HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 00:58 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ขอพูดด้วยคน
ขอพูดด้วยคน 59
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 15 กุมภาพันธ์ 2551
      อาทิตย์นี้ขอฟื้นฝอยจากอาทิตย์ที่ผ่านมาที่มีการประชุมประจำเดือน ของคณะกรรมการและพุทธศาสนิกชนที่วัดไทย แอล.เอ

       เป็นการประชุมกันตามปกติ เพื่อจัดงานสงกรานต์ตามประเพณีที่เคยทำกันมาอย่างยาวนานและมีบันทึกการประชุม ต่อเนื่องมาจาการประชุมเมื่อครั้งที่แล้ว

       พิเศษหน่อยสำหรับการประชุมครั้ืงนี้เพราะมีัคณะกรรมการจัดงานไทยนิวเยียร์ มาร่วมด้วยชี้แจง โดยที่พระราชธรรม-วิเทศ เจ้าอาวาสเป็นประธานในที่ประชุม

       นายสาคร สิริรัฐ ประธานคณะกรรมการจัดงานไทยนิวเยียร์ ได้รับเชิญจากเจ้าอาวาสให้เป็นผู้พูดชี้แจงคนแรกซึ่งนาย สาคร ได้กล่าวถึงเหตุผลว่าทำไมถึงได้เลื่อนงานมาจัดในวันที่ ๑๓ เมษายนว่า

        “เพื่อความเหมาะสมเนื่องจากเดิมที่ได้ประกาศ(ตามที่ได้ระบุไว้ในหนังสือเชิญร่วมประชุมครั้งแรกว่าจะจัดในวันที่ ๖ เมษายน) แต่ต้องเลื่อนเพราะยังไม่ครบ ๑๐๐ วัน สมเด็จพระพี่นางสิ้นพระชมน์” และ แจ้งความประสงค์ให้วัดไทยเลื่อนการ จัดงานออกไปไม่ให้ตรงกับวันไทยนิวเยียร์

       ฟังดูแล้วก็มีเหตุผลดี ถ้าเป็นมติของกรรมการที่ออกมาจากใจจริง ไม่ดึงเบื้องสูงลงมาต่ำด้วยเจตนารมณ์อื่นที่แอบแฝง

       นายอรรคเดช ศรีพิพัฒน์ ซึ่งได้เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สนับสนุนวัดไทยได้กล่าวว่า “ คือเราต้องยอมรับอย่างหนึ่ง เรามาอยู่อเมริกา อะไรที่ดีเราก็จะเอา อะไรที่ไม่ดีเราก็ไม่ตามอย่าง อย่างวัดไทยสร้างขึ้นมา ผมจำไม่ได้ว่านานขนาดไหนแล้ว (เสียงตอบแทนจากผู้เข้าร่วมประชุมว่า  36 ปี)

       แต่ผมจำได้ว่าปี 1979 เป็นปีแรกที่เราจัดประเพณีสงกรานต์ ขึ้นมา แล้วเป็น ประเพณีทำต่อมา เวลานี้เป็นเวลาเกือบ จะครบ 30 ปี ทุกคนทราบกันไปหมดไม่ใช่ว่าเราจะเพิ่งมาบอกว่า วันที่ 13 เราจะมี ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีที่เราทำ กันมาเป็นเวลา 29 ปี เกือบจะ 30 ปี  

       วันหนึ่ง มีคนมาบอกว่า ผมไม่รู้ว่าเขาจะ จัดเมื่อไหร่ คือ ประเพณีอเมริกัน มันต้องมีการเข้าคิวกัน ใครอยู่ข้างหน้าก็ไป ก่อน คนมาที่หลังก็ไปต่อหลัง แต่ว่าถ้าเผื่อวัน หนึ่งมีคนออกมาบอกว่าคุณถอยไป ยืนข้างหลัง ผมจะมายืนแทนที่คุณ  ผมว่า มันไม่ถูกต้อง นั่นมันเป็นประเพณีของคนไทย ที่อยู่ในเมืองไทย เวลาเราขึ้นรถเมล์ทีกรูกันขึ้นไปตรงประตู ผลักคนให้ออกไป เพื่อเปิดทาง คนไหนที่มีพละกำลังมากหน่อย ก็ได้เข้าไปก่อน”

       นายอรรคเดช กล่าวต่อไปว่า “อย่างนี้ถ้าผมจะไม่พูดเลย ผมมีความรู้สึกว่า มันไม่ถูกต้อง ผมจะมาแบ๊ะๆ แล้วก็เออๆ กัน เมืองไทยถึงได้เป็นอย่างที่เป็นในเวลานี้ เพราะมันทำกันอย่างนี้ สิ่งอะไรที่มันไม่ถูกต้อง ผมคิดว่า ผมต้องพูด เพราะผมไม่ สามารถไปบอกลูกหลานผมได้ว่า เฮ้ย! เขาบอกว่าให้เข้าคิว 1 2 3 4 5 ไม่ใช่บอกว่า ถอยไปก่อน เดี๋ยวฉันจะขึ้นมาแซงหน้า ยูไปอยู่ข้างหลัง

       แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ผมพูด วัดเนี่ยสร้างมาเป็นเวลานาน มีวัตถุสถานเป็นหลักเป็นฐานใหญ่โตด้วยความร่วมมือร่วมใจ ของพุทธศาสนิกชน เป็นแหล่งเผยแพร่ศาสนาที่เราต้องช่วยกันบำรุงรักษา  การที่เรามีงานสงกรานต์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะดึง คนเข้ามา การที่จะเผยแพร่ศาสนามีหลายวิธี อันนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง จุดประสงค์ในการที่เรามีวัด เพื่อเป็นจุดศูนย์รวม มันยิ่งใหญ่ มากสำหรับชุมชนไทย แล้วการที่เรา มีกลุ่มอยู่กลุ่มหนึ่งไปปิดถนน ปีหนึ่งวันเดียวเท่านั้น แต่วัดจะอยู่ที่นี่ 365 วัน อยู่มาแล้ว 36 ปี เสร็จแล้ว วันดีคืนดีบอกว่า เฮ้ย! มันตรงกันนี่หว่า ฉันอยากจะได้วันนี้ ผมว่ามันไม่ค่อยมีมารยาทนิดหนึ่ง ลองกลับไปคิด ดูให้ดีอีกทีหนึ่ง ว่าอะไรมันถูก อะไรมันไม่ควร แล้ว อะไรมันควร  

       ผมอยากจะพูดคำนี้ว่า คนข้างนอกเขามองว่า มันไม่ใช่ Thai Day มันเป็น Singha Day คนเขามองส่วนหนึ่ง อันนั้นเราก็ต้องฟังเขาไว้เหมือนกัน   

       ผมพูด ไม่ใช่เพราะความรู้สึกส่วนตัวของผม ในฐานะที่ผมเป็นสื่อมวลชน ในการที่ผมเป็นนักหนังสือพิมพ์ ผมติดต่อคน เยอะ ผมมองอยู่ มองอะไรหลายๆมุม ผมไม่มองมุมเดียว ผมมองรอบด้าน  ผมก็คิดว่า ทางวัดก็ไม่น่าจะเลื่อน เพราะทางวัด ทำมา 29 ปีแล้ว แล้ว เรื่องข้ออ้างที่บอกว่า เราจะต้องไว้ทุกข์ให้ สมเด็จพระพี่นางฯ ผมว่ามันก็ถูกต้อง แต่ทำไมไม่เลื่อนถอย ออกไปเลยล่ะ จะไม่มี การชนกันขึ้นมา ก็ขอฝากข้อคิดไว้แค่นี้” นายอรรคเดช กล่าวในตอนจบ

       หลังจากอภิปรายกันอย่างกว้างขว้าง ทางวัดไทยสรุปให้คงวันสงกรานต์ไว้ตามเดิม แต่ได้ตั้้ง นายสง่า นาดี มา เป็นผู้ประสานงานร่วมกับงานไทยนิวเยียร์

       เขียนมาถึงตรงนี้ก็อยากจะตั้งคำถามว่า “นายอรรคเดช ไปด่าใครอย่างไร? ” การอ้าปากพูดในสิ่งที่ตนเองเชื่อว่า “ถูกต้อง”ด้วยเหตุและผลไม่ใช่เป็นการด่าว่าซึ่งถ้า“ทองดี” มาออกโรงอีกครั้งจะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า “วิจารณ์” และ “ด่าว่า” นั้นมันต่างกันอย่างไร?  

       ในวันนั้นมีนักข่าวจากนสพ.เพียง 3 ฉบับเท่านั้นที่อยู่ในที่ประชุม

       ไง!! ดันมีนักข่าว“นั่งเทียนเขียน” ฟังเขาเล่ามากล่าวหาว่าวัดไทย “ดับเครื่องชน”

       การที่จะเข้าชน หมายความว่า วัดไทยต้องเป็นฝ่าย “เคลื่อนเข้าหา”แต่นี่วัดไทยเป็นฝ่าย “อยู่กับที่” ในการจัดงาน สงกรานต์ที่ไม่ได้เคลื่อนไปไหน มาเกือบ 30 ปีแล้ว

       ดันเขียนว่า “วัดไทยดับเครื่องชน” ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ทำข่าวด้วยตนเองได้แต่ฟังเขาเล่ามา จนดูเหมือนมีเจตนาเป็น “บ่างช่างยุ”ให้ชาวบ้านตีกัน

       ต้องทำใจให้กว้างหน่อย ผู้นำชุมชนไทยเรานี่ก็แก่ๆกันแล้ว  ไม่กี่ปีก็จะล้มหายตายจากกันไปแล้ว บางคนในเวลานี้ก็ แทบจะเดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นไปไหนมาไหน แสนจะลำบากเพราะความชราภาพและสุขภาพที่ทรุดโทรม

       วัดไทย”จะยังยืนอยู่ที่ นอร์ธ ฮอลลีวูด เป็นศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา และศูนย์อะไรต่างๆ อีกจิปาถะ ในชุมชน ไทยโพ้นทะเล ตลอดเวลา 365 วัน

       ไม่ใช่โผล่มาปิดถนนจัดงานเพียงวันเดียวแล้วหายไปทั้งปี

       ขอเรียกร้องให้พุทธศาสนิกชน ออกมาร่วมกันปกป้องวัดไทย โดยการกล้าแสดงความคิดและกล้าพูดในสิ่งที่ ถูกต้อง ไม่ใช่มาอ้อๆแอะๆ อ้าปากเพราะความเกรงใจกัน

        “วันสงกรานต์” ตามประเพณีไทยที่ดีและถูกต้องคือการรดน้ำดำหัวและการปฎิบัติธรรมเข้าวัดเข้าวา กราบไหว้บูชาเพื่อ เป็นสิริมงคลแ่กตัวเอง อย่างที่นี่ก็ทำได้ด้วยการเข้าไปไหว้วัดต่างๆให้ครบ ๙ วัด  แต่ไม่ใช่วันที่จะเอาเบียร์ เอาเหล้า มาแจกดื่มกันให้สนุกสนาน.....นั่นมันกระพี้ !!!!

       อย่าเอาความรู้สึก“ส่วนตัวและผลประโยชน์”มาตัดสินใจเรื่องของ “ส่วนรวม”

       รวมทั้ง “อย่าแก่กะโหลกแก่กะลา”

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats