|
แม้ว เหลี่ยมจัดตามเดิมเดินสายสร้างภาพ-ขายไอเดียปลุกกระแส คนรักแม้ว เบียด สมัคร หลุดเก้าอี้ นายกฯ หวังเป็น ฮีโร่ ในตอนจบ หลัง พปช.แก้ รธน.ปลดล็อก ม.309 สำเร็จ เร่งจบเกม ก่อนรากหญ้าเทใจให้ กับ เจ้าสัวธนินทร์ ชูยุทธศาสตร์สร้างชาติยั่งยืนแนวใหม่
การปรากฏตัวต่อสาธารณะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะประธานปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ คิดเป็น ทำเป็น ปั้นเด็กไทยให้เรียน และรู้โลก จัดโดยมูลนิธิไทยคม ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับความ สนใจจากบรรดานักธุรกิจ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย และส.ส.พลังประชาชน ส่งผลให้ห้องประชุมของโรงแรมแคบลงไป ถนัดตา
หากตัดภาพกลับไปที่ความเคลื่อนไหวของสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ เรื่องนโยบาย รัฐบาลกับการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย จัดโดยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมดุสิตธานี กลับได้รับความสนใจ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการจงใจหรือบังเอิญก็ตาม แต่ความเคลื่อนไหวของทั้งสองคนก็ได้ถูกจับตาไปโดยปริยาย จนทำให้คำถามว่า ระหว่าง สมัคร สุนทรเวช กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นใครคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง...
ไม่ใช่เพียงเพราะการที่สื่อให้น้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯทักษิณ ในฐานะประธานปาฐกถาพิเศษ เนื่องจาก ดำรงตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิไทยคม เท่านั้นแต่เป็นเพราะทุกความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นต่างสอดคล้องไปกับ ก้าวเดินของคนในพรรคพลังประชาชนแทบทั้งสิ้น
รวมทั้งบ่อยครั้งที่รัฐมนตรีในรัฐบาล สมัคร 1 มีท่าทีรอการตัดสินใจเรื่องสำคัญจากอดีตนายกฯทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น การตัดสินใจกรณีมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว. คลัง แต่เขากลับหลุดปากกับสื่อว่าจะขอหารือกับอดีตนายกฯทักษิณ ก่อน
ดังนั้น จึงมักเกิดคำถามจากสื่อและคนในสังคมมาโดยตลอดเกี่ยวกับบทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ กับการบริหาร ประเทศของครม.สมัคร 1 นั้นเป็นการยึดโยงเกี่ยวพันที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ทั้งที่ผ่านมาตัวอดีตนายกฯ ทักษิณ เองได้ ประกาศวางมือ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใดๆอีกต่อไป ซึ่งการตัดสินใจกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ก.พ.เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นั้น เพราะความคิดถึงบ้านและเพื่อกลับมาต่อสู้คดีทุจริตเท่านั้น
ในข้อเท็จจริงแล้วกลับไม่มีใครยอมเชื่อในคำพูดของเขา เป็นเพราะพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นไปในทางตรง ข้ามมาโดยมาตลอด นับตั้งแต่ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมมอบ ตำแหน่งสำคัญทางเศรษฐกิจ ด้วยการแต่งตั้งให้อดีตนายกฯทักษิณ เป็นที่ปรึกษา รมว.คลัง แต่เมื่อมีข่าวรั่วหลุดออกมาก่อน ทุกอย่างจึงเป็นได้เพียง ข่าวลือ เท่านั้น
จากนั้นหลังจากวันเดินทางกลับประเทศไทย ตามเวลาราชาฤกษ์ของอดีตนายกฯ ทักษิณ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2551 ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าสปอร์ตไลท์จะฉายไปยังทุกความเคลื่อนไหวของเขา ประหนึ่งวีรบุรุษกลับบ้าน ทุกช็อตนับตั้งแต่ก้าว แรกที่ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ไปถึงเรื่องความเป็นอยู่ในเมืองไทยพร้อมครอบครัวชินวัตร และติดตามมาด้วยข่าวคราวต่างๆ ที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะ ตัวละครสำคัญในทุกเรื่อง ในแต่ละวัน ควบคู่ไปกับกำหนดการทำงานของสมัคร นายกฯ ตัวจริงด้วยซ้ำ ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ต่างไปจากการแย่งบทเด่นไปจากนายกฯ สมัคร อย่างจงใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว ส่วนตัว หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี โดยมีตำแหน่งประธานมูลนิธิไทยคม เข้าไปร่วมด้วย
โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปเยือนกัมพูชา เพื่อออกรอบตีกอล์ฟกับสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรี กัมพูชา ตามคำเชิญ เพื่อเป็นการสานไมตรีกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน และภายหลังจากเดินทางกลับไทยแล้ว ในช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ยังมีกำหนดการที่จะร่วมหารือกับนักธุรกิจชาวบราซิลและยุโรป ที่จะเข้ามาลงทุนในไทย
สิ่งเหล่านี้หากมองในแง่ดี คือการทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่หากนำมาประเมิน เทียบกับนายกฯสมัคร อาจกลายเป็นภาพสะท้อนของการทำหน้าที่ ที่ซ้ำซ้อนของคนสองคนหรือไม่
โดยความเป็นจริงแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนกำลังสงสัยว่าระหว่างคุณสมัคร และคุณทักษิณ ใครคือนายกฯตัวจริงกันแน่ เนื่องจากเวลานี้คุณทักษิณ มีบทบาทโดดเด่น และได้รับการยอมรับจากในรัฐบาลและในพรรคพลังประชาชนมากกว่าคุณ สมัคร
ผศ.ปกรณ์ ปรียากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศาสตร์ (นิด้า) ระบุกับผู้จัดการรายสัปดาห์พร้อม ทั้งกล่าวว่า ภาพการเปรียบเทียบความเป็นมืออาชีพจะยิ่งมีมากขึ้น หากนายกฯสมัคร ยังไม่ปรับเปลี่ยนบุคลิกส่วนตัว ที่ชอบ ตอบโต้สื่อ แล้วหันมาให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ปัญหาราคาข้าวในขณะนี้แทน
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า พรรคพลังประชาชนนั้นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงและ น่าสงสาร อย่างมาก เนื่องจาก ยังไม่สามารถลบภาพลักษณ์การเป็นพรรคนอมินี การเป็นรัฐบาลชั่วคราวหรือแม้แต่นายกฯชั่วคราว ออกไปได้ แม้จะชนะการ เลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2550 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะนายกฯ สมัคร เองก็ได้มาเป็นผู้นำประเทศทั้งที่ตัวเองไม่มีความพร้อม ใดๆ ไม่มีกำลัง ส.ส.ในมือ ไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพรรคไทยรักไทย และไม่ได้รับความนิยมโดยส่วนตัว ดังนั้น สิ่งที่เกิด ขึ้นจึงกลายเป็นว่า ทั้งนายกฯ สมัคร และพรรคพลังประชาชน ไม่สามารถสนองตอบความต้องการต่อกันได้
ขณะที่เวลานี้ทั้งพรรคพลังประชาชน และรัฐบาลต่างอยู่ในภาวะที่สูญเสียความนิยมลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาจากการ บริหารของรัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ และจากความขัดแย้งทางการเมืองที่มาจากการเสนอแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ 2550 จนมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากันกับฝ่ายที่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ จึงทำให้เจ้าของพรรคตัว จริงอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องหาทางกู้วิกฤตในครั้งนี้โดยเร็ว
จริงๆแล้ว เวลานี้คุณทักษิณจะไปเคลื่อนไหวหรือผลักดันเรื่องฟุตบอลในอังกฤษ ก็ไม่ได้รับความสนใจเหมือนตอนแรก อีกแล้ว แม้คุณทักษิณ จะพยายามหาทางโปรโมตอย่างไรก็ตาม แต่สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี ก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของคน อังกฤษมากพอ คุณทักษิณจึงต้องหาทางมีบทบาทในประเทศไทยแทน
ความกดดันที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลและพรรคพลังประชาชนขณะนี้นั้นไม่ได้มาจากพรรคฝ่ายค้าน และวุฒิสมาชิกในเวทีนิติ บัญญัติเท่านั้น แต่ยังมาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มนักวิชาการ รวมทั้งสายตาที่เฝ้ามองจาก ต่างประเทศ เท่านั้น ผศ.ปกรณ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการเสนอแนวคิดใหม่เพื่อพัฒนาประเทศ ของ เจ้าสัวธนินทร์ ธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการผู้บริหารบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ที่ออกมาพูดเรื่อง ทิศทาง การพัฒนาเศรษฐกิจไทย เมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยยกยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน ด้วยแนวทาง 2 สูง คือ การพัฒนาสินค้าเกษตร และการยกระดับราคาให้สูงขึ้น
แนวทางการพัฒนาประเทศที่คุณธนินทร์ นำเสนอต่อสังคมนั้นต้องถือว่าเป็นเรื่องที่สังคมไม่ถูกกระตุกให้คิดมาก่อน ตั้งแต่ยุครัฐบาลไทยรักไทยเป็นต้นมา สังคมเราคุ้นเคยกับการที่มีคนเอาปลาให้กินถึงที่ ภายใต้นโยบายประชานิยม แต่ไม่ เคยมีรัฐบสลชุดใดที่จะสอนให้คนรู้จักเลี้ยงปลาเองอย่างจริงจัง ไม่มีการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติอย่างแท้จริง ผศ.ปกรณ์ กล่าว
ดังนั้น เมื่อเจ้าสัวซีพีออกมานำเสนอและจุดประกายให้สังคมไทยได้คิดใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ หนักหนาในเวลานี้ จึงเหมือนเป็นเรื่องที่แตกต่างไปจากนโยบายประชานิยมของอดีตนายกฯทักษิณ โดยสิ้นเชิง สิ่งที่ประธาน ซีพี สอนให้คนสังคมได้คิดคือการพัฒนาที่ยั่งยืน ยกระดับเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นได้จริง
สิ่งที่คุณธนินทร์ทำให้คนในสังคมได้คิด คือ คนเริ่มมองเห็นความแตกต่างระหว่างแนวทางของคุณธนินทร์ กับ ประชานิยมของคุณทักษิณ
เพราะฉะนั้นถึงแม้เวลานี้คุณธนินทร์จะไม่ใช่นักการเมือง คู่แข่งทางการเมืองสำหรับคุณทักษิณ และพรรคพลังประชาชน แต่คุณธนินทร์กำลังให้เกิดการเปรียบเทียบ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวคุณทักษิณ อย่างแน่นอน
ฉะนั้น หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ดำเนินการหรือเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่ง จะยิ่งทำให้ทั้งรัฐบาลและพรรคพลัง-ประชาชนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่มากขึ้น โดยเฉพาะการที่มีข่าวด้านลบเกิดขึ้นกับรัฐมนตรีบางคนใน ครม. อาทิ กรณี ไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ที่กำลังถูกดดันให้แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 ตามที่กฎหมาย ป.ป.ช.กำหนด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็เจอมรสุมกลุ่มแพทย์ชนบท ล่าชื่อขับไล่ให้พ้นจากกระทรวงมาแล้ว
รวมทั้งภาพลักษณ์ของรัฐมนตรีหลายคนใน ครม.ก็ไม่มีความโดดเด่นมากพอ หลังจากที่ได้พิสูจน์ฝีมือบริหารงานไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รมว.พาณิชย์ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรมว.คลัง ทั้งที่เคยถูกคาดการณ์ว่าจะ ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่นายกฯ แทน หากในกรณีนายกฯ สมัคร เกิดปัญหาคดีทุจริตการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงของ กทม.
สิ่งที่คุณทักษิณกำลังทำอยู่ คือ การคิดคำนวณเพื่อหาทางแก้เกม แก้สถานการณ์ต่างๆ ที่รุมเร้าอยู่รอบด้านเวลานี้ ซึ่งกรณีคุณธนินทร์ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้คุณทักษิณ ไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้ เพราะหากมีพรรคใดมองเห็นว่ากระแส สังคมตอบรับแนวคิดของคุณธนินทร์ จนจะนำไปสานต่อในวันหน้า ย่อมส่งผลกระทบต่อนโยบายประชานิยมแน่นอน
จากนี้ต่อไปคาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะยิ่งเดินเกมเรียกกระแสอย่างหนักโดยต่อเนื่องมากขึ้น เพื่อหวังเป็นการสะสม คะแนน รอการกลับมาเป็นนายกฯ ครั้งใหม่ หลังจากที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนและรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 โดยเฉพาะมาตรา 309 เสร็จเรียบร้อย ซึ่งจะช่วยปลดล็อกอดีตกรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คนได้ในที่สุด ถึงแม้ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ จะยืรยันต่อสังคมว่าไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงแล้วทุกอย่างน่าจะ ถูกเตรียมการเอาไว้แล้ว
ดังนั้น สิ่งที่คุณทักษิณต้องการมากที่สุด คือ การครองใจประชาชนเอาไว้ให้ได้เหมือนเดิม ทั้งด้วยภาพลักษณ์หรือ นโยบายประชานิยมที่เคยใช้ได้ผล ขณะที่คุณสมัครเองก็จะถูกเปรียบเทียบ คนจะยิ่งมองเห็นจุดอ่อนมากขึ้น จนในที่สุดก็ กดดันให้ประชาชนเรียกหาผู้นำคนใหม่ คุณทักษิณ ก็จะกลายเป็นฮีโร่ในที่สุด
|