HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2551 08:48 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ข่าวเมืองไทย

วิจารณ์ “ป๋าหมัก” ถุยข้ามชาติ

Siam Media News 25 เมษายน 2551

        สมัคร สุนทรเวช ไม่พอใจคำวิพากษ์จากธนาคารโลก องค์การสหประชาชาติ  ที่ตั้งข้อกล่าวหาไทยและ ประเทศในแถบอาเซียน เปลี่ยนทิศทางเกษตรกรรมเพื่อการบริโภคเป็นพืชพลังงาน ถือเป็นความไม่รับผิดชอบ และสร้างความปั่นป่วนก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติอาหารโลก

       คำพูดของนายสมัคร สุนทรเวช ในกรณีนี้ นับเป็นบทบาทที่น่าจะได้รับการยกย่องสรรเสริญในความเป็นตัวแทนประเทศ กสิกรรม ซึ่งกล้าคิดกล้าพูดความจริงแบบเต็มร้อยแน่นอน  หากการใช้ถ้อยความเพื่อสื่อข้อเท็จจริงและนำเสนอความคิดเห็นใน ครั้งนี้  มิใช่ระบายด้วยอารมณ์หรือใช้ภาษาที่เรียกขานกันว่า "ผรุสวาท"

       น่าเสียดายที่ความเป็นเหตุเป็นผลของการที่ประเทศไทย หรืออีกหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้ปรับตัวและ เปลี่ยนโครงสร้างพื้นที่เกษตรกรรมภายใน  ให้สอดคล้องกับอุปสงส์อุปทาน และสถานการณ์ต่างๆ ที่ผันแปรไป  เพื่อการก้าว ย่างที่มั่นคงและพัฒนาอย่างยั่งยืน  โดยหันไปหาเกษตรกรรมด้านพลังงานทางเลือกมากกว่าเดิมนั้น   ถูกลดทอนคุณค่าความ หมายไปเพียงเพราะวิธีการนำเสนอของนายกรัฐมนตรี สมัคร  สุนทรเวช ซึ่งใช้อารมณ์และภาษาร้อนแรง ทั้งๆ ที่ถ้าใช้ท่าที สุขุมให้สมกับเป็นผู้ใหญ่ และสง่างามเฉกเช่นผู้นำประเทศพึงกระทำแล้ว เชื่อได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกจะต้องหันมาสนใจ และฉุกคิดได้ว่า หน้าที่ความรับผิดชอบต่อวิกฤติอาหารโลกนั้น จำเป็นต้องระดมความร่วมมือจากทุกฝ่าย มิใช่ยัดเยียด หรือ โยนเป็นภาระของประเทศไทย หรือประเทศที่ส่งออกผลิตผลทางการเกษตรทั้งหลาย

       อย่างน้อยที่สุด การสร้างอำนาจต่อรอง ระหว่างประเทศผู้ผลิตน้ำมันอย่างตะวันออกกลาง กับประเทศกสิกรรมที่มี ประเทศไทยเป็นแกนนำสำคัญ  ก็น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าการที่ฝากประโยคทอง

       "มึงค้าน้ำมันไม่มีเหตุผล"  ไปถึงเลขาธิการสหประชาชาติ  ตลอดจนผู้บริหารเวิลด์แบงก์  เพราะท่ามกลางราคาข้าวที่ดีด ตัวสูงขึ้นไม่แพ้ราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวรายวันนั้น 

       คงต้องยอมรับว่าโครงสร้างเกษตรกรรมแผนใหม่  เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไปของประเทศไทยและทั่วโลกนั้น รัฐบาลของเรายังมิได้มีการบริหารจัดการอย่างถูกทิศถูกทาง  จนสามารถเชื่อถือได้ว่า สถานการณ์ราคาข้าวที่ดีอย่างไม่เคย เป็นมาก่อนในขณะนี้  จะอยู่ยั้งยืนยงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชาวนาไทยได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มิใช่วูบวาบแค่ชั่วคราว หรือสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับพ่อค้าคนกลางเจ้าของโรงสีและบริษัทส่งออกเท่านั้น

       วาระแห่งชาติหรือยุทธศาสตร์  12 ปีเพื่อรองรับวิกฤติอาหารและวิกฤติพลังงาน ที่รัฐบาลประกาศปาวๆ หลังคำแถลงที่ เต็มไปด้วยถ้อยคำดุเดือดของนายกรัฐมนตรี  กล่าวได้ว่า เป็นแนวคิดที่ดี และสมควรได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้เป็นจริง อย่างต่อเนื่อง 

       ทั้งนี้ เพราะสังคมเกษตรกรรมไทยต้องเผชิญกับวัฒนธรรมการเลียนหรือแห่ตาม จนสร้างปัญหาวิกฤติราคาตกต่ำตลอด มา อาทิ มันสำปะหลังขายได้ราคาดี ชาวชลบุรีก็พากันทิ้งนาข้าวหันมาปลูกมันกันจนล้นตลาดหรือราคายางถีบตัวสูง เจ้าของ ไร่นาก็โค่นต้นไม้อื่นๆ แปลงที่ดินเป็นสวนยาง เป็นต้น นอกจากนั้นที่ลืมไม่ได้คือ การปลูกพืชพลังงานทดแทน หรือเป็นทาง เลือกในการแก้วิกฤติน้ำมัน จำเป็นต้องแย่งแหล่งน้ำในการเพาะปลูก ซึ่งหากปราศจากการวางแผนที่ดีและมีบูรณาการ สงครามชิงน้ำก็จะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ในอนาคตอย่างแน่นอน

       ดังนั้น  การบริหารบ้านเมืองด้วยปาก  หรือตอบโต้มหาอำนาจทั้งหลายในโลก แม้บางครั้งจำเป็น แต่คงไม่สำคัญเท่า กับการที่ประเทศไทยต้องตอบโจทย์ของตัวเองให้ได้ว่า การจะเป็น "ครัวโลก" ได้นั้น

       หมายถึงคนในบ้านต้องอิ่มโดยมีคุณภาพและอย่างเท่าเทียมถ้วนหน้า และต้องสามารถจัดสรรปันส่วนความต้องการใช้ พื้นที่เพาะปลูกให้สมประโยชน์ถูกต้องเป็นธรรมก่อน เพราะวาระแห่งชาติเกี่ยวกับอาหารนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ที่ส่งผลกระทบทั่ว โลกมากเสียยิ่งกว่าวิกฤติพลังงานเสียอีก.(24 เมษายน 2551... กองบรรณาธิการ “ไทยโพสต์”)

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats