|
อาทิตย์นี้ขอดัดจริตลอกเอาภาษาอังกฤษมาลงโดยเป็นคำพูดของอดีตวุฒิสมาชิกจากรัฐนิวยอร์ค Geraldine Ferraro ที่เคยเป็นผู้สมัครในตำแหน่งรองประธานาธิบดีหญิงคนแรก ของพรรคดีโมแครต เมื่อปีคศ. 1984
เธอพูดว่า "If Obama was a white man, he would not be in this position. And if he was a woman [of any color], he would not be in this position. He happens to be very lucky to be who he is. And the country is caught up in the concept."
หลังจากนั้นนาง เฟอร์ราโร ได้ถูกฝ่าย วุฒิสมาชิกโอบาม่า โจมตีว่า นางเฟอร์ราโร เป็นคนเหยียดหยามผิว เป็นผลให้ เธอต้องลาออกจาก ตำแหน่งประธานหาทุนในกลุ่มผู้หาเสียงให้ นางฮิลลารี คลินตัน ซึ่งกำลังเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งตัวแทน ของพรรคดีโมแครตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
คำพูดของนางเฟอร์ราโร แม้จะไม่ถูกหูคนเป็นจำนวนมากจนถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเหยียดหยามผิว แต่คำพูดนี้ถ้ามา วิเคราะห์อย่างใจเป็นกลางไม่เข้าใครออกใคร จะเห็นไ้ด้อย่างเด่นชัดว่า
เป็นความจริง ที่นายโอบาม่า ได้ก้าวขึ้นมาถึงระดับนี้ได้เพราะเขาเป็นคนมืด แต่หากว่าเขาเป็นคนขาวหรือเป็นผู้หญิง (จะเป็นคนผิวสีอะไรก็แล้วแต่) วุฒิสมาชิกโอบาม่า จะไม่มีโอกาสก้าวขึ้นมาได้ในระดับนี้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะประชาชนกำลัง บ้าเห่อคนผิวดำ เนื่องจากไม่คิดว่าจะมีคนผิวดำโผล่ตะกายตัวขึ้นมาถึงระัดับนี้ได้
เขียนเป็นภาษาไทยแบบนักการเมืองไทยๆ เทียบได้เท่ากับ มหาจำลอง ฟีเวอร์ หรือนายสมัคร สุนทรเวช สมัยเป็น หัวหน้าพรรคประชากรไทยที่คนกรุงฯ เทคะแนนให้พรรคประชากรไทยเืกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรียกว่า สมัคร ฟีเวอร์
คนไปลงคะแนนให้ไม่ลืมหูลืมตา ทำไปตามกระแสนิยม เหมือน สินค้าแบรนด์ เนม ที่ผู้บริโภคยอมควักสตางค์ จ่ายในราคาแพงกว่าทั้งๆที่คุณภาพของ โนเนม อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไป
การแข่งขันชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคดีโมแครตเพื่อไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯของวุฒิสมาชิก โอบาม่า และ วุฒิสมาชิกสตรี ฮิลลารี คลินตัน ซึ่งขณะนี้ โอบาม่า นำอยู่หลายสิบคะแนน (โดยการนับคะแนนตัวแทนในแต่ละรัฐ)
มองได้อีกมุมหนึ่งว่า นางเฟอร์ราโร ซึ่งมีอายุมากแล้วและคงไม่มีอนาคตทางการเมืองเหลืออยู่มากนัก ได้ปฎิบัติการ กามิกาเซ ทิ้งระเบิดตัวเข้าเป้าโดยตรงที่วุฒิสมาชิกโอบาม่า
เรียกว่าทิ้งระเบิดพลีชีพเพื่อ ตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อ หยุดกระแส โอบาม่า ฟีเวอร์
ก่อนหน้านี้เพียงอาทิตย์เดียว ฮิลลารี่ สามารถเกาะมลรัฐเท็กซัสให้กระชากตัวเองหลุดพ้นจากการประกาศ ยอมแพ้
ชัยชนะของฮิลลารีที่ รัฐเท็กซัสและรัฐโอไฮโอ จุดประกายไฟให้รุ่งโรจน์ขึ้นใหม่ทั้งๆที่เกือบจะมอดไปเพราะโอบาม่า ฟีเวอร์
เร็วๆนี้ชาวอเมริกันคงได้ทราบผลว่า เพศหญิง ที่มีประสบการทางการเมืองอย่างช่ำชอง หรือ สุภาพบุรุษผิวดำ ที่ไม่มี ประสบการทางการเมืองแต่พูดเก่ง
ใครกันแน่ที่จะเป็นตัวแทนของพรรคดีโมแครต เข้าไปแข่งขันกับ จอนห์ แม๊กเครน พรรครีพับริกัน
ส่วนที่เมืองไทยก็ต้องวุ่นวายกันต่อไป เมื่อนายกฯ ตัวจริง เสียงจริง เข้ามาบงการเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ เพื่อ ความอยู่รอด ในการพิจารณาคดีให้เอาตัวพ้นผิด
มีการปูทางไว้อย่างแยบยล โดยการโยกย้ายข้าราชการที่จะเป็น หัวตอ ทิ่มแทง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรค พวก ในขบวนการพิจารณาคดีตามกระบวนศาลยุติธรรม
ไม่รู้ว่า ท่านทักษิณ จำประวัติศาสตร์ที่ ผ่านมาได้หรือเปล่าว่า คนต่างจังหวัดจัดตั้งรัฐบาลและคนกรุงเป็นผู้ล้มรัฐบาล
ที่คนกรุงฯ ต้องการล้มนี่ ไม่ใช่เพราะอยู่ดีๆคนกรุงเกิดอาการพาลเกเร ไม่มีเหตุผลไปชักธงรบ ล้มรัฐบาล แต่เพราะ รัฐบาลโนมินี่ สมัคร สุนทรเวช ท่านลุแก่อำนาจ ไม่เห็นหน้าอินหน้าพรม กระทำการตามอำเภอใจ เหยียบย่ำ่บนหัวคนที่คิด เป็น จนกลุ่มพันธมิตร ต้องมาออกโรงอีกครั้งหนึ่ง
จริงๆแล้ว การเป็น โนมินี่ให้พรรคไทยรักไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็น่าจะผิดอยู่แล้ว โดยที่นายสมัคร เองก็ ออกมายอมรับด้วยวาจาเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วเมืองว่า เป็นโนมินี ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะ ๑๑๑ อรหันต์ ถูกตัดสิทธิไม่ให้ยุ่งเกี่ยวการเมืองและศาลลงโทษยุบพรรคไทยรักไทย แต่ใน ทางปฎิบัติ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังชักใย อย่างโจ๋งครึ่ม
ไม่ต้องใช้หัวสมองคนระดับปริญญาก็ตัดสินไ้ด้ว่าเป็นการกระทำที่ ผิดในการเป็นโนมินี่ และทักษิณ ไม่ได้หยุดเล่น การเมืองดังวาจาแต่กลับพยายาม สร้างภาพให้ประชาชนสวนหนึ่งหลงเชื่อ
ใครเชื่อทักษิณ ก็เชื่อไป แต่ไม่ใช่คนที่เขียนคอลัมน์นี้อย่างเด็ดขาด
ไอ้หา...ลงจากเครื่องบินกลับเมืองไทยถึงสนามบินสุวรรณภูมิตั้งนานแล้วแต่ัยังไม่มีช่างภาพห้อมล้อม
ต้องรอให้ได้จังหวะมีผู้สื่อข่าวและช่างภาพ คุณทักษิณถึงจะก้มลงกราบพื้นดิน เพื่อให้มีภาพที่จะสร้างให้ประชาชนส่วน หนึ่งหลงเชื่อต่อไป
๒๘ มีนาคม ปีนี้ พันธมิตรฯ เริ่มการระดมพลครั้งแรกที่ธรรมศาสตร์ เพื่อต่อต้านรัฐบาลโนมินี่ที่ใช้อำนาจในการปูทาง เพื่อพิจารณาคดีให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นผิด
เป็นการประจันหน้ากันอีกครั้งหนึ่งที่ไม่มีใครทราบถึงจุดจบว่าจะลงเอยอย่างไร?
ก็ต้องบอกว่า มันไม่มีทางเลือกอื่นใดแล้วในเมืองไทย ยกเว้น นายสมัคร สุนทรเวช จะสามารถนำนาวาปากสุนัข ของเขาให้เข้าอยู่ในกรอบกระบวนการศาลสถิตยุติธรรม
นายสมัคร สุนทรเวช เอ่ยปากพูดถึงหลักวิชาการที่ยอมรับกันแล้วว่า หัวสมองคนโตไม่เท่ากัน แต่นายสมัคร ที่มีสมอง ใหญ่กว่าคนอื่น (เมื่อสมัยยังเป็นหนุ่มแน่น)
วันเวลาผ่านไปสมองคงฝ่อลง และที่ร้ายขึ้นคือมีสายตาสั้นที่มองไม่เห็นถึงอนาตคของตนเองว่าจะอับปางลงในระยะเวลา อันสั้นนี้ หากขืนพยายามจัดตั้งรัฐตำรวจโดยไม่นำพาถึงประชาชนที่เฝ้าจับตามองอย่างไม่กระพริบด้วยความแค้นเคือง
เหมือนกับการเมืองท้องถิ่นในแอล.เอ ที่พ่อค้ากลุ่มหนึ่งได้จัดตั้ง องค์กรไม่ค้ากำไร ขึ้นมาเพื่อจัดงาน ไทยนิวเยียร์ โดยอาศัย ชุมชนไทย เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์และดำเนินงาน
ผิดวัตถุประสงค์ของการจัดงานดังเดิมที่ควรจะเป็นของสมาคมและชมรมต่างๆเป็นผู้ำดำเนินการ หากว่าจะเป็นของ ชุมชนไทยอย่างแท้จริง
นอกจากนั้นการจัดงานใน ๒ ปีแรกไม่ได้รับ ทุนจากเบียร์สิงห์แต่ได้รับความสำเร็จเช่นเดียวกับปีต่อๆมา
การที่จะมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยและร่วมลงรายชื่อเพื่อคัดค้านการกระทำที่ไม่ถูกต้องนั้น
เป็นเรื่องที่ทำได้ตามระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่การสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในชุมชนไทย แต่เป็นการแตกต่างในความเห็น และน่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับกลุ่มพ่อค้าจัดงานขององค์กรที่ไม่หวังกำไร จะนำไปพิจารณา ปรับปรุงตัวเอง
|