|
เท่าที่ฟังมาตลอด ตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันนี้ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๑ ดูเหมือนว่า ทั้งหลายทั้งปวงอันเป็น ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ขึ้นอยู่กับคน ๒ คนเท่านั้น!
ไม่ได้สรุปเอาเอง แต่จับหางเสียง "ผู้ใหญ่" ในรัฐบาล คมช.นับตั้งแต่นายกฯ เรื่อยลงไป ท่านพูดในโทนเสียงเดียวกัน ว่า "ถ้าคน ๒ คนได้พูดจาตกลงกัน ทุกอย่างก็เรียบร้อย"
คน ๒ คนที่ว่านั้น คือใคร? ไม่ต้องบอกทุกคนก็รู้ เพราะจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ นอกจากมือที่มองไม่เห็น กับ มือแม้วที่ มองเห็น!
ฟังแล้วก็คลื่นเหียน บ้านเมืองเป็นแค่ "เดิมพันอำนาจ" ของคน ๒ คนนี้แค่นั้นน่ะหรือ ที่ปฏิวัติกันมา ที่ป่วนบ้านป่วนเมือง กันมา อ้างโน่น-อ้างนี่บังหน้าร้อยแปดนั้น
ที่แท้ก็เพื่อรักษาเขตแดนอำนาจ รักษาชามข้าวของแต่ละฝ่าย ส่วนชาวบ้านเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายก็แค่ "ไอ้พวกหน้าโง่" ที่เขาหลอกให้ไปยกก้น-อุ้มไข่ให้พวกเขาแต่ละฝ่ายเท่านั้นเอง
พวกที่ดีแต่ถือหางแต่ละฝ่ายนั้น เหมือนแมวที่ถูกเขาเอาปลาย่างทาจมูก หลอกให้กินข้าวเปล่า แล้วก็หลงเคล้าแข็ง-เคล้าขา สวามิภักดิ์ตามประสาแมวถูกตัดหนวด! ความเป็นไปในเกมอำนาจยุคนี้ คงไม่ใช่ยุค "โจรครองเมือง" หรอกนะ แต่เป็นยุค "มือที่อยู่นอกอำนาจ" กั้นม่านชักใยจากใน-จากนอกประเทศ เห็นแล้วก็ปวดหัว
อ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ดูทางจอโทรทัศน์ ฟังทางวิทยุตอนนี้ ก็เหมือนเสพข่าวในลักษณะ "ศพ" ที่แต่งหน้าแล้ว
ยุคนี้เป็นยุค "ข่าวลือ คือข่าวจริง" ฉะนั้น ถ้าอยากรู้ "ของจริง" ในแต่ละฉากของบ้านเมือง ต้องหัดเป็นคน "ตาดู-หูยาว" ถึงจะรู้ข่าวที่เขาไม่อยากให้รู้ เพราะของจริง-เรื่องจริง นั้น ยุคนี้มันเข้าตำรา
สจฺจํ เว อมตา วาจา "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" แต่คนเอาความจริงมาพูด ถ้าไม่ "ขึ้นศาล" ก็ "ตาย" ลูกเดียว!
ฉะนั้น เมื่อตาดูข่าวแล้ว หูก็ต้องตะแคงฟัง "เบื้องหลังข่าว" จากเสียงซุบซิบ นินทาประเภท "ปากต่อปาก" ด้วย อย่างนั้นจึงจะได้ทั้งกลิ่น-ทั้งรสพร้อมๆ กัน ในความเป็นไปแต่ละช็อตของบ้านเมืองเรื่อง "มือที่นอกอำนาจ" ในตอนนี้
นี่ พ.ต.ท.ทักษิณเขาก็เปิดไฟเขียวมาจากลอนดอนให้ "นอมินีสมัคร" เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว
วันเสาร์ ๑๙ มกรา.นี้ ทางพลังประชาชนบอกว่าจะ "เปิดตัวเป็นทางการ" ตั้งรัฐบาล ๖ พรรค!
หัวหน้าทั้ง ๖ นายสมัคร-พลังประชาชน นายบรรหาร-ชาติไทย นายสุวิทย์-เพื่อแผ่นดิน พลเอกเชษฐา-รวมใจไทย ชาติพัฒนา นายเสนาะ-ประชาราช และนาย/นาง X มัชฌิมาธิปไตย จะมาปรากฏ "ตัวจริง-เสียงจริง" ให้เห็นพร้อมหน้า พร้อมจมูกกัน
สาธุล่วงหน้า รีบตั้งกันไปเถอะ ใครจะเป็นนายกฯ ก็ให้เป็นไปเถอะ ทุกอย่างมันเป็นไป "ตามบุญ-ตามกรรม" เคยดู ASTV กันมาแล้ว คราวนี้ก็เตรียมดู PTV กันบ้าง
ถ้าไม่ยึดกฎกติกา ยื้อกันไปก็จะเหมือน "มวยคาใจ" ต้องล้างตากันไม่สิ้น-ไม่สุด ให้นายสมัครขึ้นเป็นนายกฯ จะได้หาย ข้องใจ ส่วนอะไรจะเกิดต่อไปก็ต้องให้มันเกิด และให้มันเกิดอยู่ภายใต้กรอบกฎกติกาประชาธิปไตยเปลือกๆ นี่แหละ จะได้รู้กัน ไปซะทีว่า อำนาจจากมือที่มองไม่เห็น กับมือที่มองเห็น นั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว
มือไหนที่ "บริสุทธิ์ใจ" กับประชาชนจริงๆ?
ย้อนในเชิงเปรียบเทียบ เหตุการณ์บ้านเมืองขณะนี้ จะเหมือนตอน พ.ศ.๒๓๑๐ หรือเปล่า? ตามประวัติศาสตร์บอกว่า ขณะที่ศึกพม่ารุมเร้าเพื่อยึดบ้านยึดเมือง ภายในก็แตกแยกวุ่นวาย แบ่งก๊ก แบ่งเหล่า สู้เพื่อรักษากรุงศรีอยุธยาก็มี สู้เพื่อเปิด ประตูเมืองให้พม่าเดินเข้ามานั่งเมืองก็มี! เจ้าเมืองกำแพงเพชรตอนนั้น ซึ่งก็คือ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเจ้า" ขณะ เสด็จฯ ทรงราชการที่เมืองหลวง ทรงเห็นสภาพ "ไก่ในเข่ง" ใกล้ตรุษจีน ก็อเนจอนาถใจ
"แบ่งแยก แตกฝ่ายเช่นนี้ เห็นทีกรุงศรีฯ ต้องตกเป็นของพม่าแน่แล้ว"
เมื่อทรงเห็นท่าไม่เป็นการดี จึงรวบรวมทหารกล้า ๕๐๐ นาย ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกไป ด้วยพระปณิธานจะทรงรวบรวม พละกำลังให้เป็นปึกแผ่นเพื่อกลับมากู้บ้าน-กู้เมือง และพระองค์ท่านก็ทรงกู้ได้สำเร็จ ยืนนานต่อเนื่องนับจากกรุงธนบุรี จนมา ถึง "กรุงรัตนโกสินทร์" ณ วันนี้รวมทั้ง ๒ กรุงก็ ๒๔๐ กว่าปีมาแล้ว! แต่บ้านเมืองตอนนี้ไม่มีศึกเหนือ-เสือใต้เหมือนยุค ๒๓๑๐ หรอกครับ
มีแต่ "มือที่มองไม่เห็น" กับ "มือที่มองเห็น" ว่าเขาจะพอใจ และเอากันอย่างไร? ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าบ้านเมืองตอนนี้ เป็นสังคมที่ร้อยรัดอยู่กันด้วยความบริสุทธิ์ใจผ่านกฎกติกา หรือว่า อยู่กันด้วยความพอใจของ "คนเหนือกฎ-เหนือกติกา" แค่คน-สองคน!?
แล้วประชาชนล่ะครับ จะไปตกลงกับใคร และใครจะให้เกียรติมาตกลงด้วย?
ถ้าบ้านเมือง-ประชาชนไม่ได้รับการเคารพและให้เกียรติเช่นนี้ ซักวัน..ก็คงต้องมีคนกล้าที่ทนไม่ไหว "แหกด่าน" ออกไป แหละครับ!
ไม่เอา-ด้วยเอียน ทั้งมือที่มองไม่เห็น ทั้งมือที่มองเห็น แล้วตั้งแนวเป็นปราการ เพื่อกอบเกื้อบ้าน กู้สถานการณ์เมืองให้ เข้าทำนองคลองธรรมจริงๆ เสียที!
ทารกคลอดใหม่ๆ คอสั้น พอฉกรรจ์ คอค่อยๆ ยาวขึ้น ครั้นพอแก่ คอตก เป็น "ผู้ใหญ่-หัวหด"!?
ฉะนั้น อย่าแปลกใจไปเลยที่ปฏิวัติมาปีกว่า ประเทศชาติ-ประชาชนไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย และเมื่อทุกอย่างคืนกลับ ประเทศชาติ-ประชาชนก็ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความยับเยินจากการ "คิดบัญชี" อีกระยะหนึ่ง
"เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่กลับต้องถูกเอากระดูกมาแขวนคอ" นี่แหละประชาชนในยุคที่เขาประลอง กำลังกัน ระหว่าง "มือที่มองไม่เห็น" กับ "มือที่มองเห็น"
อย่างกรณีจาก ITV เทมาเส็ก เปลี่ยนไปเป็น TITV ทิพาวดี และจาก TITV เป็น TPBS ทีวีสาธารณะ อยากให้ สังเกตเป็นรูปธรรมแห่งยุคอำนาจ
ยุคทักษิณ ชัดเจนว่า ITV เป็นกระบอกเสียงของเขา ครั้นถึงยุครัฐบาล คมช.กลับมาเป็นของรัฐ แต่วันนี้-วันพรุ่ง ยุคทักษิณกลับมาครองอำนาจรัฐอีกแล้ว
ท่านลองสมมุติตัวเองเป็นระบอบทักษิณซิครับ เมื่อมีอำนาจจะยอมปล่อยให้ TPBS เป็นอิสระในสื่อด้วยปรัชญา "ทีวี สาธารณะ" อย่างที่เรียกว่า สืบสานปณิธานต่อจากผลงานของรัฐบาล คมช.หรือไม่? ไม่ต้องคิดแค่ใช้อำนาจรัฐ "ครอบงำ" ในการนำเสนอหรอก ผมว่าต้องคิดไปถึงขั้น "ล้มทีวีสาธารณะ" แล้วใช้ช่องทางกฎหมาย ที่ยังยึดยื้อกันอยู่ระหว่าง ITV กับรัฐบาล เรียกว่าเป็นการ "คืนความชอบธรรม" ให้เอกชน และรักษาผลประโยชน์ให้กับรัฐ
โธ่! เรื่องใหญ่ๆ กว่านี้ยังทำได้ แค่เรื่องเอาช่องโทรทัศน์ไปให้ลูกน้องเป็นเครื่องสมนาคุณแห่งความเป็น "สื่อกตัญญู" แค่นี้ มันจะมีปัญหาอะไรนักหนา!?
TPBS อาจจะกลับคืนชีพในชื่อ ITV เหมือนเดิมอีกก็ได้!
|