|
ชี้เบาะแส ธงชาติไทยเวอร์ชัน THAKSIN เคยมีมาหลายครั้งแล้ว รูปชุดพิสูจน์ชัดวันเปิดตัว แม้วซิตี เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2550 ก็เคยมีการแขวนธงชาติไทยเวอร์ชันดัดแปลงเติมคำว่า WELCOME ประดับเมือง แมนเชสเตอร์มาแล้ว โดยที่ ทักษิณ-ลูก-เพื่อนลูก-ดารา นั่งยิ้มกันหน้าสลอนอยู่ใกล้ๆ พร้อมระบุมีการนำลาย ธงชาติไทยไปประดับเสื้อยืดชื่อทักษิณขายในร้านค้าของสโมสรด้วย
หลังภาพ ธงชาติไทยพิมพ์ชื่อ Thaksin ไปปรากฏบนอัฒจันทร์ ณ สนามซิตีออฟแมนเชสเตอร์ สเตเดียม ประเทศ อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2551 ที่ผ่านมา ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี กับทีมฟูแลม โดย แมนฯ ซิตีมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานสโมสร และนั่งชมการแข่งขันอยู่ตลอดด้วย จนสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมไปยังหมู่ชาวไทยทั่วประเทศว่าอาจจะผิดต่อพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2522 นั้น
วันนี้ (30 เม.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ชี้แจงผ่าน นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และ นาย พงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกประจำตัว ว่า ตนรู้สึกเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้กระทบกับความรู้สึกของคนไทย พร้อมยืนยัน ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของแฟนฟุตบอลที่มีความนิยมชมชอบในตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สามารถพาทีมขึ้นมาสู่ แถวหน้าได้ แต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของคนไทย อีกทั้งยังยืนยันด้วยว่าไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน
ล่าสุด ประชาชนชาวไทยหลายคนได้แจ้งเบาะแสผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเป็นภาพถ่ายชี้ให้เห็นว่า สโมสรแมนฯ ซิตี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มีการประดิษฐ์ธงชาติไทยไปใช้ต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ และเผยแพร่ในรูปแบบอื่นๆ มาหลายครั้งแล้ว โดย ที่อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบครัว และมิตรสหายต้องเคยพบเห็นมาก่อนแน่นอน เพราะจากภาพถ่ายเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา ในงานเปิดตัวประธานคนใหม่ของสโมสรแมนฯ ซิตี ภาพที่ปรากฎเป็นธงชาติไทยขนาดใหญ่ มีอักษรภาษาอังกฤษ คำว่า WELCOME บนผืนธงไตรรงค์โผล่ขึ้นมาด้านบน แต่ไม่เห็นตัวอักษรด้านร่าง โดยธงผืนนี้แขวนไว้ในงาน ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ และลูกทั้ง 3 คน คือ นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา น.ส.แพทองธาร รวมไปถึง นายไอยคุปต์ กฤตบุญญาลัย (น้ำนิ่ง) และ น.ส.ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา (ลีเดีย) นั่งและยืนกันอยู่หน้าบริเวณที่มีการแขวนธงดังกล่าวด้วย
ต่อมาเมือวันที่ 1 พ.ค. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสด นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เรื่อง การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2522 จากเหตุการณ์การติดธงชาติไทย ขนาดใหญ่ที่เขียนชื่อ THAKSIN ใจกลางสนามฟุตบอล ซิตี ออฟแมนเชสเตอร์ สเตเดียม ประเทศอังกฤษ ในการแข่งขัน ของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี กับ ฟูแลม เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานสโมสรฟุตบอลนั่งอยู่ถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการแข่งขันก่อนหน้านี้ ก็มีธง ชาติไทยติดอยู่ เขียนว่า WELCOME THAKSIN และก็มีภาพทั้งฝรั่งและคนไทย ถือธงดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ สินค้าเสื้อ ยืดสีน้ำเงิน มีคำว่า ทักษิณ เป็นภาษาอังกฤษ และมีตัวเลข 07 ที่เป็นลายธงชาติไทย นอกจากนี้ เมื่อปลายปี 2550 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีแฟนคลับสโมรสร แมนฯซิตี มาต้อนรับ นายสเวน โกรัน อีริคสันส์ ผู้จัดการทีมฟุตบอล โดยได้นำธง ชาติไทยที่มีธงของสโมสรติดทับอยู่ โดยด้านซ้ายมือของธงมีลายเซ็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ เซ็นกำกับธงทั้ง 2 ด้าน ซึ่งก่อน หน้านายสมัคร ไปให้สัมภาษณ์ว่า รูปที่สื่อมวลชนนำมาเปิดเผยเกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ แต่กรณีนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย และที่นายกฯบอกว่า แค่เห็นรูปก็ขนลุกแล้ว นอกจาก ขนลุก แล้วนายกรัฐมนตรีได้แสดงอะไรที่เป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของ คนไทย และชาติไทย
นายศิริโชค กล่าวว่า การซักถามครั้งนี้ ตนรู้สึกเหมือนเป็นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยว ข้องกับประเทศชาติ และรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นี้แทนคนไทย จากการถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ครั้งนี้ ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในปี 2548 ที่มีสื่อนำเสนอข่าวผับที่ประเทศออสเตรเลีย นำพระพุทธรูปไปโชว์หน้าร้าน ซึ่งตอน นั้นกระทรวงวัฒนธรรม ได้สั่งให้ทูตทำความเข้าใจกับผับดังกล่าว จนเจ้าของร้านที่เป็นคนไทยได้แสดงความเสียใจต่อการ กระทำดังกล่าว ที่ดูหมิ่นชาวพุทธ และกรณีอย่างนี้รัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาอย่างไร
ขณะที่ นายสมัคร กล่าวตอบว่า เรื่องนี้ไม่ว่าคนไทยที่ไหนก็ไม่ชอบใจด้วยทั้งนั้น รวมทั้งตนด้วย ซึ่งไม่มีใครให้คำตอบ ได้ชัดเจน วันที่ 2 พ.ค.นี้ คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็จะกลับมาประเทศไทย ก็ให้ไปถามดู เพราะตนก็ตอบแทนไม่ได้ แต่ในฐานะ นายกรัฐมนตรี รัฐบาลจะต้องทำหนังสือประท้วงไปยังสโมสรแมนฯซิตี แน่นอน และตนเชื่อว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ รู้ก็จะไม่ให้ ทำ ถ้าเป็นคนไทยไม่มีใครจะทำอย่างนี้
คนไทยโง่ๆ คงไม่มี ส่วนกรณีเหตุการณ์เมื่อปี 2550 เกิดขึ้นก่อนผมเป็นนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันว่า ถ้าตนเป็นนายกฯ ก็ต้องตำหนิติเตียน ซึ่งก็เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เขาคงเสียใจ เพราะไม่ได้คิดอะไร อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า เรื่องนี้คงไม่น่าจะเกิด ขึ้นอีก เพราะคนทำคือคนที่ไม่มีความคิด ถ้ามีความคิดคงไม่ทำ นายกรัฐมนตรี ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการซักถามของ นายศิริโชค ได้มีการนำรูปถ่ายขยายใหญ่จำนวน 6 รูปมาแสดงต่อที่ประชุมสภา ด้วย โดย ภาพที่ 1 เป็นภาพธงชาติไทยมี ข้อความว่า WELCOME THAKSIN ภาพที่ 2 เป็นรูปธงชาติไทย ที่มีชื่อ ทักษิณ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ THAKSIN อยู่ภายในสนามกีฬาแมนเชสเตอร์ซิตี ก่อนการแข่งขันวันที่ 26 เม.ย.ภาพที่ 3 เป็นรูป ที่ถ่ายในวันที่ 26 เม.ย.ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี กับ ฟูแลม ภาพที่ 4 เป็นภาพที่มีแฟนคลับของสโมสร ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาต้อนรับพ.ต.ท.ทักษิณ โดยกางธงชาติไทยที่มีข้อความว่า WELCOME THAKSIN ภาพที่ 5 เป็นรูปภายในร้านค้าของสโมสรที่นำเสื้อยืดสีน้ำเงิน มีคำว่า ทักษิณ เป็นภาษาอังกฤษ และมีตัวเลข 07 ที่เป็นลาย ธงชาติไทยมาตั้งโชว์ และภาพที่ 6 เป็นภาพแฟนคลับต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งนั่งอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว โดยด้านหลังมี ธงชาติไทยที่มีข้อความ และมีชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ติดอยู่
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการชี้แจงของ นายสมัคร ครั้งนี้ กลับตอบคำถามเพียงสั้นๆ โดยไม่อธิบายรายละเอียด หรือ ชี้แจงด้วยอารมณ์เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขณะที่ ส.ส.พลังประชาชน ก็นั่งฟังด้วยความเงียบสงบ ไม่มีการลุกขึ้นมาประท้วง หรือลุกขึ้นมาขัดจังหวะการอภิปรายเหมืนกับกระทู้ถามหรือการอภิปรายในเรื่องอื่นๆ ที่มีการพาดพิง พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นที่ผ่าน มา
สำหรับรายละเอียดของ พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2522 มีรายละเอียดดังนี้
มาตรา 5 ธงที่มีความหมายถึงประเทศไทยและชาติไทย ได้แก่
(1) ธงชาติ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 6 ส่วน ยาว 9 ส่วน ด้านกว้างแบ่งเป็น 5 แถบตลอดความยาวของผืน ธง ตรงกลางเป็นแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 2 ส่วน ต่อจากแถบสีน้ำเงินแก่ออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีขาวกว้างข้างละ 1 ส่วน ต่อจากแถบสีขาวออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีแดงกว้างข้างละ 1 ส่วน ธงชาตินี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธงไตรรงค์
มาตรา 53 ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อธงตามมาตรา 5 หรือมาตรา 6 ดังต่อไปนี้
(1) ประดิษฐ์รูป ตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายอื่นใดในผืนธง รูปจำลองของธง หรือในแถบสีธง นอกจากที่ กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น
(2) ใช้ ชัก หรือแสดงธง รูปจำลองของธง หรือแถบสีธงอันมีลักษณะตาม (1)
(3) ใช้ ชัก หรือแสดงธง รูปจำลองของธง หรือแถบสีธงไว้ ณ ที่หรือโดยวิธีอันไม่สมควร
(4) ประดิษฐ์ธง รูปจำลองของธง หรือแถบสีธงไว้ ณ ที่หรือสิ่งใด ๆ โดยไม่สมควร
(5) แสดงหรือใช้สิ่งใดๆ ที่มีรูปธง รูปจำลองของธง หรือมีแถบสีธงอันมีลักษณะตาม (4) โดยไม่สมควรต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ก่อนหน้านั้น สมาคมวิชาชีพสื่อประณาม อันธพาลใช้ความรุนแรงในการชุมนุมทางการเมือง ต่อต้านรายการยามเฝ้า แผ่นดินครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพเสรีภาพในการชุมนุม โดยสงบและสันติวิธี และยอมรับความแตกต่างทางความคิด ต้องไม่ใช้เสรีภาพไปละเมิดสิทธิ เสรีภาพของผู้อื่น
โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2551 เรื่อง ประณามกลุ่มอันธพาลใช้ความรุนแรงในการชุมนุมทางการเมือง ใจความว่า
จากกรณีที่ นายเสรี อุมา ช่างภาพสถานีกองทัพบกช่อง 7 ถูกขวดแก้วปาเข้าบริเวณศีรษะต้องเย็บหลายเข็มและนอน รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเปาโล เหตุเกิดขึ้นระหว่างนายเสรีกำลังถ่ายภาพเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่อต้านกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อยู่ในบริเวณป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ มีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงได้เนื่องจากมีความ พยายามยั่วยุด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การขว้างปาสิ่งของใส่กันระหว่างการชุมนุม การด่าทอ แสดงออกด้วยถ้อยคำและท่าที หยาบคาย การปิดทางเข้าออก ม.ธรรมศาสตร์และสุดถ่อย้วยการถอดกางเกงออกมาโชว์อาวุธลับ
องค์กรวิชาชีพสื่อประกอบด้วยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ ไทยมีความเป็นห่วงต่อแนวโน้มสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอเรียกร้อง ดังนี้
1.ทุกฝ่ายต้องเคารพเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและสันติวิธี เคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ให้ยอมรับความแตกต่าง ทางความคิดและ ต้องไม่ใช้เสรีภาพไปละเมิดสิทธิ เสรีภาพของผู้อื่น
2.ทุกฝ่ายต้องยุติการใช้ความรุนแรง ยั่วยุไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อให้เกิดความรุนแรง และขอประณามกลุ่ม อันธพาลที่มีพฤติกรรมถ่อยเถื่อน ลามกอนาจาร ไม่เคารพสิทธิ เสรีภาพของฝ่ายที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง
3.ขอเรียกร้องรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ปฏิบัติกับ ทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรม ไม่โอนเอียนเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะฝ่ายที่มีท่าทีสนับสนุนรัฐบาล หากมีการกระทำ ที่ผิดกฏหมายต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพราะมิเช่นนั้นอาจทำให้ฝ่ายที่นิยมใช้ความรุนแรงฉวยจังหวะก่อสถานการณ์ ให้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังตัวอย่างการชุมนุมที่สนามหลวงหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า แต่กลับไม่มีการดำเนินการกับผู้กระทำผิด
4.สำหรับสื่อมวลชนนั้น ต้องทำหน้าที่ในการรายงานข่าวอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันขอให้ใช้ความระมัดระวังเพื่อความ ปลอดภัย
ทั้ง 2 สมาคมฯ ขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนปฏิบัติอหน้าที่อย่างเข็มแข็ง เพื่อรักษาไว้ซึ่งผล-ประโยชน์สาธารณะและระบอบประชาธิปไตย
|