HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:46 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ข่าวเมืองไทย

ถึงคราวรวมชื่อถอดถอน ”เจ๊เพ็ญ”

Siam Media News 28 มีนาคม 2551

        สว.เตรียมล่ารายชื่อถอดถอน “จักรภพ เพ็ญแข” ฐานลุแก่อำนาจ ฮุบสื่อเข้ากระเป๋าพวกพ้องตัวเอง แทรกแซงการทำงานของอสมท.   

        Bangkok 27 มี.ค.2008  นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกฯ ออกมาระบุจะปลด นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผอ.อสมท เนื่องจากบริหาร อสมท ขาดทุน ว่า จากการพิจารณาจาก คำให้สัมภาษณ์ของ นายจักรภพ เป็นในลักษณะเหมือนกดดันให้ นายวสันต์ ลาออก ซึ่งเรื่องนี้ ส.ส.และ ส.ว.สามารถ เคลื่อนไหวโดยการเข้าชื่อ แล้วยื่นหนังสือต่อประธานสภาฯถอดถอนรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติ เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่า การกระทำของ นายจักรภพ เข้าข่ายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับว่าขณะนี้ ส.ว.และ ส.ส.จะพิจารณาในเรื่องนี้อย่างไร

        นายคำนูณ กล่าวว่า หาก ส.ว.จะเคลื่อนไหวโดยการล่ารายชื่อถอดถอนหรือไม่นั้น จะต้องดูอีกทีว่าหลักฐานที่นาย จักรภพพูดเข้าข่ายหรือไม่ แต่โดยหน้าที่ของรัฐมนตรี จะไปกำหนดว่าใคร ทำผิดหรือไม่ ทำไม่ได้ ถือว่าเป็นการก้าวล่วงเกินไป เพราะ นายวสันต์ ถูกแต่งตั้งมาจากการสรรหาของบอร์ด ถ้าเกิดว่าบอร์ดจะเปลี่ยนแปลงอะไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่รัฐมนตรี ออกมาชี้นำก่อน

        นายคำนูณ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายจักรภพ จะเป็นตัวกลางจัดสรรคลื่นวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ ว่า เรื่องนี้จะต้องดูใน รายละเอียดของกฎหมาย ถ้าหากว่า นายจักรภพ จะอ้างว่าเป็นนโยบาย ก็สามารถทำได้ ส่วนจะถือว่าแทรกแซงการทำงาน ของข้าราชการหรือไม่ จะต้องดูตามขั้นตอนของการยึดคลื่นมาว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วทำในลักษณะเลือกที่รักมักที่ชังหรือไม่ ทั้งนี้ ส.ว.มีหน้าที่ควบคุมการตรวจสอบของรัฐบาล คือ สามารถตั้งกระทู้ถาม และยื่นญัตติอภิปราย สอบถาม ถ้าเกิดว่า ไม่ สำเร็จ ก็สามารถตั้งกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบ และสามารถเรียกรัฐมนตรีขึ้นมาชี้แจงได้

        ด้าน นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ขณะนี้มี ส.ว.จำนวนหนึ่งกำลังมีการหารือกัน ว่า จะเข้ารายชื่อถอดถอนการใช้อำนาจไม่ชอบธรรมของ นายจักรภพ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณา ว่า การใช้อำนาจของเขาเกิน ขอบเขตหรือไม่ ซึ่งการที่เขาบอกว่า อสมท ขาดทุน เพราะ นายวสันต์ เข้ามาบริหาร อยากจะบอกว่า ในช่วงนี้ทุกช่อง ขาดทุนหมด และขณะนี้จะสังเกตว่า ขณะนี้ นายจักรภพ เจอแรงต้านหลายด้าน ไม่ว่าจากสื่อ และสังคม พอสมควร ซึ่งตอนนี้ เขาพยายามแสดงอำนาจที่เขาจะทำได้ โดย นายจักรภพ จะเจอแรงต้าน เผลอๆ จะนำไปสู่การถอดถอน ซึ่ง นายจักรภพ ต้อง เตรียมรับมือกับการถอดถอน และในอนาคตอยู่ลำบากแน่นอน ผู้คนไม่สามารถยอมรับได้ เพราะบทบาทที่ทำอะไรเกินเหตุ ทั้งเรื่องของ อสมท กรมประชาสัมพันธ์ จะทำให้เกิดปัญหา

        นายประสาร กล่าวอีกว่า  น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กลุ่มผู้ริเริ่มถอดถอนรัฐมนตรี จะมาแสดงตัวต่อ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ว่า เขาเป็นผู้ริเริ่มการล่ารายชื่อ 2 หมื่นรายชื่อ เพื่อถอดถอน นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ใน กรณีโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม รวมทั้งการยกเลิกซีแอลยา

        วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมัยที่ 5 ครั้งที่ 3/2551 ประจำเดือนมีนาคม โดยมี นายสุวัฒน์ ทองธนากุล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็น ประธานที่ประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมปกติ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เสนอ ให้ที่ประชุมหยิบยกกรณีการดำเนินการของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและ โทรทัศน์ไทย เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพและการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนตามรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาหารือเป็นวาระพิเศษ

        นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ อุปนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ นายศุภชัย กฤตผลชัย อุปนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย พร้อมกรรมการบริหารทั้ง 2 สมาคม ได้รายงานที่ประชุมว่า ในช่วงเช้าวันเดียว กันนี้ คณะกรรมการของ 2 สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชนได้ประชุมด่วนเพื่อร่วมกันพิจารณา กรณีที่ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงพฤติกรรมข่มขู่คาดโทษ และสั่งตั้งกรรมการสอบกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และสั่งการให้ยึดคลื่นวิทยุ 5 สถานี ในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์คืนจากภาคเอกชน ที่รับสัมปทานนั้น อาจเข้าข่าย การกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 และส่อเจตนาถึงการคุกคาม แทรกแซง และครอบงำ การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

        ผู้แทนสมาคมวิชาชีพสื่อ กล่าวด้วยว่าแม้ว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลหน่วยงาน ด้านประชาสัมพันธ์ของรัฐ แต่ก็มีขอบเขตอำนาจหน้าที่เพียงการกำกับดูแลเชิงนโยบายในภาพรวม ส่วนการดำเนินการใน รายละเอียดเป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการประจำ หรือหน่วยงานผู้ปฏิบัติที่จะรับนโยบายไปดำเนินการ อีกทั้งในกรณีของ บมจ.อสมท นั้น เป็นกิจการในตลาดหลักทรัพย์ มีคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำกับดูแลการบริหารให้เป็นไปตามมติของที่ ประชุมใหญ่ การที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสั่งการให้กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อสมท พิจารณาตัวเอง หรือสั่ง ล่วงหน้าให้คณะกรรมการบริษัท เปลี่ยนแปลงตัวผู้อำนวยการใหญ่ เป็นการเข้าแทรกแซงก้าวก่ายให้พนักงาน หรือลูกจ้างของ รัฐวิสาหกิจพ้นจากตำแหน่งทั้งที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ

        ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งให้กรมประชาสัมพันธ์ ยึดคลื่นสถานีวิทยุมาบริหารเอง และเรียก บริษัทเอกชนที่เช่าคลื่นมาพบด้วยตนเองนั้น น่าจะเป็นการใช้สถานะความเป็นรัฐมนตรีก้าวก่าย หรือแทรกแซงการปฏิบัติ หน้าที่ของข้าราชการประจำ อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน ซึ่งพฤติกรรมที่เข้าข่าย การกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญนี้ อาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 วรรค 7 ซึ่ง ฝ่ายนิติบัญญัติโดยสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สามารถดำเนินการยื่นเรื่องต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินการถอดถอนออกจากตำแหน่งได้

        ที่ประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง จากนั้นมีมติ สนับสนุนการดำเนินการของทั้ง 2 สมาคมวิชาชีพสื่อ ในการดำเนินการใดๆ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพในการแสดงความ คิดเห็น และการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats