HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2551 08:49 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ข่าวแอลเอ
ระดมพันธมิตรฯ ทั่วโลกต้านแก้รธน.
โดย สยามมีเดีย 4 เมษายน 2008 แก้ไข 7เมษายน08

       พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในแอล.เอ ปลุกระดมพันธมิตรฯ ทั่วโลกให้ออกแถลงการณ์ต่อต้าน รัฐบาล “นอมินี”ทีจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปูทางให้ “ทักษิณ”พ้นผิด โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาคดี ตามขบวนการยุติธรรม พร้อมเรียกร้องพันธมิตรฯ ทั่วโลกเดินขบวนหน้าสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในเมืองนั้นๆ

       Los Angeles, CA มีรายงานว่ากลุ่มพันมิตรฯแอล.เอ ได้มีมติในการประชุมอย่างเร่งด่วนครั้งล่าสุดเนื่องจากสถานการณ์ ในประเทศไทยเริ่มดำเนินไปสู่กลียุค โดยการดำเนินงานของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่แสดงเจตนารมณ์อย่างแน่ชัดที่จะ ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่ 237 และมาตราที่ 309 โดยไม่ฟังคำทักท้วงจากประชาชนที่ไม่เห็นด้วยแต่อย่างไร อันจะ เป็นสาเหตุให้ผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยประจันหน้ากันและมีเหตุให้จะนำไปสู่การนองเลือด

       นายอรรคเดช ศรีพิพัฒน์ สมาชิกพันธมิตรฯแอล.เอ ผู้หนึ่งได้กล่าวว่า “การประจันหน้าจนถึงขั้นนองเลือด อาจจะเกิดขึ้้น ได้ทันที่ที่รัฐสภายอมรับมติของพรรคพลังประชาชนที่จะเดินหน้าขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 และมาตรา 309 เพื่อนำเข้า ไปอภิปรายขอความเห็นชอบ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะสามารถหยุดยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ในรัฐสภา เนื่องจากจะไม่มีคะแนนเสียงสนับสนุนเพียงพอ"

        “วิธีทางที่จะก่อไม่ให้เกิดการนองเลือด น่าจะทำได้หากประชาชนไทยพันธมิตรฯทั่วโลกออกมาร่วมกันต่อต้านการที่ รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวท จะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการออกแถลงการณ์เป็นหนังสือส่งผ่านและเดินขบวนหน้า สถานทูตหรือสถานกงสุลในเมืองนั้นๆ นอกจากนี้ผมจะเรียกร้องให้ประชาชนไทยทั่วไปที่เห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเกิด เมืองนอน ให้ออกมาช่วยกันสนับสนุนการเดินขบวนหน้าสถานกงสุลใหญ่แอล.เอ และหน้าสถานที่ทำการของรัฐบาลกลาง สหรัฐฯที่ถนนซานตา โมนิก้า เมืองเวสวูด ดังที่เคยกระทำมาเมื่อครั้ง “พฤษภาทมิฬ” นายอรรคเดช กล่าว “ส่วนวันและเวลาที่ แน่นอนจะแจ้งผ่านสื่ออีกครั้งหนึ่ง” นายอรรคเดช กล่าวในตอนจบ

       แถลงการณ์ จากพันธมิ่ตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในนครลอสแอนเจลิส

        ดังเป็นที่ปรากฏอย่างแน่ชัดแล้วว่า รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวท จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ฉบับพ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในระหว่างการเลือกตั้งจนเป็นบ่อเกิดของรัฐบาลชุดนายสมัคร สุนทรเวช ที่เป็นรัฐบาล “นิมินี” ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

       สาเหตุของการที่รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวท ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในมาตรา 237 และมาตรา 309 เนื่องจากต้องการที่จะปูทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นผิดจากข้อกล่าวหาว่าโกงกินบ้านเมือง ในคดีสำคัญๆถึง ๙ คดี คิดเป็นมูลค่าที่ทำให้ทรัพย์สินของแผ่นดินขาดหายไปอย่างมหาศาลเป็นจำนวนเงินถึง ๕๘,๗๒๐,๐๐๐ ล้านบาทดังไม่เคย ปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของชาติไทย

       สำหรับมาตรา 237 ร่างขึ้นมาเพื่อป้องกันและลงโทษพรรคและนักการเมืองมิให้ทุจริตในการเลือกตั้ง และมาตรานี้ไม่ เป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และมาตรา 309 ไ้ด้ถูกร่างขึ้นเพื่อให้มี การจัดตั้งองค์กรกลางที่เป็นอิสระในการตรวจสอบการกระทำการทุจริตต่างๆ ของข้าราชการและนักการเมือง

       ทั้ง ๒ มาตราถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปีพ.ศ. 2550 ที่ได้ผ่านประชามติจากประชาชนทั่วประเทศ

       การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ โดยเน้นที่ 2 มาตรานี้ จึงเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่จะกระทำตัวให้มีอภิสิทธิ์ เหนือกฎหมาย ซึ่งไม่ชอบด้วยหลักธรรมาภิบาล และไม่ชอบด้วยหลักนิติศาสตร์ ทั้งยังเป็นการแสดงเจตนาที่จะดึงทุนนิยม สามานย์ให้กลับมาเป็นเผด็จการทรราชในรัฐสภาในนามของรัฐบาลนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

       ด้วยเหตุผลดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกา จึงขอแสดงจุดยืนอย่างแน่ชัด ที่จะดำเนินการขัดขว้างการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปีพ.ศ. 2550 ทุกวิธีทางโดยสันติวิธี

       พร้อมขอประณามการกระทำเยี่ยงอันธพาลของนายการุณ โหสกุล สส.กทม.พรรคพลังประชาชนที่ได้กระโดดถีบ นาย สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ในรัฐสภาเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2551 และขอเรียกร้องให้ประชาชน ไทยทุกท่านที่มีสิทธิเลือกตั้งได้ร่วมกันลงรายชื่อเพื่อใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 164 ในการที่จะรณรงค์และรวบรวมราย ชื่อประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน เพื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนซึ่งกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 270 ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้

       ด้วยจิตคารวะ ลง วันที่ 2 เมษายน 2551  ลงชื่อ กลุ่มพันธมิตรฯแอล.เอ กลุ่มพันธมิตรฯซานฟรานซิสโก กลุ่มพันธมิตรฯ นครชิคาโก กลุ่มพันธมิตรฯนิวยอร์ค กลุ่มพันธมิตรฯลาสเวกัส กลุ่มพันธมิตรฯ ซานดิเอโก (และที่เมืองอื่นๆ -แถลงการณ์แบบ อย่างที่พันธมิตรฯทั่วโลก สามารถนำไปแก้ไขดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของพันธมิตรฯในแต่ละกลุ่ม)

       ต่อมาเมื่อวันที่ 3เม.ย.  นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ขณะนี้บานปลาย โดยมีการรวมพลังของทั้งกลุ่มพันธมิตรฯและนักวิชาการที่ออกมาคัดค้าน ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นและต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกมาก แต่รัฐบาลขอยืนยันว่าแนวความคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่อยู่ในนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมืองที่มาจัดตั้ง รัฐบาลร่วมกันหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชนสัญญาชัดเจนว่าต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุที่มีคนพูดว่ามา เปลี่ยนแปลงฉับพลันในตอนนี้ รีบแก้รัฐธรรมนูญเพราะเรื่องยุบพรรค ก็ต้องบอกว่ามีทั้งส่วนจริงและไม่จริง ความคิดในการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นมีกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว  “ แต่ตอนแรกก็มีเสียงจากนายกรัฐมนตรีว่าควรจะรอเวลาสักหน่อย เพื่อแก้ไขในตอนหลัง ก็เพราะเราเข้าใจว่าฝ่ายที่ไม่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญจะยอมรับวิถีทางประชาธิปไตยบ้าง ไม่ใช่ว่า บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้วก็ยังใช้ระบบพรรคพวก ไม่ยอมให้บริหารประเทศ ไปทางซ้ายก็ติด ไปทางขวาก็ติด วางยาจะ ให้ประสบความล้มเหลวในการบริหารประเทศ พอจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มาบอกว่าห้ามแก้ อย่างนี้ก็เหมือนกับเรื่องหมาป่ากับ ลูกแกะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้เหมือนเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ เอ็งไม่เคยทำข้า พ่อเอ็งก็ทำ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะ ยอมรับได้ในประเทศไทยในปีพุทธศักราชนี้ หากมีความเห็นที่ตรงกันหรือขัดแย้งกันก็ให้แสดงออกมา แต่กระบวนการในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเดินหน้าต่อไป เปลี่ยนแปลงจากระบอบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยกลับมาเป็นประชาธิปไตย ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เสียชาติเกิด ” นายจักรภพ กล่าว

       เมื่อถามว่าแต่ในส่วนของพรรคพลังประชาชนเองก็ยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไข นายจักรภพ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าพรรคพลังประชาชนสั่งได้ก็คงเป็นพรรคที่เผด็จการตั้ง แต่นี่คือพรรคประชาธิปไตย ซึ่งความเห็น ที่แตกต่างนั้นสามารถพูดกันได้ สังคมควรจะดีใจที่พรรคการเมืองอย่างพรรคพลังประชาชนมีข้อถกเถียงและมีความขัดแย้งทาง ความคิด

       เมื่อถามย้ำว่าแต่ความขัดแย้งลุกลามจนถึงขั้นมีการกระโดดถีบกันกลางสภาผู้แทนราษฎรระหว่าง ส.ส.สองฝั่ง นาย จักรภพ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่น่าจะเกิด เราไม่สนับสนุนและไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้มีการแสดงออกด้วยความรุนแรง อย่างนั้น แต่ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงว่าเรื่องนี้หลายคนให้ความสำคัญ โดยลงไปถึงจิตใจและความรู้สึก มอง ในแง่บวกว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่สำคัญขนาดนี้ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่เราก็ขอร้องและอ้อนวอนว่าทุกฝ่ายที่ต้องการให้มีการ แก้ไข หรือฝ่ายที่ไม่อยากเห็นรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงมาเป็นประชาธิปไตยก็ตาม ควรต้องมีเวทีพูดกันอย่างสันติ ที่สำคัญคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากทุกพรรคการเมือง รวมทั้งฝ่ายค้านด้วย ดังนั้นเรื่องนี้เป็นการมองหามติ ร่วมระหว่างทุกฝ่ายอยู่แล้ว

       นายจักรภพ กล่าวว่า ตนคิดว่าโดยกระบวนการถ้าหากกลุ่มพลังภายนอกจะยอมให้ดำเนินไปตามครรลองที่ควรเป็น ก็จะมี วิธีการป้องกันความขัดแย้งอยู่แล้วในตัว อย่าลืมว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอดีตที่นำไปสู่ปัญหาเป็น เพราะมีกลุ่มพลังนอก ระบบเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ถ้าหากว่าปล่อยให้เป็นไปตามระบบก็จะไม่เกิดปัญหา

       เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่าเหตุการณ์ขณะนี้เหมือนกับก่อนเกิดเหตุการณ์รัฐประหารที่ผ่านมา นายจักรภพ กล่าวว่า ตนไม่เห็นว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะถ้ามีคนที่คิดจะทำอะไรอย่าง 19 ก.ย.อีก เราก็คงคิดปิดกิจการประเทศไทยกันได้ ความ คิดอย่างนั้นเป็นความคิดของคนที่เอาผลประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะหน้าเป็นหลัก ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะเริ่มสูญพันธุ์หรือเป็น พันธุ์ที่ไม่น่าจะเติบโตได้มาก ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล แต่เกี่ยวกับประชาชนที่มีวุฒิภาวะ มีความรู้สึกร่วมในการเป็น เจ้าของประเทศ แล้วจะยอมให้คนหยิบมือเดียวมาทำอะไรบุ่มบ่าม รุนแรง เพื่อจะเปลี่ยนแปลงทิศทางทางการเมืองและการ พัฒนาประเทศ ตนเชื่อว่าประชาชนไม่ยอมเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว

       เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้เกิดความคิดไปในแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะในส่วนของ นักวิชาการที่ขณะนี้ออกมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก นายจักรภพ กล่าวว่า แนวความคิดในการสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญก็มี มาก เพียงแต่อยู่ในกลุ่มประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งประชาชนไม่มีทางไปให้สัมภาษณ์ หรือจัดสัมมนา ดังนั้นเรื่องนี้ ต้องยอมรับความจริงว่าถ้าหากจะระดมความคิดเห็นในเชิงปริมาณกันจริงๆ ตนคิดว่าฝ่ายสนับสนุนสามารถจะเอาชนะได้โดยไม่ ยาก แต่เราไม่ควรจะทำแบบนั้น ควรจะให้กระบวนการนิติบัญญัติจุดชนวนว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร ซึ่งประชาชนก็จะ อยู่เบื้องหลัง ส.ส. และ ส.ว.อีกที ดังนั้นกระบวนการนี้ลงตัวและพร้อมอยู่แล้ว ก็ไม่อยากเห็นการเคลื่อนไหวอะไรที่จะส่งเสริม ความรุนแรง ตนคิดว่าการยอมรับระบบเป็นเรื่องที่ดีที่สุด คนที่ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านก็เป็นเรื่องของท่านแต่อย่าทำตัว อยู่เหนือระบบ

       ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าขณะนี้มีการพยายามยั่วยุนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อที่รัฐบาลจะทำการปฏิวัติตัวเอง นายจักรภพ กล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น ตอนนี้เราสับสนเพราะเราอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์มานาน พอมาอยู่ในระบบประชาธิปไตย ไม่มีนายตามสังกัดที่จะคอยบอกว่าจะให้ทำอย่างไร เราเริ่มเข้าสู่ระยะประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ดังนั้นเราก็ต้องอยู่ร่วมกับ คนที่เราไม่ชอบหน้า ไม่ชอบความเห็นให้ได้ ลัทธิหมั่นไส้ อิจฉาริษยาแบบไทยต้องทำให้ลดลง ไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถ ผลักดันประเทศให้เดินหน้าได้ ขณะนี้ขอให้เห็นใจรัฐบาลกันบ้าง เพราะทุกวันนี้ไปเชิญชวนต่างประเทศมาลงทุนก็มีแต่คำถาม ว่าแน่ใจหรือว่าจะไม่มีการยึดอำนาจอีก แต่ถ้ามาคอยกระแซะกันอยู่ คอยเสนอความเห็นว่าอาจจะมีได้ก็ทำให้ประเทศไม่ สามารถเดินหน้าได้ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนคนที่ไม่ต้องการก็บอกมาให้ชัด ว่าไม่ต้องการให้แก้มาตราใด การไม่เห็นด้วยกับการแก้บางมาตราแล้วมาบอกว่าไม่ควรแก้ทั้งฉบับนั้นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง การแก้รัฐธรรมนูญเป็นฉันทามติที่รัฐบาลทุกพรรครับมาจากประชาชน ดังนั้นต้องเดินหน้าแก้ไข

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats