HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2551 04:49 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ข่าวเมืองไทย

“สุธา ”ชิงลาออก-หึ่งกลิ่นปฎิวัติ

Siam Media News 9 พฤษภาคม 2551

        “สุธา”หนีการตรวจสอบหลังถูกกล่าวหาไม่จบป.ตรี และเรื่อง“ซุกลูกนอกสมรส” ที่ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ด้าน“ป๋าหมัก”เชื่อมีกระแสปฎิวัติ แต่หุบปากให้เจ๊เพ็ญออกโรงแทน

        Bangkok, 8 May 2008 มีรายงานว่า นายสุธา ชันแสง ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว

        ทั้งนี้ นายสุธาได้มีปัญหาระหว่างการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกเพียงไม่นานนัก โดยเรื่องแรกถูกกล่าวว่า ปลอม วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยมีการอ้างถึงสถาบันการศึกษาในประเทศฟิลิปปินส์ แต่จากการตรวจสอบยังไม่ปรากฏแน่ ชัดนักว่านายสุธาไปศึกษาที่นั่นจริง อีกทั้งมีพิรุธเรื่องการขอวีซ่าเดินทางเข้าประเทศนั้นด้วย

        จากนั้น นายสุธาได้เกิดอาการล้มป่วยโดยโรคเส้นเลือดในสมองตีบจนต้องเข้ารับการรักษาอาการอยู่หลายวัน และเพิ่ง ออกจากโรงพยาบาลไม่นานนี้

        ล่าสุด นายสุธา ถูกกล่าวหาไม่ยอมยื่นบัญชีทรัพย์สินครบถ้วน เนื่องจากมีการกล่าวหาว่าเขามีลูกนอกสมรสที่ยังไม่ บรรลุนิติภาวะ และตามกฎหมายต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ด้วย

        ล่าสุดนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนนตรี เปิดเผยว่า สุธา ชันแสง ได้ลาออก จากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุนษย์แล้ว โดยให้เหตุผลว่าป่วยมีปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งจะมีผลทันที

        ขณะที่ นายเอนก หุตังคบดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึง การลาออกของนายสุธา ว่า นางวีณา ชันแสง ภริยา ได้โทรศัพท์มาปรึกษาพร้อมแฟกซ์ใบรับรองแพทย์ ระบุการลงความเห็น ของแพทย์ว่า นายสุธามีอาการสมองซีกขวามีปัญหา เนื้อสมองตาย ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด พร้อมลงความเห็นให้นายสุธาต้อง เข้ารับการรักษาทันที ซึ่งขณะนี้ นายสุธาเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

        ส่วนกรณีถูกตรวจสอบจากพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องวุฒิการศึกษา และกรณีความผิดไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินบุตรนอกสมรส ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่นายสุธาจะ ลาออกหนีปัญหา เพราะกระบวนการตรวจสอบยังคงดำเนินต่อไปได้ ส่วนเรื่องมีภรรยาน้อยไม่ทราบเรื่องเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว

        ด้านแหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ยอมรับว่าบรรดาผู้นำเหล่าทัพ แม่ทัพ นายกองจำนวนหนึ่ง ได้เข้าพบพล.อ.เปรม ที่บ้านสีเสาร์เทศน์ เมื่อค่ำวันที่ 7 พฤษภาคมจริง โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันและในอนาคตคาดการณ์ว่า การเมืองจะไปสู่ทิศทางใด รวมทั้งมีการ พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี50 ซึ่งได้พูดกันว่า หากไม่เสนอให้แก้ไข การเมืองคงไม่วุ่นวายอย่างนี้และเชื่อว่าเหตุที่พยายาม แก้ไขรัฐธรรมนูญมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

        นอกจากนี้ ยังพูดถึงความเป็นไปได้ในการปฏิวัติ โดยวิเคราะห์กันว่า อาจมีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะเรื่องที่การเมือง ดึงสถาบันเบื้องสูงมาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ

        อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า มีการสั่งเตรียมความพร้อมไปยังกองกำลังที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยเฉพาะกองบัญชาการ ศูนย์สงครามพิเศษ หรือหน่วยรบพิเศษป่าหวายและทหารกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์(ร.1รอ.)พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย กันกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เข้ามายังเขตพระราชทาน รวมถึงหน้าบ้าน พล.อ. เปรม ซึ่งได้มีการนำบทเรียนครั้งเมื่อกลุ่มแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการ(นปก.)บุกประท้วงบ้านสี่เสาฯ

        ทั้งนี้ ในวันที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและภริยา ไปร่วมพิธีส่งพระราหูที่วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กทม.เมื่อวันที่ 17เมษายนที่ผ่านมา รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนที่นายสมัครจะทำพิธิ ได้เดินทางไปพบนายทหารระดับสูงท่าน หนึ่งในหน่วยทหารด้วย

        กระนั่นก็ตามเกี่ยวกับเรื่องนายทหารเข้าพบ พล.อ.เปรมทาง พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตอบเลี่ยงว่า ตนติดภาคกิจต้อนรับผบ.สส.อินโดนีเซีย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปอยู่สองที่ในเวลาเดียวกัน รู้สึกว่าจะเป็นข่าวโคม ลอยมากกว่า

        ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะสถานการณ์การเมืองไม่แน่นอนจึงมีการปล่อยข่าวใช่หรือไม่ ผบ.สส.กล่าวว่า บางครั้งคน ไทยคงรู้สึกว่าไม่มีสถานการณ์อะไรมากมาย แต่ชอบปล่อยข่าวให้มีสถานการณ์ จึงต้องฝากสื่อมวลชนด้วย เพราะมีการซักถาม เรื่องนี้มาโดยตลอด อย่างเรื่องการปฏิวัติ ซึ่งฝ่ายทหารไม่เคยได้ยินเลย ส่วนการปล่อยข่าวดังกล่าวต้องการสร้างความ หวาดระแวงระหว่างกองทัพกับรัฐบาลหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ถ้าพูดไป ก็เรียกว่าเป็นการคิดเอง แต่เรื่องนี้อาจจะเป็นไปได้

        ต่อข้อถามกรณีนี้กองทัพรู้สึกอึดอัดหรือไม่กับข่าวลือต่างๆ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ทั้งอึดอัดและเหนื่อยใจ แทนที่จะ ได้ทำงานเต็มที่ โดยเฉพาะบางคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงจะเสียงานประจำที่ทำอยู่ อย่างไรก็ตาม ทุกรัฐบาลอยากดูแล ประชาชน แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องโน้นเรื่องนี้ จึงบอกว่า เมื่อทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว ก็จะเรียบร้อยดีทุกอย่าง

        "ความสามัคคีเป็นพื้นฐานที่สำคัญของบ้านเมือง ถ้าทำลายความสามัคคีเอาประโยชน์ภายหน้า มันเป็นไปไม่ได้ คนมัน มีนิสัยตีกันอยู่แล้ว มันไม่มีอะไรดี ถ้าคนมีความสามัคคี ก็อยู่กันได้อย่างดี แต่คนไม่สามัคคี ก็ไม่มีอะไรจะดี"ผบ.สส.กล่าว

        ส่วนข่าวดังกล่าวจะสร้างความหวาดระแวงให้นายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า นายกฯเป็นผู้ใหญ่ มีความหนักแน่น ทหารก็หมือนกัน ต้องมีความหนักแน่น รวมถึงประชาชนขอให้มีความหนักแน่น อย่าไปตื่นเต้นอะไรมาก ทำหน้าที่ของตนให้ดี เพื่อให้ชาติบ้านเมืองเจริญอย่างแท้จริงไม่ใช่ด้วยการพูด

        ด้านรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)พรรคพลังประชาชน(พปช.)มีความเห็นท้าทายในเรื่องการปฎิวัติ อย่างต่อเนื่อง โดย นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่1 ออกมาปรามรัฐบาลในลักษณะที่ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดว่า มีความเป็นพิเศษสำหรับ พล.ท.ประยุทธ์ ก็ต้องถามตัวท่านว่า ปรามเรื่องอะไร เพราะอะไร แล้ว พล.ท.ประยุทธ์ จินตนาการไปอย่างไรกับบ้านเมือง ดังนั้น ต้องไปถาม พล.ท.ประยุทธ์

        เมื่อถามว่า คิดว่าการยึดอำนาจ หรือรัฐประหารจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ นายจักรภพ กล่าวว่า ทุกอย่างมีความก้าวหน้าไป มาก ถ้าใครคิดล้าหลังอย่างนั้น คงได้รับผลกระทบทางสังคมอย่างรุนแรง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะยังไม่มีหลักการ อย่างมั่นคง หากคิดว่าใครถือปืนแล้วเราต้องขนลุกทุกครั้ง ก็แสดงว่าเรายังไม่เคารพตัวเอง ทั้งนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ทำได้หรือ ไม่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าทำแล้วจะอยู่ได้หรือไม่

        ต่อข้อถามว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับทหารตอนนี้เป็นอย่างไร นายจักรภพ กล่าวว่า ดีมาก เพราะ ผู้บัญชาการ ทหารบกได้ติดตาม นายสมัคร ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ เนื่องจากท่านเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ รมว.กลาโหม ตนคิดว่าสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าทหารชั้นผู้ใหญ่ยุคนี้ไม่ลุ่มหลงอยู่ในยุคเก่าและทหารรู้ดีว่าบ้านเมืองต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ใครจะทุบโต๊ะแล้วแก้ได้ เพราะมีความต้องการและความเห็นที่แตกต่างกัน ไม่ได้ทุบโต๊ะเอาความคิดเดียวขึ้น มาเป็นหลักจะทำให้ความคิดอื่นระเบิดขึ้นมาเป็นความแตกแยกได้ ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตยเป็นทางเดียวที่จะช่วยแก้ ปัญหา ระบอบอื่นใช้การไม่ได้

        เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์รัฐบาลกับผู้นำเหล่าทัพอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ผบ.ทบ.เป็นอย่างไร นายจักรภพ กล่าวว่า ดีมาก เพราะ ได้พบกันเป็นประจำ ซึ่งล่าสุดพบกับผู้นำเหล่าทัพหลายท่านทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามปกติ ยกเว้นในใจคน ที่ไม่อยากให้เป็นปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับสื่อกระแสหลักบุคคลที่เคลื่อนไหวคงไม่มีศักยภาพ จึงขึ้นอยู่กับความร่วมมือของสื่อเป็น หลักสำคัญ

        ทางด้าน น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ2550 ให้สัมภาษณ์ในรายการ"สภาท่าพระ อาทิตย์"ทางเอเอสทีวี เมื่อเช้าวันเดียวกัน กรณี นายสมัคร ออกเดินสายเยี่ยมผู้นำเหล่าทัพ ว่า ถ้าไปเยี่ยมในฐานะเป็น รมว. กลาโหม ก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การไปตอนนี้มันผิดสังเกตุ หลังมีข่าวลือการปฏิวัติออกมานั่นแสดงว่า นายสมัคร เริ่มหวั่นไหว ขณะเดียวกัน ผู้นำเหล่าทัพก็ออกมาพูดเรื่องการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงด้วย แสดงว่ามันต้องมีเงื่อนไขให้เกิดขึ้นได้ ซึ่ง นายสมัคร จะดับข่าวลือด้วยวิธีนี้ไม่ได้ ถ้าจะดับข่าวลือต้องดับสิ่งไม่บังควรที่เกิดขึ้น ทำให้มันชัดเจนออกมา

        "ถ้ามีรัฐมนตรีพูดอย่างนี้ แล้วพูดบ่อยครั้งด้วย ตั้งแต่ก่อนเข้ามาก็พูดจาบจ้วง คนเป็นนายกฯ ไม่ควรพูดแค่ว่าตนเป็นคน จงรักภักดี แต่ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง แม้กระทั่งเว็บไซต์ต่างๆ หลังจากไฮ-ทักษิณปิดตัวไป ก็มีเว็บใหม่ๆ เกิดขึ้นอีก มันก็ ช่วยอะไรไม่ได้"น.ต.ประสงค์ กล่าว

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats