย

"วีระ"ลุ้นเหนื่อยทั้งประกัน-คดี

ทั้งนี้น่าสนใจว่า สำหรับ 5 คนไทย รวมถึงนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่แน่นอนว่าได้ลุ้นคำพิพากษานอกคุกเนื่องจากได้รับการประกันตัวแล้ว แต่สำหรับนายวีระ สมความคิด ซึ่งถูกเพิ่มข้อหาจารกรรมและเป็นผู้เดียวที่ไม่ได้ประกันตัวยังต้องลุ้นต่อ ไปว่าเขาจะได้รับการประกันตัวในชั้นฏีกาหรือต้องติดคุกเขมรยาวจนถึงวัน พิพากษาคดี

ทนายถก"วีระ"ยื่นอุทธรณ์ฏีกา

มีรายงานว่า ขณะนี้นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ อยู่ระหว่างการพูดคุยกับ 6 คนไทยที่ทำเนียบทูต เกี่ยวกับแนวทางการสู้คดี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีลูกความคนใดแจ้งขอเปลี่ยนตัวทนายความ ส่วนนายวีระ สมความคิด ที่ยังอยู่ในเรือนจำเปรซอว์ทางทนายชาวกัมพูชากำลังหารือเพื่อร่างคำร้องขอ อุทธรณ์เรื่องการประกันตัวต่อศาลฎีกา คาดว่าหลังร่างเสร็จก็จะยื่นทันที

เตรียมร้องขอเปลี่ยนล่ามด้วย

นอกจากนี้ยังได้หารือถึงเรื่องการเปลี่ยนตัวล่ามของศาลด้วย เนื่องจากขณะนี้ทางสถานทูตได้จัดหาล่ามไว้ให้แล้ว 1 คน แต่ก็ต้องรอคำตอบจากนายวีระว่าจะเลือกล่ามที่จัดหามาให้หรือไม่ เพราะทราบว่านายการุณ ใสงาม นักกฎหมายของเครือข่าย ที่พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมกับคดีก็พูดภาษากัมพูชาได้

จ้างทนายความเขมรคนใหม่

นายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติซึ่งเดินทางไปกัมพูชาเพื่อช่วยคดีความให้นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ได้เข้าเยี่ยม 6 คนไทยที่สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงพนมเปญ ก่อนเข้าเยี่ยมนายวีระ ที่เรือนจำเปรย์ซอว์โดยเตรียมพยานหลักฐานพร้อมแต่งตั้งทนายความชาวเขมรคน ใหม่เพื่อเตรียมยื่นประกันตัวต่อศาลฎีกาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกันน.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล พร้อมคณะจิตแพทย์ ได้เดินทางมาถึงกรุงพนมเปญเพื่อเข้าตรวจสุขภาพและพูดคุยกับ 6 คนไทยที่ได้รับการประกันตัวชั่วคราว ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ

กต.ชี้พิพากษา1ก.พ.ยังไม่ยืนยัน

นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกรณีการกรณีที่มีกระแสข่าวว่าศาลกัมพูชาได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีทั้ง 7 คนไทย ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ว่า

ตนยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว แต่เข้าใจว่าเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันถึงวันและเวลาที่แน่นอน

"มาร์ค" นัดทุกฝ่ายช่วย7คนไทย

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าการช่วยเหลือ 7 คนไทย ว่า ในเวลา 12.00 น.วัน 20 มกราคม ตนจะนัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาอีกครั้ง ซึ่งน่าจะได้แนวทางช่วยเหลือที่ชัดเจน ส่วนวันที่ทางกัมพูชาจะมีการนัดตัดสินคดีนั้นกำลังให้ตรวจสอบกันอยู่ สำหรับกรณีของนายวีระ สมความคิดนั้น ก็ได้มีการประสานกันอยู่ในเรื่องการอุทธรณ์ชั้นฎีกา เพื่อหาทางให้เขาได้ออกมาก่อน

ย้ำต้องช่วย"วีระ"ออกมาให้ได้

เมื่อถามว่า กรณีของนายวีระ ความหวังที่จะได้ประกันตัวได้มากน้อย แค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า ต้องพยายามทำต่อ ต้องคิดในแง่ที่ว่ารอบแรกเราได้สองคน รอบที่สองได้มาอีกสี่คน ก็ต้องพยายามทำให้ได้ เมื่อถามต่อว่า มีการอ้างว่า นายวีระจะไม่ได้รับความปลอดภัย นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเดี๋ยวเราบอกว่าเราดูแลได้ เพราะถ้าเขามาอยู่สถานทูตเขาจะ

ยันตร.จับไชยวัฒน์ตามกฏหมาย

เมื่อถามต่ออีกว่า การที่มีศึกนอกศึกใน เช่น กรณีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติโดนจับกุมตัวในข้อหาบุกสนามบิน สุวรรณภูมิ จะทำให้เกิดม็อบขึ้นมาอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่จริงเราไม่ได้ค้านประกัน ส่วนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดูแนวปฏิบัติให้เสมอภาคกันไม่ว่าจะ เป็นกลุ่มไหน

"ผมได้สอบถามทางตำรวจ เขาได้ชี้แจงว่า เขาเองมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายแต่ก็มีเสียงท้วงติง ผมกำลังสอบถามอยู่ "นายกรัฐมนตรีกล่าว

วอนทุกฝ่ายต้องพอดีไม่ให้เผชิญหน้า

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการชุมนุมจะบานปลาย นายกฯ กล่าวว่า ต้องพยายามดูแล อย่าไปสร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหาขึ้น แต่ทุกฝ่ายต้องมีความพอเหมาะพอดีในทุกเรื่อง อย่างที่บริเวณหน้าทำเนียบฯ ได้พยายามพูดคุยกันมา ตอนนี้เข้าใจว่ากำลังจะเปิดการจราจรได้บ้างแล้ว ซึ่งความจริงแล้วก็ควรจะเปิดให้ได้ตลอด

"เทือก"หวังศาลให้ความยุติธรรม

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยพยายามหาทุกช่องทางในการพูดคุยเจรจากับกัมพูชา โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม มาถึงวันนี้เหตุการณ์คลีคลายในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าในที่สุดทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาพปกติ และเชื่อว่าศาลกัมพูชาจะพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรม และมีเมตตา

เตรียมแนวทางขออภัยโทษ

"เท่าที่ติดตามระบบศาลของกัมพูชาก็เหมือนกับศาลประเทศไทย เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วทางฝ่ายญาติของผู้เสียหายสามารถยื่นขออภัยโทษได้ ทุกอย่างก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน แต่ผมคงไปตอบแทนไม่ได้ว่าจะได้รับการอภัยโทษหรือไม่ แต่เชื่อมั่นว่าผู้นำฝ่ายกัมพูชา และผู้นำฝ่ายไทยต่างมีความปรารถนาให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาไป ด้วยดี"นายสุเทพกล่าว

ชี้รวบไชยวัฒน์ทำตามหมายจับ

เมื่อถามถึง กรณีที่การจับกุมตัวนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราน นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการจับกุมตามหมายศาลเพราะสองคนนี้เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาไว้ในการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีผู้ต้องหา 100 กว่าคนซึ่งประมาณ 100 คนมามอบตัวแล้วและเหลืออยู่ 7 คนที่ไม่มามอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปขออำนาจศาลเพื่อติดตามจับกุม

ย้ำทำตรงไปตรงมาไม่ใช่สกัดม็อบ

"นายไชยวัฒน์ และ นายสมบูรณ์ ก็เป็น2 คนใน 7 คน ซึ่งบังเอิญนายไชยวัฒน์ ไปแสดงตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ต้องดำเนินการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมาไม่มีอะไร ทั้งนี้พี่น้องประชาชนต้องแยกกัน เพราะเป็นการจับกุมในคดีเก่า ไม่ใช่เรื่องของการมาชุมนุมในครั้งนี้"นายสุเทพกล่าว

บอกไม่ห่วงม็อบชุมนุมยืดเยื้อ

เมื่อถามถึง ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลอาจจะยืดเยื้อ นายสุเทพ กล่าวว่า การชุมนุมไม่ว่าจะกลุ่มไหน ตนขอความกรุณาผู้ชุมนุนต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลรักษากฎหมาย เจ้าหน้าทีตำรวจต้องกำกับควบคุมให้การชุมนุมเป็นไปอย่างถูกต้องชอบธรรม ตามที่กฎหมายกำหนด ต้องไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน

เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือมว่าการชุมนุนมจะขยายวงกว้างออกไป นายสุเทพ กล่าวว่าตนไม่ห่วงเพราะมีหน้าที่ต้องทำร่วมกับข้าราชการทั้งหลายเพื่อแก้ ปัญหาบ้านเมืองให้มีความสงบเรียบร้อยให้ได้

หิ้ว"ไชยวัฒน์-สมบูรณ์"ฝากขัง

สำหรับความคืบหน้าหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาตินั้น เมื่อเวลา 09.15 น.

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดกองปราบปราม กว่า 20 นาย ควบคุมตัวนายไชยวัฒน์ และนายสมบูรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ชุมนุมหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองมาขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 ม.ค.นี้

ทนายความรับข้อหาไม่ได้คัดค้าน

โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกันตัว หากผู้ต้องหาทั้ง 2 จะไม่กลับไปร่วมการชุมนุม หรือกิจกรรมทางการเมืองอื่นใด อันมิใช่การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้สัมภาษณ์ในทางที่เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน ดำเนินคดี

ด้านนายศักดิ์ชัย เข็มทอง ทนายความผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังจากหารือกับนายไชยวัฒน์ และนายสมบูรณ์ และยืนยันจะไม่ยื่นขอประกันตัวเนื่องจากรับไม่ได้กับข้อกล่าวหาของพนักงาน สอบสวน แต่จะยื่นคัดค้านคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนแทน

ศาลเปิดไต่สวนคำร้องทั้งสองฝ่าย

ต่อมาศาลได้เปิดไต่สวนคำร้องคัดค้านการฝากขังของผู้ต้องหา ซึ่งอ้างว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจฝากขัง เนื่องจากการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว จึงต้องส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการพิจารณาต่อ ขณะที่ ฝ่ายพนักงานสอบสวนยืนยันว่า คดียังอยู่ระหว่าง เสนอสำนวนการสอบสวน พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณา และยังต้องรอผลตรวจประวัติอาชญากรผู้ต้องหา จึงมีความจำเป็น ต้องนำตัวผู้ต้องหามาขออำนาจศาลฝากขัง

ศาลอนุญาต-ต้องระเห็จนอนคุก

กระทั่งเวลา 15.30 น.ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า กระบวนการสอบสวนคดีของพนักงานสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นตามที่ผู้ต้องหาอ้าง เนื่องจากสำนวนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อลงความเห็นของผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ พนักงานสอบสวนจึงมีสิทธิฝากขังผู้ต้องหาได้ จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งได้ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน และให้ยกคำร้องคัดค้านของผู้ต้องหา

จากนั้นเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายไชยวัฒน์ และนายสมบูรณ์ ขึ้นรถเรือนจำไปควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยมีกลุ่มพันธมิตรฯ ประมาณ 40 คนส่งเสียงให้กำลังใจ

ม็อบบางตาหลังแกนนำถูกรวบ

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายฯ ที่บริเวณด้าหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งประตู 4 นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายไชยวัฒน์ และนายสมบูรณ์ ถูกจับกุมทำให้ขาดแกนนำม็อบอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้การชุมนุมไม่คึกคักมากนัก โดยมีผู้ชุมนุมประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายของกองทัพธรรมจากสำนักสันติอโศก

รุมประณามรบ.-ตร.ไม่จริงใจ

นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ได้แถลงประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้กำลังเข้าจับกุมนายไชยวัฒน์ และนายสมบูรณ์ ว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่ได้มีความจริงใจต่อการต่อสู้ของภาคประชาชน เสมือนเป็นการคุกคามให้เครือข่ายยุติการชุมนุม ทั้งที่ความจริงแล้วเครือข่ายฯจะยุติการชุมนุมหลังถวายฏีกาเสร็จ

ยกระดับชุมนุมจนกว่าจะชนะ

นายสุนทร กล่าวด้วยว่า ทางเครือข่ายได้ประชุมกันและมีมติ 5 ข้อ 1.ขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐบาลในครั้งนี้ 2.จะให้อิสระนายไชยวัฒน์ วรพัฒน์ธนาชัย ผู้ติดตามเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ และนายสมบูรณ์ ต่อสู้เพื่อให้เพิกถอนหมายจับที่ตั้งข้อกล่าวหาไม่ชอบธรรม 3.สนับสนุนและช่วยเหลือนายโชคพิสิฐ ในการต่อสู้คดีถูกตำรวจยัดข้อหาไม่ชอบธรรม และจะฟ้องกลับทั้งอาญาและแพ่งต่อไป 4.จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำรุนแรงเกินกว่าเหตุและทำร้ายบุคคลอื่นจน ได้รับบาดเจ็บ และ 5.ยกระดับการชุมนุม เป็นการชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะได้รับชัยชนะ และพร้อมเข้าร่วมเป็นพลังแผ่นดินเพื่ออภิวัฒน์ประเทศไทยต่อไป

โวยเป็นแผนรบ.สกัดสารพัดสี

พร้อมทั้งเชื่อว่า การจับกุมแกนนำครั้งนี้เป็นแผนของรัฐบาลที่จะปรามเครือข่ายฯไม่ให้เคลื่อน ไหวกดดันหนักขึ้น เพราะฝ่ายรัฐประเมินว่าหากเครือข่ายฯยังปักหลักชุมนุมไล่รัฐบาลอยู่แบบนี้ แล้วเสื้อแดงออกมาวันที่ 23 ม.ค.จากนั้นวันที่ 25 ม.ค.เสื้อเหลืองออกมาชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ จะกลายเป็นการสามัคคีสามเส้ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้กลายเป็นคนทุกสีมารวมตัวกัน

รับอาสาเป็นโซ่ข้อกลางรักษาปท.

"กลุ่มเครือข่ายฯพร้อมจะมีบทบาทเป็นโซ่ข้อกลางเชื่อมพลังระหว่างสีเหลือง และสีแดงให้เข้ามามีจุดยืนเดียวกันคือรักษาบ้านเมือง และจะรณรงค์คนทุกสีให้"โนโหวต"ไม่เอานักการเมืองปัจจุบัน หากผลโนโหวตออกมาเกินร้อยละ 51 ของผู้ลงคะแนนเลือกตั้งก็เท่ากับว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ต้องการ นักการเมืองแบบที่มีอยู่"นายสุนทรกล่าว

เตรียมถวายฏีกาขอพระราชทานม.7

และว่าจากนั้นทางกลุ่มจะถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้ทรง ใช้ม.7 แห่งรัฐธรรมนูญ ให้ทรงพระราชทานอำนาจคืนกลับมาสู่ประชาชน อาจจะเป็นการแต่งตั้งบุคคลเข้ามาเป็นราชประชาสมาศัย เหมือนที่เคยเกิดขึ้นหลัง 14 ตุลา 2516 เพื่อแต่งตั้งผู้แทนขึ้นมาเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

โชว์เอกสารซัดตำรวจจับผิดตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานในการแถลงข่าว นายโชคพิสิฐ วรพัฒน์ธนาชัย ผู้ติดตามเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ แสดงเอกสารบันทึกการจับกุมตัวที่อ้างว่าตำรวจจับกุมผิดตัว และยัดข้อหานายโชคพิสิฐว่าต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าหน้าที่พนักงานในการปฏิบัติ หน้าที่ โดยจะต่อสู้คดี และฟ้องกลับ พ.ต.อ.จำลอง สว่างวงศ์ ผกก.กก.สส.บก.น.6 และพวก และยืนยันจะสู้ในข้อกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา

สาวม็อบอ้างถูกทำร้ายร่างกาย

จากนั้นน.ส.พรทิพา สุพัฒนุกุล อ้างว่าเป็นสื่อมวลชนช่อง 13 สยามไทย ที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกาย ได้กล่าวว่า ตนถูกทำร้ายร่างกายระหว่างจับกุมนายไชยวัฒน์ ตนจึงไปหาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและขอใบรับรองแพทย์มายืนยัน ทั้งนี้ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจชุดจับกุมที่ สน.ปทุมวัน ทั้งนี้ตนไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการต่อไป

ยื่นหนังสือจี้นายกฯเร่งช่วย7คนไทย

นอกจากนี้กลุ่มเครือข่ายฯ ได้อ่านเอกสารด่วนที่หม่อมหลวงวัลย์วิภา จรูญโรจน์ บุรุษรัตนพันธุ์ ที่ส่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องขอให้รัฐบาลใช้สิทธิที่มีอยู่ในสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้าย ข้ามแดน ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ช่วยเหลือ 7 คนไทยที่ถูกจับ เพื่อส่งกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดด้วยความสวัสดิภาพ จากนั้นได้ยื่นเอกสารดังกล่าวผ่าน นายคณิสร เมืองเนาว์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน และองค์กรประชาชน ทำเนียบรัฐบาล

"บรรณวิทย์"โผล่ร้องผบ.ตร.

ต่อมาพล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานสมัชชาประชาชน แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย น.ส.พรทิพา เข้ายื่นหนังสือและซีดีบันทึกการจับกุมนายไชยวัฒน์ร้องเรียนต่อผบ.ตร.กรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจประพฤติมิชอบในการจับกุมตัวนายไชยวัฒน์ เนื่องจากกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยมีพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตร.เป็นตัวแทนรับมอบ

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบและในวันที่ 25 นี้กลุ่มสมัชชาประชาชนจะไปร่วมชุมนุมใหญ่กับกลุ่มพันธมิตร"นายบรรณวิทย์ กล่าว

ตำรวจยันไม่ได้รุนแรงเกิดเหตุ

ด้านพล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า จะส่งเรื่องให้ผบ.ตร.พิจารณาสั่งการต่อไป แต่เบื้องต้นตำรวจก็ไม่ได้มีการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกระทำไปตามกฎหมาย มีการแสดงหมายก่อนที่จะจับกุม ซึ่งจะต้องไปดูหลักฐานต่างๆโดยละเอียดอีกครั้ง

ผู้การฯแต้มเจรจาม็อบขอเปิดถนน

ขณะที่เวลา12.30 น.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น.เดินทางเข้าเจรจากับสมณะ โพธิ์รักษ์เจ้าสำนักสันติอโศกที่จุดชุมนุมของเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรัก ชาติ ใกล้ประตู4หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เปิดเส้นทางบริเวณ ถ.พิษณุโลก หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมปิดการจราจรเส้นดังกล่าวตั้งแต่คืนวันที่16ม.ค.ที่ ผ่านมา

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ต้องไปโรงเรียน ในช่วงเช้าประสบปัญหารถติดเป็นเวลานานมาก ฉะนั้นจะขอให้ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางเดินรถให้สองเส้นทาง ในชั่วโมงเร่งด่วน โดยยืนยันว่าจะนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามจลาจล เข้ามาดูแลความปลอดภัย จำนวนกว่า 150 น.ตำรวจ และตำรวจนอกเครื่องแบบด้วย 50 นาย

"ถึงจะมีการชุมนุมที่ยืดเยื้อกี่เดือน หรือกี่ปี ตำรวจจะดูแลความปลอดภัยให้ตลอด ขอแค่ยอมเปิด 2 เส้นทาง เพื่อคลายความเดือดร้อนให้ประชาชนเท่านั้น" พล.ต.ต.วิชัย กล่าว

โทร.ลึกลับสั่งโพธิรักษ์เปิดทาง

ด้านสมณะ โพธิ์รักษ์ กล่าวว่า ในประเด็นนี้ต้องดูตามเหตุการณ์ เพราะเป็นการชุมนุมประท้วงตามปกติ ด้วยใจบริสุทธิ์ และก็เข้าใจว่าตำรวจคงจะเข้าใจจุดประสงค์ที่ทำอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการเจรจา สมณะ โพธักษ์ พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะยอมรับเงื่อนไขที่ตำรวจเสนอมา จนมีกลุ่มผู้ชุมนุมคนหนึ่งนำโทรศัพท์ที่ต่อสายถึงสมณะ โพธิ์รักษ์มาให้ และใช้เวลาพูดคุยร่วมหนึ่งนาที หลังจากนั้นท่าทีได้เปลี่ยนแปลงและยอมรับข้อเสนอของตำรวจ แต่อ้างว่าติดเรื่องการย้ายเวทีปราศรัยเท่านั้น

ม็อบตะโกนลั่นทีแดงยังปิดได้

อย่างไรก็ตามเมื่อ พล.ต.ต.วิชัย ได้ยืนยันจะนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเคลื่อนย้ายเวที และจะมีการนำแผงเหล็กมากั้นไปตลอดแนวพื้นที่ชุมนุม การเจรจาก็ตกลงด้วยการเปิดเส้นทางการจราจร บริเวณ ถ.พิษณุโลก ฝั่งสำนักงานข้าราชการพลเรือน 2ช่วงเวลาคือ ตั้งแต่06.00-10.00น.และช่วงเวลา 15.00-18.00น. โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้(20ม.ค.)

ทั้งนี้ระหว่างที่สมณะ โพธ์รักษ์ ยอมรับเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเสนอ กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามตะโกนคัดค้านว่า"แผ่นดินสำคัญกว่า ปิดถนนก็สามารถ หลีกเลี่ยงเส้นทางได้ ขนาดเสื้อแดงยังปิดยืดยาวเลย "

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats