ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยต้าน “วอลมาร์ท” ไชน่าทาวน์
ชัญชนิษฐ์ มาร์เทอเรลล์ ผอ.ศูนย์ส่งเสริมชาวไทย ในเสื้อยืดสโลแกน “SAY NO 2 SLAYVERY” ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ โจมตี “วอลมาร์ด” ทำนาบนหลังคน และสร้างความตระหนักเรื่องการปกป้องสิทธิเสริภาพแรงงานมนุษย์
จากการที่บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ “วอลมาร์ท” ประกาศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2012 ว่าจะเปิดสาขาขนาด 33,000 ตารางฟุตใน ที่ ถนนCesar Chavez ตัดกับ Grand Avenues. เขตไชน่าทาวน์ เมืองลอสแอนเจลิส ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านในวงกว้าง
ในการแถลงข่าว ต่อต้านการเปิดวอลมาร์ทในไชน่าทาวน์ ที่มีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ชัญชนิษฐ์ มาร์เทอเรลล์ ผู้อานวยการศูนย์ส่งเสริมชาวไทย ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการละเมิดกฎหมายแรงงานของ “วอลมาร์ท” ทั้งในสหรัฐฯและต่างประเทศ
“บุคคลที่มาร่วมงานเคียงข้างดิฉันในวันนี้คือส่วนหนึ่งของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และแรงงานทาสชาวไทย บุคคลเหล่านี้เป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึงมิติและปัญหาของระบบทุนนิยมโลกและการแข่งขันของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรมหาศาลด้วยการละเมิดกฎหมายแรงงานและเอารัดเอาเปรียบคนงาน มีปัจจัยหลายข้อที่ส่งผลให้เกิดแรงงานทาสรูปแบบใหม่ หนึ่งปัจจัยหลักคือระบบทุนนิยมโลก หรือ ระบบเศรษฐกิจโลกใหม่ ซึ่งหมายถึงระบบเศรษฐกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่ขับเคลื่อนด้วยการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นธุรกิจสามารถเกิดขึ้นและตัดสินใจได้ผ่านเครือข่ายที่เชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก ทำให้โลกไร้พรมแดน และทำให้บริษัทต่างๆแข่งกันแสวงหาแรงงานราคาถูก ความทันสมัยและระบบทุนนิยมโลกยังทำให้ผู้คนถูกขับไล่ออกจากผืนดินของตนเองและกลายเป็นทาสเนื่องจากแรงงานทาสมีมูลค่าทางอ้อมกับเศรษฐกิจโลก นักธุรกิจสามารถสร้างกำไรมหาศาลจากการใช้แรงงานทาสในขณะที่ผู้บริโภคต่างเสาะหาสินค้าราคาถูก ระบบเศรษฐกิจโลกใหม่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศที่กำลังพัฒนา
วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พวกเราทุกคนมารวมตัวกันในที่นี้เพราะเดือนสิงหาคมปีนี้เป็นเดือนครบรอบ 17 ปีของเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐบาลกลางสหรัฐฯบุกเข้าไปช่วยเหลือผู้ถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาสมากกว่า 72 คนในโรงงานเย็บผ้าเถื่อนในเมืองเอลมอนเต้ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย แรงงานชาวไทยเหล่านั้นได้ถูกพบในสภาพไม่ต่างจากทาส พวกเขาถูกกักขังและตัดขาดจากโลกภายนอกนานกว่า 7 ปี และถูกใช้แรงงานเพื่อตัดเย็บผ้าให้กับบริษัทเสื้อผ้ายี่ห้อดัง โดยคดีแรงงานทาสเอลมอนเต้ได้กลายเป็นคดีแรงงานทาสในยุคปัจจุบันคดีแรกของสหรัฐฯนับตั้งแต่การเลิกทาสในปีพ.ศ. 2403
งานแถลงข่าวของเราในวันนี้จะให้ข้อมูลและความกระจ่างในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่วอลมาร์ทกระทำผิดกฎหมายแรงงานและจริยธรรม การเอารัดเอาเปรียบคนงานอย่างรุนแรง การค้ามนุษย์เพื่อหาประโยชน์ด้านแรงงาน การบังคับใช้แรงงานเพื่อขัดหนี้ การบังคับใช้แรงงาน และการใช้แรงงานเยี่ยงทาสทั้งในโรงงาน คลังสินค้า ร้านค้าวอลมาร์ท และบริษัทผู้รับเหมาของวอลมาร์ท 17 ปีหลังจากคดีแรงงานทาสเอลมอนเต้ เราพบว่าปัญหาแรงงานทาสไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเนื้องอกร้าย ในฐานะที่วอลมาร์ทเป็นเครือข่ายซูเปอร์สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ด้วยร้านค้ามากกว่า 4,000 สาขา พนักงานมากกว่า 1.4 ล้านคนในสหรัฐฯ และทายาทตระกูลวอลตั้นทั้ง 6 คนซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายวอลมาร์ทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมทั้งหมดกว่า $102 พันล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าที่ครอบครัวอเมริกันชนชั้นล่างซึ่งเป็น 40% ของประชากรมีรวมกัน ดิฉันขอถามสักคำว่าทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้คิดว่าทายาทตระกูลวอลตั้นทั้ง 6 คนมีกำลังความสามารถในการให้ค่าแรงที่เป็นธรรมแก่คนงานได้หรือไม่
มันเป็นไปได้หรือที่คนอเมริกันรุ่นนี้จะต้องรับเคราะห์กรรมด้วยกันอาศัยอยู่ในระบบเจ้าขุนใหม่ โดยที่ชนชั้นสูงเพียงไม่กี่คนจะใช้ชีวิตเยี่ยงพระราชาท่ามกลางคนทั่วไปที่มีความทุกข์ยาก นี่คือสิ่งที่ดีทึ่สุดสำหรับประเทศเราหรือ เราจะยอมให้บริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านลบเพราะการกระทำผิดกฎหมายแรงงานและผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงและอย่างต่อเนื่องมาเปิดสาขาในชุมชนของเราหรือ
บริษัทผู้รับเหมารายใหญ่ของวอลมาร์ทซึ่งเป็นโรงงานกุ้งและโรงงานสัปปะรดกระป๋องในประเทศไทยได้บังคับใช้แรงงานแทนการชําระหนี้ และทำการค้ามนุษย์เพื่อหาประโยชน์ด้านแรงงาน มีเยาวชนไทยอายุต่ำกว่า 15 ปีตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยเยาวชนเหล่านี้ถูกซื้อและขายให้กับบริษัทผู้รับเหมาเพื่อใช้แรงงาน
โลกาภิวัตน์ทางด้านเศรษฐกิจสำหรับชนชั้นล่างในปัจจุบันนี้หมายความว่าคนงานคลังสินค้าชาวอเมริกันประสบปัญหาคล้ายๆกับคนงานในโรงงานกุ้งและสัปปะรดในประเทศไทย และมีประสบการณ์ชีวิตคล้ายกับคนงานชาวไทยมากกว่าผู้บริหารชั้นสูงในประเทศสหรัฐฯของพวกเขาเองที่เอารัดเอาเปรียบและกอบโกยผลประโยชน์บนความทุกข์ของคนงาน การเอารัดเอาเปรียบเป็นมาตรฐานการปฏิบัติต่อคนงานที่บริษัทวอลมาร์ทเลือกที่จะทำ ซึ่งหมายความว่าการเรียกร้องเพื่อความยุติธรรมสำหรับคนงานจะยังคงดำเนินต่อไป ประเทศไทยอาจจะอยู่ไกลจากทายาทตระกูลวอลตั้น เจ้าของเครือข่ายซูเปอร์สโตร์วอลมาร์ท แต่เราจะนำเรื่องราวและปัญหาของคนงานชาวไทยมาเผยแพร่เพื่อให้ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองใหญ่หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่ไกลถึงชานเมืองในรัฐอาร์คันซอ ได้รับทราบและเข้าใจถึงความทุกข์ของคนงาน หากคุณนำกำไรเข้าบ้าน คุณก็ต้องนำความทุกข์ยากของคนงานเข้ามาด้วย
การณรงค์ในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนสามารถประสบผลสำเร็จได้หากได้รับความร่วมมือจากองค์กรของชุมชน คนงาน และสหภาพแรงงาน
คดีแรงงานทาสเอลมอนเต้ถือเป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานระดับโลกครั้งแรกที่ชุมชนของเราได้เห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าหากเม็ดเงินสามารถดึงดูดให้พ่อค้ากลับไปใช้วิธีการทำธุรกิจแบบเก่าเพื่อผลประโยชน์อันมหาศาลบนความทุกข์ยากของคนงาน แรงพลังของคนอย่างเราก็สามารถต่อสู้ความอยุติธรรมได้เช่นกัน และการร่วมมือของพวกเราในการช่วยคนงานวอลมาร์ทให้ได้รับความเป็นธรรมในวันนี้คือสิ่งที่เราสืบทอดจากการต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงาน
เราจะต้องช่วยกันทำให้กระแสโลกาภิวัตน์มอบสวัสดิการและโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่คนงานในทุกๆที่ ไม่ใช่การแข่งขันลงไปสู่หุบเหวแห่งความตกต่ำที่คนงานต้องขายแรงงานราคาถูกที่สุด อันเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทข้ามชาติใช้เอาเปรียบคนงานทั่วโลกอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
อย่างที่ตัวแทนแรงงานชาวไทยได้กล่าวอยู่เสมอๆ การต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานไม่ใช่การต่อสู่เพียงเพื่อเงิน เพราะอิสรภาพเป็นสิ่งที่หาค่ามิได้ การต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานเป็นส่วนหนึ่งของการฝ่าฟันอุปสรรคที่คนทั่วโลกกำลังทำอยู่ทุกวันเพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมและความเสมอภาค มันเป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้บริษัทต่างๆแสดงความรับผิดชอบและให้ความเป็นธรรมในระบบการค้าที่ขึ้นอยู่กับการเอารัดเอาเปรียบคนงานที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้เพื่อสร้างกำไรอย่างมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การณรงค์เพื่อสิทธิแรงงานในครั้งนี้จะแสดงให้เห็นอย่างที่การต่อสู้ครั้งก่อนๆได้ทำให้เห็นว่าความแตกต่างของชาติ เชื้อชาติ และภาษาจะถูกลบล้างออกไปเพื่อการเคลื่อนไหวของขบวนการแรงงานทั่วโลกในการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมให้กับคนงานทุกคน”