|
อาทิตย์ที่ผ่านมาเขียนถึง ลากตั้ง"ประสงค์ นุรักษ์ ว่า ตาม มาตรา ๑๒๘ ให้องค์กรตามมาตรา ๑๒๗ มีสิทธิเสนอชื่อ บุคคลที่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกขององค์กร หรือเคยปฏิบัติหน้าที่ในองค์กร ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และสมควรได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภาองค์กรละหนึ่งคน และให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ ชำระค่าธรรมเนียมคนละห้าพันบาท โดยให้ค่าธรรมเนียมนั้นตกเป็นรายได้ของรัฐ ทั้งนี้ บุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากองค์กร แล้ว จะขอถอนชื่อออกจากการได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภามิได้"
คำถามที่ตามมาคือ นายประสงค์ เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกขององค์กร หรือเคยปฎิบัติหน้าที่ในองค์กรสหภาพแรงงาน กรมทางหลวงพิเศษแห่งประเทศไทย หรือไม่? เพราะเท่าทีู่ดูจากประวัติการทำงาน
ไม่ปรากฏว่าเคยเป็นสมาชิกหรือเคยปฎิบัติหน้าที่ในสหภาพแรงงานกรมทางหลวงพิเศษแห่งประเทศไทยแต่อย่างไร
ทำให้เกิดคำถามที่ตามมาอีกว่า นายประสงค์ นุรักษ์ ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๘ หรือไม่?
คำตอบได้จากอาทิตน์นี้ว่า ไม่ผิด เพราะท่านไปเลี่ยงกฎหมาย
โดยตั้ง ลากตั้ง ประสงค์ นุรักษ์ ให้เป็น ที่ปรึกษาพิเศษขององค์กรสหภาพแรงงาน กรมทางหลวงพิเศษแห่ง ประเทศไทย เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้าที่จะมีการลากตั้ง
ก็ผ่านพ้นไป แต่ไม่ สง่างาม และไม่ใช่วิสัยของนักการเมืองที่ดี ที่เด็กรุ่นหลังจะเอาเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะการชูธงว่า จะเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความถูกต้อง
อย่าเป็นเสียเอง เหมือนแม่ปูอยากจะสอนลูกปู
ก็ต้องเขียนไว้ตรงนี้ว่า ทีหลังอย่าทำ !!ทีหลังอย่าทำ !! ประชาชนคนอ่าน สยามมีเดีย ไม่ใช่คนโง่ และงี่เง่า จนอ่าน เกมส์ไม่ออก อย่าูถูกผู้อ่านสยามมีเดีย โดยเด็ดขาด
ขนาดเขียนผิดว่า คุณสุวิทย์ คุณกิตติ เป็น ๑ ใน ๑๑๑ อรหันต์ ผู้อ่านสยามมีเดีย ยังตัดนสพ.สยามมีเดีย ฉบับที่ลงผิด ไว้ส่งมาแย้งว่า ไม่ใช่ คุณสุวิทย์ ไม่ได้เป็น ๑ ใน๑๑๑
ทุกตัวอักษรมีความหมายในตัว
ย้อนกลับมาถึงการเคลื่อนไหวของรัฐบาล นอมินี นายสมวยหัวครก เคลื่อนไหวมาโดยตลอดเพื่อ ปูทาง ให้พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องผ่านขบวนการยุติธรรม จากข้อกล่าวหา
แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ร่วมประชุมเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551 ที่บ้านพระอาทิตย์ สำนักงาน หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เพื่อกำหนดท่าที
กลุ่มพันธมิตรฯ ใช้ชื่อ "กลียุคมาแล้ว"
โดยให้เหตุผลว่า มีการเคลื่อนไหวยั่วยุและดูถูกภาคประชาชน มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและฝ่ายนิติบัญญัติที่มีประวัติ ด่างพร้อยและมีมลทิน อันเป็นการจงใจหยามเหยียดเกียรติภูมิของประเทศ และดูถูกศักดิ์ศรีของคนในชาติ เร่งรัดในการ โยกย้ายข้าราชการเพื่อแทรกแซงและตัดตอนกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้พ้นจากคดีความที่มีความเกี่ยวพันกับระบอบทักษิณ
พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อสารมวลชนต่างประเทศเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม และมี เป้าหมายกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างชัดเจน ตลอดจนมีการพาดพิงไปถึงสถาบันอันสำคัญของประเทศว่าเป็น ตัวการอยู่เบื้องหลัง
มีการโยกย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อล้างแค้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำพรรค พลังประชาชนให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ไม่เว้นแม้แต่ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เป็นสัญญาณการสร้างรัฐตำรวจให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อปูทางสร้างฐานให้กับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะมาเป็นผู้คุมดูแลรัฐตำรวจในอนาคตอันใกล้
แถลงการณ์พันธมิตร ระบุว่า รัฐบาลได้จุดประเด็นดำเนินนโยบายบ่อนเสรีสร้างอบายมุขเหยียบย่ำศีลธรรม เป็นการ จงใจที่จะทำลายรากเหง้าและฐานรากวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย เพื่อแลกกับผลประโยชน์มหาศาลเฉพาะ หน้า ทำลายแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่บัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญโดยไม่ใส่ใจกับการล่มจมของประเทศชาติในอนาคต
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงอยู่หลังฉากบงการทางการเมืองในพรรคพลังประชาชนต่อไป และเป็นที่ประจักษ์ ชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นปัญหาร้ายแรงของแผ่นดินอยู่เช่นเดิม
เป้าหมายของระบอบทักษิณคือ จะมีกระบวนการยั่วยุทางการเมืองและสังคมให้เพิ่มมากขึ้น และอาศัย พ.ร.บ.ความ มั่นคง เพื่อโยกย้ายทหารสร้างเงื่อนไขในการรัฐประหารตัวเอง แล้วล้มล้างคำสั่งของ คมช.ทั้งหมด อันจะเป็นผลทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลสถิตยุติธรรมทั้งหมด หรือจะมีการแก้ไขกฎหมายและรัฐธรรมนูญเพื่อทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวไม่ต้องเข้าไปพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม
พันธมิตรฯ จึงแสดงจุดยืน ขอให้กระบวนการยุติธรรมใช้ความกล้าหาญและความรวดเร็วในการดำเนินคดีความ เพื่อป้องกันมิให้วิกฤติที่สุดในโลกกลับคืนมาสู่ชาติบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง
ต่อไปพันธมิตรฯ จะเพิ่มบทบาทด้วยการฟื้นการต้านระบอบทักษิณ ในเบื้องต้นจะจัดประชุมใหญ่แกนนำพันธมิตรฯ ทุก จังหวัด ทุกเครือข่ายทั่วประเทศในเร็วๆ นี้ เพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์และการร่วมกันสร้างพลังถ่วงดุล ตรวจสอบและ สร้างทางเลือกใหม่ให้สังคมการเมืองไทย และเดินหน้าสร้างเครือข่ายและขยายแนวร่วม ระดมความร่วมมือจากทุกภาค ส่วนในการสานต่อภารกิจกู้ชาติ และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมใหม่ต่อไป
พร้อมตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบอำนาจรัฐทั้งสิ้น 5 ชุด ประกอบด้วย คณะกรรมการติดตามตรวจสอบความคืบ หน้าในการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณและเครือข่าย คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการคุกคาม กลั่นแกล้ง และการละเมิด ศักดิ์ศรีของข้าราชการ คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการจัดระเบียบสื่อสารมวลชน คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการ ปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความยากจน
ขอเรียกร้องพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อย่าเห็นแก่ลาภสักการะไปรับใช้ใน สิ่งที่ไม่ถูกต้อง
รวมถึงการโยกย้ายข้าราชการเพื่อลบล้างความผิดคดีความของคนในระบอบทักษิณ ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ได้ดำเนินคดีเอาไว้
|