ตอน: นายวยหัวครก ของ รัฐบาลโจ๊ก
ในที่สุดคนอย่างนายสมัคร สุนทรเวช ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทยพลิกความคาดหมายไป อย่างเหลือเชื่อ
มีมากมายที่ต้องเขียนอธิบายว่า นายสมัคร สุนทรเวช ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯของประเืทศไทย อย่างไร
เริ่มตั้งแต่คดีที่ศาลอาญาตัดสินจำคุกนายสมัคร สุนทรเวช โดยไม่รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี
ศาลอาญาเขียนคำพิพากษาว่า โดยทั้งนี้จำเลยที่ 1 (นายสมัคร สุนทรเวช) ได้เคยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทมาแล้ว หลายครั้ง โดยศาลปรานีให้รอการลงโทษไว้เพื่อให้ปรับตัวเป็นคนดี แต่จำเลยที่ 1 กลับกระทำผิดซ้ำในความผิดเดิมอีก พิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสอง(นายสมัคร สุนทรเวช และนายดุสิต ศิริวรรณ) รวม 4 กระทง ๆ ละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 24 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
ย้อมกลับมาดูคดีที่ศาลอาญาพิพากษาคดีนายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ถูกศาล พิพากษาจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานใช้อำนาจสั่งพักงานอดีตรองผู้อำนวยการบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด (บทด.) โดยมิชอบ ทำให้ขาดจากความเป็นรัฐมนตรีทันที
ทั้ง ๒ คดีนี้มีส่วนเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก
คดีแรกเป็นการตัดสินของศาลอาญาว่าจำเลยมีความผิดจริงตามข้อกล่าววหา ส่วนคดีที่ ๒ เป็นการนำเสนอเป็น บรรทัดฐานว่า
จำเลยเป็นถึงรัฐมนตรี เมื่อต้องคดีอาญาถูกตัดสินลงโทษ แม้นจะเป็นศาลชั้นต้นก็ต้องถูกปลดจากตำแหน่งทันที่
จำเลยจะร้องอุทธรณ์ ก็ต้องไปรอเอาศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา ตัดสินกันอีกที่ว่า จะกลับคำศาลชั้นต้นหรือไม่ แล้ว ค่อยมาดูกันใหม่ในเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี
นี่ขนาดเอาเบาะๆ ก็แทบกระอักเลือด แต่นายสมัคร คงไม่ยี่หระ ด้วยความกระสัน ต้องการได้ชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ของประเืทศไทย ก่อนที่จะแก่ตาย เพราะนายสมัคร อายุอานามก็เลยเลข 7 ไปหลายปีอยู่
ก็คงจะเืท่านี้ที่เป็นความหวังของนายสมัคร อย่างอื่นๆที่นายสมัคร อ้างว่า จะทำนั้น ทำนี่ เพื่อสมานฉันท์ นั่นพูดได้ว่า เหม็นขี้ฟัน
ไม่ต้องไปพูดถึงความอัปลักษณ์ของนายสมัคร เพราะมันเห็นกันอยู่ทนโท่ แต่อยากเขียนถึงความเลวของนายสมัคร ที่ เป็นมนุษย์กลับกลอก หลอกแดกชาวบ้านไปวันๆ เพราะแท้จริงปัจจุบันนี้
นายสมัคร คือ ตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่สามารถสั่งนายสมัคร ให้หันซ้าย หันขวา ได้ตามความเห็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการ
ส่วนนายสมัครนั้นความต้องการที่แท้จริงคือความกระสันที่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ไทยจาึรึก ว่าเคยเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ของประเทศไทย
นายสมัคร ต้องทำทุกอย่างเพื่อ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะนายสมัครแก่เกินแกง กลัวว่าจะตายเสียก่อนที่จะ เดินทางไปสู่ตำแหน่งสุดยอดทางการเมือง
ก่อนนั้น นายสมัคร เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนักเขียน โวหารดี มีความคิดฉับไว และมีวิสัยทัศน์ที่ กว้างขวาง อาจเพราะเคยเป็นนักเรียนนอกที่ Bryant & Stratton College ที่เมืองบัฟฟาโล รัฐ นิวยอร์ค แต่อันนี้ยังไม่มี หลักฐานอ้างอิง รู้แต่เคยไปทำงานล้างจานที่นครชิคาโก (ฟังเขาเล่ามายังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอน)
เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงหลักๆหลายกระทรวง เป็นรองนายกรัฐมนตรี ถึง สามสมัยได้แก่ นายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุุทธ
รอยบาปที่ร้ายที่สุดของนายสมัคร คือการจัดรายการ ที่สถานีวิทยุยานเกราะเมื่อปี พ.ศ.2519 มีเนื้อหาปลุกระดมให้ ประชาชนเกลียดชัง นิสิตและนักศึกษา และเป็นศูนย์กลางประสานงาน ถ่ายทอดกำหนดการและคำสั่งเคลื่อนไหวของ กลุ่มต่อต้านนักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
เหตุการณ์ ในวันนั้น หมอมิ้ง หมอเลี้ยบ หมอเหวง ยังจำได้ไหม? หรือแกล้งลืมไปหมดสิ้น หรือเพราะยังต้องการที่ จะิดำเนินการ สืบต่อ ความเชื่อดังเดิมโดยไม่คำนึงถึง ความถูกต้อง
หรือต้องเป็นการ ลงทุน เพื่อผลกำไรในการปฎิวัติสังคมไทยไปในทางซ้าย?
เบี่ยงออกนอกเรื่องไปนิด ขอวกกลับมาถึงความไม่เหมาะสมของนายสมัคร ที่จะเป็นนายกฯต่อ โดยที่เท็จจริงแล้วนาย สมัคร เป็นม้าใช้ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่น่าจะพิจารณาได้ว่า ทำไม่ได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลตัดสิทธิในการเข้ามา เกี่ยวข้องทางการเมือง
การใช้นายสมัคร เป็นตัวแทน จึงเป็นการ เลี่ยงกฎหมาย ที่มีเจตนาเด่นชัด ว่า จงใจจะทำผิดกฎหมาย โดยนาย สมัครเอง เป็นผู้ประกาศตัว มีหลักฐานยืนยันว่า นายสมัคร รับว่าเป็น โนมินี ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
มือเปื้อนเลือด เป็นหัวเรือใหญ่ช่วยวางแผนเข่นฆ่านิสิตและนักศึกษา โดยใช้สโลแกน ขวาพิฆาตซ้าย ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 แล้วยังได้ดิบได้ดี สามารถแหกตาประชาชน เรื่อยมาจนถึงเป็นรองนายกรัฐมนตรีของพล.อ.สุจินดา คราประยูร เจ้าของวลี เสียสัตย์เพื่อชาติ
ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี จนเกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ
29 มกราคม 2551 สมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือกจากสภาฝักถั่วที่มีนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธาน โดยทั่นประธาน มีฉายาในวงการบู๊ลิ้มว่า ยุทธ ตู้เย็น เพราะส่งลูกสมุนไปยิงชาวบ้านจนตู้เย็นเขาพรุนไปทั้งตู้
แค่เป็นตำแหน่งรัฐมนตรีและรองนายกฯ ในเหตุการณ์นองเลือด ฆ่าฟันนักศึกษาและประชาชนถึง ๒ ครั้ง ๒ คราว
มาครั้งนี้ได้ดิบได้ดีเป็นถึงนายกรัฐมนตรีทั้งๆที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับที่นายสมัครกำลังเป็นนายกฯ ถึงขั้น สนับสนุนให้เขียนหนังสือ ใช้ชื่อเรื่องว่า รัฐธรรมนวยฉบับหัวคูณ
ทำให้นึกหวาดเสียวว่าจะมีคนเสียชีวิตอีกไม่รู้เท่าใดจากนายกรัฐมนตรีที่น่าจะมีฉายาว่า
นายวยหัวครก หรือ นายสมวย หัวขัก
|