HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2551 08:56 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ขอพูดด้วยคน
ขอพูดด้วยคน 69
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 25 เมษายน 2551
     ขอย้อนไปกล่าวถึง แผนฟินแลนด์, ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์, หรือ ปฏิญญาฟินแลนด์ ว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด ที่ถูก กล่าวถึงเป็นครั้งแรกโดยนายปราโมทย์ นาครทรรพ ทางหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และทางเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์  และได้ ถูกนำมาเผยแพร่ในวงกว้างโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยจัดการสัมมนาถึง เรื่องนี้ ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

       ผู้สร้างทฤษฎีได้กล่าวว่า แผนนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2542 สมัยที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อยู่พรรคพลังธรรม ใน รัฐบาลสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชาเป็นนายกรัฐมนตรี  ที่ประเทศฟินแลนด์ จึงตั้งชื่อว่าแผนฟินแลนด์

       โดยในขณะนั้นพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้สมคบคิดกับอดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพือล้ม ล้างราชวงศ์จักรี ยึดอำนาจการปกครองราชอาณาจักรไทย ก่อตั้งสาธารณรัฐคอมมิวนิสต์ และล้มล้างการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย  

       การกล่าวหาดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายในทางการเมืองและชื่อเสียงของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าผู้ร่วมสร้างทฤษฎีจะไม่เคยแสดงหลักฐานแต่อย่างใด เพื่อพิสูจน์ว่าแผนสมคบคิดนี้มีจริง

       พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และอดีตผู้นำและผู้ร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้ปฏิเสธในเวลาต่อมาว่าแผนสมคบ คิดนี้ไม่มีจริง

       ปกปิดฟอกตัวถึงขั้นลงทุนฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายปราโมทย์ นาครทรรพ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

       หลังจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ได้ก่อการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองของราชอาณาจักรไทยไว้ได้ แต่ไม่ได้ มีการตรวจสอบ หรือสอบสวนรายละเอียดของแผนฟินแลนด์แต่อย่างใด

       คดีแผนฟินแลนด์มีความคืบหน้าที่ศาลอาญา โดยในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2550 พยานโจทย์ได้ประกาศชื่อพยานฝ่าย โจทย์จำนวน 12 คน ระบุชื่อ นายสุขุม นวลสกุล เป็นพยานปากที่ 1 นายนิติภูมิ นวรัตน์ เป็นพยานปากที่ 2 นายสมัคร สุนทรเวช เป็นพยานปากที่ 4 พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ เป็นพยานปากที่ 6

       เห็นชื่อนายสมัคร สุนทรเวช เป็นพยานปากที่ 4 แล้วคงเห็นผลการตัดสินแล้วว่าจะออกมาในรูปใด

       ขอตั้งข้อกล่าวหาว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันพยายามสืบสารยุทธศาสตร์ฟินแลนด์ต่อโดยการที่ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปีพ.ศ.2550

       เริ่มต้นด้วยอ้างว่าเพราะเป็นรัฐธรรมนูญจากรัฐประหาร ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาล แต่ กลับขอแก้ไขมาตรา 237 เรื่องการยุบพรรค และมาตรา 309 ซึ่งเปิดทางสู่การลบล้างความผิดพวกพ้อง ไม่เกี่ยวกับประชาธิป-ไตยและประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานของรัฐบาลตามข้ออ้างในขั้นแรก

       พอฝุ่นหายตลบ ภาพการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มชัดเจนยิ่งขึ้น

       พบว่านอกจากจะแก้ไขมาตรา 237 และ 309 แล้ว ยังจะโละคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 180 วัน ไม่ให้ อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 7 ปี และ 9 ปี

       อีกเล็งจะดึงอัยการสูงสุดกลับไปอยู่ภายใต้ บังคับบัญชาของรัฐบาล

       ถ้าพรรคพลังประชาชนประสบความสำเร็จ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถหนีการยุบพรรค ลบล้างมลทินให้บรรดาอดีต ผู้นำพรรคไทยรักไทย โละ กกต. และ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน

       ทั้งให้มีส่วนร่วมในการสรรหา กกต. กับ ป.ป.ช. ชุดใหม่

       มีส่วนร่วมในการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้นอีก 6 คน และดึงอัยการสูงสุดกลับไปอยู่ใต้บังคับบัญชาได้

       เท่ากับคืนสู่สถานการณ์ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน

       ประธานคณะทำงานแก้ไขรัฐธรรมนูญ อ้างว่าเป็นประเพณีการเขียนรัฐ-ธรรมนูญ ต้องมีบทเฉพาะกาล

       ระบุว่าจะออก พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ภายในกี่วัน? และจะให้ กกต.ชุดปัจจุบัน อยู่กี่วัน?

       นั่นเป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

       ส่วนคราวนี้คือการแก้ไขเพิ่มเติม จึงไม่ จำเป็นต้องออก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะมีอยู่แล้ว เว้นแต่จงใจจะ โละใคร

       ทำไมจึงมุ่งที่จะโละ กกต. และ ป.ป.ช. และเล็งเพิ่มตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

       โดยไม่แตะต้ององค์กรอิสระอื่นๆ

       ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า กกต., ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่ โดยตรง ในคดียุบพรรค และพิจารณาดำเนินคดี ต่างๆ ต่อจาก คตส. ใช่หรือไม่?

       เช่นเดียวกับอัยการสูงสุด ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นฉบับแรก ที่ออกแบบให้เป็นอิสระ ในการสั่งคดีและการปฏิบัติ หน้าที่

       สองเดือนที่เข้าสู่อำนาจ รัฐบาลยึดกระบวนการยุติธรรมได้แล้ว 2 องค์กร คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ

       เป้าหมายต่อไปคืออัยการสูงสุด และองค์กรอิสระต่างๆ ใช่หรือไม่?

       การดำเนินการต่างๆเพื่อ”ยึดสื่อ”ให้เป็นปากกระบอกเสียงของรัฐฯ เป็นการปูพื้นฐานเพื่อครอบงำล้างสมอง “รากหญ้า” ใช่หรือไม่?

       รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2550 ผ่านประชามติด้วยคะแแนนเสียง 14 ล้านกว่าคน

       ทำไมไม่ถามประชาชนก่อนว่า “เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

       ที่ไม่ถามเพราะต้องการที่จะช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ให้พ้นผิด เพื่อเดินไปถึงจุดหมายในปฏิญญาฟินแลนด์ ใช่หรือไม่?

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats