HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
Friday April 18, 2014 16:03
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน

หน้าแรกสยามมีเดีย | ข่าวแอลเอ
สัมภาษณ์ รพีพรรณ“จิ้งหรีด”เหลืองอร่ามรัตน์
โดย สยามมีเดีย 1 มกราคม 2553

          "จิ้งหรีด" รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ในวันนี้ไม่มี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ คอยให้ความอุ่นใจ แต่ความอุ่นใจของจิ้งหรีดได้รับการทดแทนด้วยการทำงานที่ให้ประโยชน์แก่บ้านเมืองและเป็นนักศีกษา วปอ.รุ่น 52

          หลายปีที่ผ่านมา”จิ้งหรีด” เคยจัดงานในเดือนเมษายน โดยใช้โอกาสวันสงกรานต์แสดงให้เห็นถึงศักยภาพใน connection ที่เธอมี ด้วยการเชิญคณะทูตานุทูตจาก 16 ประเทศ ที่ประจำการในประเทศไทย เข้า ร่วมฉลองประเพณีสงกรานต์ ที่เธอเป็นผู้จัดขึ้น โดยใช้บ้านไทย “จิม ทอมป์สัน”เป็นสถานที่จัดงาน  ครั้งนั้นจิ้งหรีดกล่าวว่า "แม้ว่านักการทูตบางท่านจะอยู่ในประเทศไทยมานาน แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ หรือวัฒนธรรมไทยอื่นๆ ยังคลาดเคลื่อนอยู่มาก ซึ่งเราคิดว่าโดยความสัมพันธ์ ที่เรามี เราน่าจะช่วยให้ เพื่อนของเรารู้จักวัฒนธรรมประเพณีของเราให้มากขึ้น"  

           “รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์” มีการศึกษาระดับ ปริญญาโท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ปริญญาตรี สาขาการจัดการ  มหาวิทยาลัยศิลปากร : หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (Advanced Management Program : ISMP) : หลักสูตร Competition & Strategy จากมหาวิทยาลัย Harvard, ประเทศสหรัฐอเมริกา:  หลักสูตรการพัฒนากรรมการบริษัทมืออาชีพ (DCP)  จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และเป็นนักศีกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 52

          มาวันนี้ในเมืองนางฟ้า แอล.เอที่ร้านอาหารไทย “banana bay” ในเมือง Rowland heights รัฐแคลิฟอร์เนีย ของเถ้าแก่ “จร โค้ว และครอบครัว”ที่ “จิ้งหรีด” นำคณะครูและนักเรียนที่ชนะการประกวดการทำอาหารจากเมืองไทยมาสาธิต การทำอาหารไทยให้ฝรั่งตาน้ำข้าวได้มีโอกาสชมรสชาติอาหารที่เป็นจานเด็ด จากฝีมือการปรุงแต่งและประกอบอาหารโดยอาจารย์ที่ทรงคุณวุฒิและเชียวชาญในด้านการทำอาหารไทยโดยเฉพาะ

          จิ้งหรีด : หรีดให้ทุนการศึกษา แล้วหรีดก็เลยเลือกนักเรียนอาชีวะ เด็กนักเรียนอาชีวะ หรีดมความรู้สึกส่วนตัวว่า มีศักยภาพ

          ผู้สื่อข่าว : มีศักยภาพในเรื่องของอะไร ในเรื่องของการศึกษาหรืออะไร?

          จิ้งหรีด : ในเรื่องของการ Create Menu สร้างสรรค์เมนู เพราะว่านักเรียนอาชีวะมีเยอะ ทั่วประเทศมีเยอะ มีทั้ง 404 แห่ง แล้วก็ประกอบกับทางอาชีวะ เด็กส่วนใหญ่ที่เรียน ไม่ค่อยมีความภาคภูมิใจในสาขาที่เรียน เพราะเรียนจบแล้วก็ต้องไปหาปริญญาตรี ซึ่งไม่จำเป็น

          ผู้สื่อข่าว : คุณหรีดต้องการให้เขามีอาชีพเพื่อนำไปประกอบอาชีพได้ใช่ไหมครับ?
จิ้งหรีด : ถูกต้องค่ะ

          ผู้สื่อข่าว : ส้มตำก็เป็นส่วนหนึ่งที่เขาจะไปนำไปประกอบอาชีพเป็นส่วนตัวของเขาใช่ไหมครับ?
          จิ้งหรีด : เพราะหรีดคิดว่า ไม่มีสลัดที่ไหน ของประเทศไหนก็ตาม ที่ครบรส และอุดมไปด้วยสมุนไพรเท่ากับ Papaya Salad  

          ผู้สื่อข่าว : แล้วทำไมถึงยังอยากจะเอาส้มตำอาหารชนิดนี้ มาเผยแพร่ในต่างประเทศละครับ?  
          จิ้งหรีด : เพราะว่าเกษตรกรจะได้ขายของได้ด้วย อันนี้คือวัตถุประสงค์แรก วัตถุประสงค์ที่สองคือ หรีดต้องการมาศึกษาตลาด ในฐานะที่หรีดเป็นนักศึกษา วพอ. หรีดเรียน วพอ.รุ่น 52 กับ ปรอ.22 ภาครัฐร่วมเอกชน อยู่ ปรอ.22 แล้วหรีดทำยุทธศาสตร์ชาติเรื่อง "ครัวไทยสู่ครัวโลก" หรีดโฟกัสเลยว่า วิจัยชุดนี้ของหรีด หรีดต้องการทำที่สหรัฐอเมริกา แล้วเลือกที่นครลอสแอนเจลิส หรีดเลือกเลย

          ผู้สื่อข่าว : ทำไมถึงเลือกนครลอสแอนเจลิส?
          จิ้งหรีด : เพราะว่าที่นี่คนไทยมากที่สุด ข้อที่สอง ที่นี่คนที่ทานอาหารไทยนั้น เป็นคนเอเชีย ไม่ใช่เฉพาะคนไทยอย่างเดียว หรีด จึงอยากรู้ว่า ปัจจุบันนี้ ถ้าจะทำเรื่องครัวไทยสู่ครัวโลก ตามนโยบายของรัฐบาล อะไรบ้างที่เป็นจุดขาดแคลน อะไรบ้างที่เป็นจุดเด่นของร้านอาหารที่อยู่ได้ดี อะไรที่ทำให้ร้านอาหารไทยบางร้านล้มหายตายจาก และจะทำยังไงให้อาหารไทย ขึ้นมาเหนือญี่ปุ่นให้ได้

          ผู้สื่อข่าว : แล้วตรงนี้ เราต้องรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อไปทำการวิจัยและวิเคราะห์เอาใช่ไหมครับ? ทำเป็นบทสรุปขึ้นมา แล้วก็หาทางแก้ไขใช่ไหมครับ?
          จิ้งหรีด : สรุปขึ้นมาเป็นยุทธศาสตร์ของชาติว่า ชาติควรทำหรืออะไร เพื่อจะทำให้ผู้ประกอบการที่ทำร้านอาหารไทยอยู่ หรือกำลังจะทำร้านอาหารไทย ให้ขยายมากขึ้น ต้องทำอะไรบ้าง? เพราะบางทีถ้าต้องไปทำเองอยู่ที่ประเทศไทย แล้วไม่ได้มารรับฟังข้อมูลที่แท้จริง จากที่เขาทำเองเลย อาจจะแก้ปัญหาผิดที่

          ผู้สื่อข่าว : แล้วตอนนี้ได้ข้อมูลอะไรบ้าง เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ร้านอาหารไทยไม่ประสบความสำเร็จ  
          จิ้งหรีด : จุดแรกเลยก็คือ เรื่องพ่อครัว แม่ครัว อันที่สอง มาตราฐานค่ะ มาตราฐานของพ่อครัว แม่ครัวนี่แหละค่ะ  

          ผู้สื่อข่าว : หมายถึงฝีมือการทำอาหารของพ่อครัว แม่ครัว หรือครับ?
          จิ้งหรีด : มันไม่ใช่แค่ฝีมืออย่างเดียว มันเรื่องของความสะอาด เพราะตอนนี้ความสะอาดมันมาแรง ทีนี้ถ้าเขาไม่ได้เรียนมา ถ้าไปบอกเขาให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ เขาจะมีความรู้สึกว่าเขาแน่ เขายังไม่อยากจะเปลี่ยนน่ะ เขายังเชื่อว่า อย่างนี้ก็ได้ บางทีเขาทำอาหาร แล้วเขาก็วางไว้ ซึ่งมันไม่ใช่ มันทำอย่างนั้นไม่ได้ แบคทีเรียมันมา แต่บังเอิญเขาไม่ได้เรียนมา ก็เขาทำมาทั้งชาติแล้ว เขาก็เชื่อของเขาอย่างนั้น ฉะนั้นมาตราฐาน A ก็เลยไม่ได้ซะที มันก็ได้แค่ B หรือ C คนกินเขาก็ไม่อยากจะกิน เขาก็อยากจะกิน (เกรด) A

          ผู้สื่อข่าว : คงกลัวความสกปรกใช่หรือไม่?  
          จิ้งหรีด : ค่ะใช่ อันทีสอง ยึดทำเหมือนเดิม ฉู่ฉี่ แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน มันก็ไม่ได้ คนก็ไม่ได้กินแค่นั้นนะ คนเขามากินอะไรที่มันประยุกต์ อะไรที่มันยอมรับ คือเราจะทำอะไรก็ตาม เราต้องมาดูว่าผู้บริโภคต้องการอะไร? ไม่ใช่ว่าเราต้องการทำอะไร? เพราะเราต้องเอาใจผู้บริโภคมาใส่ใจเรา ถูกไหมค่ะ? ฉะนั้นจะต้องมาศึกษา

          ผู้สื่อข่าว : ทีนี้ต้องมาศึกษา แล้วต้องแบ่งผู้บริโภคเป็น 2 กลุ่ม ใช่ไหมครับ? เพราะบางกลุ่มอาจจะชอบอาหารไทยแท้ บางกลุ่มอาจจะชอบอาหารไทยประยุกต์  
          จิ้งหรีด : ถูกต้องค่ะ แล้วทราบไหมค่ะว่าทำไมหรีดถึงต้องส่งเด็กมาอยู่ที่นี่ 3 เดือนก่อน แล้วถึงค่อยเปิดตัวเมื่อคืน ทำไมถึงไม่เปิดตัวก่อน เมื่อเด็กมา นี่คือสาเหตุค่ะ ต้องการให้เด็กมาอยู่ก่อน ซึมซับเรียนรู้ว่า รสชาติที่นี่เขาชอบแบบไหน?

          ผู้่สื่อข่าว : เด็กมาอยู่ที่นี่ อยู่ที่ไหนครับ?  
          จิ้งหรีด : อยู่ที่ไทยแลนด์ พลาซ่า

          ผู้สื่อข่าว : คือหาประสบการณ์ก่อนใช่ไหมครับ?
          จิ้งหรีด : ใช่ค่ะ หาประสบการณ์่ก่อน 3 เดือน หลังจากที่เขาชนะแล้ว หรีดจึงส่งเขามานี่

          ผู้สื่อข่าว : อ๋อ ชนะที่เมืองไทย แล้วส่งมาประจำที่ ไทยแลนด์ พลาซ่าหรือครับ?
          จิ้งหรีด : ไม่ได้ประจำค่ะ มาศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ เพราะเดี๋ยวจะกลับแล้วค่ะ หลังจากนั้นหรีดก็จะ Rotate ค่ะ เปลี่ยนกลุ่มอื่นมาใหม่ เพื่อมาศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค แล้วมานั่งประชุมกัน แล้วหรีดก็เลือกเมนู แล้วก็ปรับเล็กน้อย ให้เป็นไปตามที่ผู้บริโภคต้องการค่ะ  

          ผู้สื่อข่าว : แล้วปัญหาอะไรอีกต่อไปครับ? เรื่องพ่อครัว แม่ครัว นี่แน่นอนเลย
          จิ้งหรีด : ปัญหาที่สองก็คือว่า เขาต้องการให้รัฐบาลไทยให้มีการสนับสนุนมากขึ้น เวลาจัด Trade Show ก็ให้พวกคนไทยนี่แหละค่ะ เพราะว่าอาหารไทยไม่ใช่มีเฉพาะ แกง ผัด มันมีตั้งกี่อย่างล่ะ? แล้วก็เอาวัฒนธรรมมาร่วมด้วย ให้เหมือนญี่ปุ่น เหมือนเกาหลี เวลาเขาสนับสนุนนะ มันมาทั้งขบวนการน่ะค่ะ

          ผู้สื่อข่าว : อันนี้รวมไปถึงการให้เงินกู้ ในดอกเบี้ยต่ำนี้ด้วยรึเปล่าครับ?  
          จิ้งหรีด : ถูกต้องค่ะ

          ผู้สื่อข่าว : เป็นไปได้ไหมครับ?  
          จิ้งหรีด : เป็นไปได้ไหม หรีดว่าน่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าตอนนี้รัฐบาลไทยภายใต้คุณอภิสิทธิ์ เขากำลังต้องการสร้างเรื่อง Creative Thailand มันก็มีในนั้น มีหลายๆ อย่างนะค่ะ ที่เขาต้องการให้คนไทยเข้มแข็ง

          ผู้สื่อข่าว : คุณหรีดทำมีกลุ่มของคุณหรีดเองไหมครับ อย่างเช่น กลุ่มคณะกรรมการอะไรซะอย่างขึ้นมา เพราะอันนี้ก็เป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะสำคัญมาก ผมว่ามันจะเป็นผลดีทั้งชุมชนไทยในต่างประเทศ แล้วก็เป็นผลดีทั้งในประเทศไทยด้วย
          จิ้งหรีด : หรีดไม่ได้ทำในฐานะกลุ่ม หรีดทำในฐานะเดี่ยว เดี่ยวเลยค่ะ แล้วหรีดจะนำเสนอ วพอ. แล้วหลังจากนั้น วพอ.เขาจะเอานำไปรวมอยู่ใน วพอ.ใหญ่ และจะเสนอรัฐบาลค่ะ
ผู้สื่อข่าว : รู้สึกว่างานนี้ใหญ่ แล้วก็มี affective ที่จะกระทบได้ทั้งที่เมืองไทย คือผลดีมันได้ทั้งสองฝ่าย พูดตามตรง ถ้าทำงานนี้สำเร็จนะครับ  

          จิ้งหรีด : ถูกต้องค่ะ หรีดก็คิดว่า หรีดหวังว่า เมื่อตอนที่หรีดเข้าไปศึกษา วปอ. ได้ประมาณ 3 เดือน ทางผู้อำนวยการวิทยาลัย วปอ. พลเรือโท อมรเทพ ณ บางช้าง เป็นผู้อำนวยวิทยาลัย วพอ.นี้นะคะ ท่านพูดเสมอว่า "คุณหรีด ในฐานะที่คุณหรีดเนี่ยเป็นผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญเรื่องครัวไทยสู่ครัวโลก ผมยอมรับคุณเรื่องเกี่ยวกับอาหาร แล้วถ้าหรีดทำยุทธศาสตร์ชาติ เรื่อง "ครัวไทยสู่ครัวโลก" ได้นะ เอาข้อมูลที่แท้จริงมา ผมในฐานะเป็นผู้อำนวยการ ผมจะนำเรื่องนี้ เสนอ ครม. เพราะ วพอ. ไม่ใช่ทำเฉพาะเรื่องเดียวถูกไหมค่ะ หนึ่งจะต้องทำเรื่องความมั่นคงของชาติ เขาก็มีคนทำเรื่องความมั่นคงของชาติ ทำเรื่องพลังงานทดแทน ก็มีคนทำเรื่องพลังงานทดแทน ในส่วนของหรีด หรีดทำเรื่อง "ครัวไทยสู่ครัวโลก" เขาก็จะเอาไปรวมกัน แล้วเสนอรัฐบาล ให้รัฐบาลนำไป เพื่อที่จะนำไปพิจารณา เพื่อที่จะนำมาปฏิบัติอย่างแท้จริง

          ผู้สื่อข่าว : คุณหรีด รู้จักคุณชวรัตน์ ชาญวีรกูล ดีนี่ครับ ทำไมไม่ ล๊อบบี้ ทรู คุณชวรัตน์ด้วย
          จิ้งหรีด : คุณชวรัตน์  ไม่เกี่ยวกับตรงนี้  

          ผู้สื่อข่าว : หมายถึงว่า ล๊อบบี้ คุณชวรัตน์ ก่อนที่จะให้ วปอ. เขานำเสนอเข้าไป
          จิ้งหรีด : ไม่ต้อง ล๊อบบี้ เลยค่ะ ผอ.บอกเลยว่า ทาง วปอ. มีศักยภาพ การนำเสนอนายกฯ และรัฐมนตรี ส่วนใหญ่แล้วก่อนจบ จะมารับฟังค่ะ ไม่ต้องไป ล๊อบบี้ เลยค่ะ เพราะโดยเครือข่ายของ วปอ. นั้นมีพลังอยู่แล้วค่ะ

          ผู้สื่อข่าว : ผมอาจจะห่างจากเมืองไทยนิดนึง
          จิ้งหรีด : ความจริง วปอ. มีพลังมากอยู่แล้วค่ะ ไม่ต้อง ล๊อบบี้เลยค่ะ ทั้งรัฐมนตรีและทั้งนายกฯ ฟังค่ะ

          ผู้สื่อข่าว : เมื่อคืนนี้ผมฟังดู เหมือนว่าคุณหรีดมีโครงการที่จะมาตั้งโรงเรียนสอนทำอาหารที่นี่เหรอครับ?
          จิ้งหรีด : คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ของชาติ หรีดคิดว่า แทนที่จะไปขยับขยาย หนึ่งส่งอาหารมา สองส่งเชฟมาไม่จำเป็นหรอกค่ะ ตั้งสถาบันสอนทำอาหารที่นี่น่าจะดีที่สุด เพราะการส่งอาหารมา วัฒนธรรมไม่มาการส่งเชฟมาเราจะถูกกีดกัน แล้วก็ส่งได้น้อย แต่ว่าไม่ใช่ไม่ทำนะคะ ทุกอย่างยังทำ ส่งอาหารยังทำ ส่งเชฟยังทำ แล้วก็เพิ่มสถาบันอยู่ที่นี่ อันนี้นะคะ

          ผู้สื่อข่าว : อันนี้ ผมเห็นด้วยมากเลย
          จิ้งหรีด : เพราะว่ามันทำอย่างเดียวไม่ได้หรอกค่ะ ต้องทำหลายๆ อย่างประกอบกัน

          ผู้สื่อข่าว : อยากจะให้รัฐบาลให้การอุดหนุน เป็นการประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาลไทยของเราไปด้วย เป็นการทำอาหารไปด้วย
          จิ้งหรีด : จะให้รัฐบาลไทยมาตั้งทำอาหารคงไม่ได้

          ผู้สื่อข่าว : ไม่ใช่ รัฐบาลให้การอุดหนุน
          จิ้งหรีด : เอกชนตั้งรัฐบาลช่วย

          ผู้สื่อข่าว : ใช่ครับ ในทำนองนั้น อาจจะสนับสนุนทางเงินบ้างส่วนหนึ่ง แล้วก็ให้เป็น Law Cost สำหรับคนทั่วไปที่จะเข้าไปเรียน
          จิ้งหรีด : เห็นด้วยค่ะ

          ผู้สื่อข่าว : เพราะเราไม่จำเป็น Limit เฉพาะคนไทย อาจจะเป็นคนต่างชาติด้วย
          จิ้งหรีด : อันนั้นก็อีกส่วนหนึ่ง ใช่ค่ะ

          ผู้สื่อข่าว : จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่อง พ่อครัว แม่ครัว ด้วย
          จิ้งหรีด : ค่ะ ใช่ค่ะ

          ผู้สื่อข่าว : ผมคิดว่า ถ้าจะส่งคนจากเมืองไทยมาที่นี่ ปัญหาเรื่องการทำวีซ่ามันยากมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ด้วย

          การสนทนาที่ได้ประโยชน์ต่อชุมชนไทยในต่างประเทศและเป็นประโยชน์ต่อการตลาดทางด้านอาหารส่งออกของประเทศไทย นับเป็น สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปและให้การสนับสนุนต่อ โครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats