HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 00:57 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ขอพูดด้วยคน
ขอพูดด้วยคน 52
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 28 ธันวาคม 2550

      การเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2007 มีผลออกมาว่า “ชาวกรุง” เลือกประชาธิปัตย์ และ “ชาวบ้าน”เลือก ทักษิณ (พลัง ประชาชน)

     สาเหตุใหญ่ เกิดมาจากการไม่เอาไหนของรัฐบาล “ขิงแก่” อ้างสาเหตุของการปฎิวัติเพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตของ รัฐบาลทักษิณ

     สาเหตุสอง “พรรคพลังประชาชน”มี “เงิน” เป็นอาวุธ ต่อท่อโดยตรงมาจาก ทักษิณ

     เงินยังเป็นปัจจัยใหญ่ที่สามารถเอาชนะใจประชาชนทางภาคอีสานส่วนใหญ่และชาวเหนือ (บางส่วน) ได้อย่างง่ายดาย หลงทางคำโฆษณาว่าทักษิณ จะกลับมา “ช่วยชาติ” ให้ดีขึ้น

     แต่อย่าคิดว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนไทยทั้งประเืทศ ที่ลงคะแนนเลือก พลังประชาชน หรือ ทักษิณ

     นับคะแนนทั่วประเืทศ พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเสียงมากกว่าพลังประชาชน

     โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ เลือก ประชาธิปัตย์ 27 ที่นั่งเหลือให้พลังประชาชน 9 และเขตในกทม.ที่พลังประชาชน ชนะประชาธิปัตย์ จะเป็นเขตที่มีประชาชนระดับ “การศึกษาน้อย” เป็นกลุ่มคะแนนเสียง “ส่วนใหญ่”

     อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้การจัดตั้งรัฐบาล ต้องทำเพื่อแก้วิกฤติชาติ เท่านั้น

     การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นการเลือกตั้งเพื่อแก้ไขวิกฤติชาติ แต่กลับย้อนทางเป็นทางอยู่สองแพร่ง

     จะเดินลงเหว หรือ จะเดินให้พ้นจากปากเหว

     อดีตเป็นบทเรียนที่สอนให้เจ็บและจำ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพรรคการเมืองหนึ่งเป็นนอมินีของพรรคการเมืองที่ถูกตัดสิน ยุบพรรค เพราะบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนมีพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส ครอบงำองค์กรอิสระ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ อย่างเหิมเกริม ด้วยกลวิธีเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ จนทำให้คนไทยทั้งประเทศต้องแตกแยกเป็นเสี่ยง ๆ เพียงเพราะคน ๆ เดียว ซึ่งเป็นวิกฤตของประเทศในขณะนี้

     ในอดีตพรรคการเมืองต่าง ๆ ตลอดจนนักการเมือง ย่อมรู้ฤทธิ์รู้เดชของพรรคการเมืองที่ถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ยุบพรรคมาแล้วเป็นอย่างดี ถ้าพรรคการเมืองขนาดกลางและเล็กเลือกข้างผิดจะพาประเทศชาติหายได้อย่างง่ายดาย เพราะ จะตามเล่ห์เหลี่ยมของพรรคการเมืองนอมินี่ไม่ทัน เพียงเพราะความต้องการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกลายเป็นจุดอ่อนของพรรค การเมืองทุกพรรค

     กลายเป็นเครื่องมือให้พรรคนอมินีกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

     ผลสุดท้ายพรรคเล็กพรรคน้อยก็จะถูกทำลายตายสนิทไม่ได้ผุดได้เกิดอย่างถาวรในอนาคตอันใกล้

     เชื่อว่านักการเมืองระดับเซียนทั้งหลายย่อมอ่านเกมออก

     อย่าโง่ !!เห็นแก่ตัวเป็นสะพานให้พรรคการเมืองนอมินีได้ผุดได้เกิดอีก เพราะจะเป็นอันตรายอย่างมหันต์ต่อพรรคการเมือง ทุกพรรค และจะเป็นอันตรายอย่างมหันต์ต่อระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ

     เพื่อเห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอให้พรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กทุกพรรค รวมตัว กันกู้ชาติให้พ้นจากปากเหว เพื่อนำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤติที่สุด โดยการไม่ร่วมกับพรรคนอมินีเพื่อตั้งรัฐบาล ขณะนี้เป็น โอกาสของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่จะอยู่รอดในอนาคตบนเส้นทางการเมืองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข แต่ถ้าตัดสินใจผิดยอมตัวเป็นเครื่องมือให้พรรคนอมินีได้ผุดได้เกิด สามารถทำนายล่วงหน้าได้ว่านัก การเมืองทั้งหลาย ตลอดจนลูกหลานจะไม่มีที่ยืนและจะไม่มีพรรคการเมืองต่าง ๆ หลงเหลือในอนาคต เพราะถ้าฝีดิบคืนชีพ เมื่อใด อนาคตประเทศไทยจะเหลือพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว นั่นคือปฏิญญาที่ทราบกันดี ตามสุภาษิตปลาใหญ่กิน ปลาเล็ก ผลสุดท้ายบ้านเมืองจะวิกฤติอย่างสุด ๆ จนถึงขั้นนองเลือดก็เป็นได้

     พรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก ต้องรวมตัวกันเป็นฝ่ายธรรมะ  เพื่อทำให้บ้านเมืองก้าวพ้นจากปากเหว และเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง เพื่อลูกหลานคนไทยทั้งประเทศ และดำเนินการเอาคนทำผิดที่ตกเป็นจำเลย กลับมาเข้าสู่ขบวนการศาลยุติธรรม

     ผิดว่าตามผิดถูกว่าตามถูก บ้านเมืองศักดิ์สิทธิ์ต้องมีเสาหลักเป็นกฏหมาย อันเป็นเส้นทางที่ถูกต้องที่จะเลือกเดินเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น

     ระหว่างฝังผีดิบลงหลุม กับ ดึงผีดิบขึ้นจากหลุม จะเลือกวิธีไหนคงไม่ต้องบอก

     ดูข้อเสนอของนายบรรหาร ศิลปอาชา ร่วมกับนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการ ถูกทาบทามจากพรรคพลังประชาชนให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่ประกอบด้วย

     1.ต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไว้สูงสุด 2.พล.อ.เปรม ติลณสูลานนท์ ถือเป็นรัฐบุรุษที่สูงสุดในบรรดาผู้คน ต้อง เป็นที่เทิดทูน รักษาไว้ และทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ไม่ให้ก้าวล่วง 3.จะต้องไม่มีการล้างแค้น ไม่งั้นจะไม่สิ้นสุดหาข้อยุติไม่ได้ 4.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจน และไม่แทรกแซงการเมือง และ 5.คตส.ต้องไม่ ถูกยุบ

     จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พลังประชาชน หรือ ไทยรักไทย(เดิม) ได้เดินแต้มคูไว้อย่างไรบ้าง? จนทำให้ พรรคขนาดกลาง อย่าง ชาติไทย และเพื่อแผ่นดิน ต้องออกมาเรียกร้องเช่นนี้

     ส่วนกลุ่มคนที่สนับสนุน “พลังประชาชน”  แน่ใจหรือที่จะเห็นนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ พร้อมคำถาม “คนอย่าง นายสมัคร นี่หรือจะเป็นนายกรัฐมนตรีประเืทศไทยคนที่ 25”

     ดูถูกประชาชนไทยที่ไม่ได้เลือกพลังประชาชนมากเกินไปมั้ง?

     อย่าลืมว่า นายสมัคร ยังคงมีคดีความที่ติดตัวอยู่อยู่ในช่วงการต้องโทษตัดสินจำคุก เพียงแต่การรอ คำพิพากษาของศาล อุทธรณ์ ซึ่งตุลาการรัฐธรรมนูญ ยังคงอยู่ในระหว่างการตัดสิน การประกาศนั่งในตำแหน่งผู้นำประเทศ ขณะนี้ถือว่าขัดต่อ กฎหมาย เพราะคดีหมิ่นประมาทนั้นไม่ใช่คดีลหุโทษ ตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ แต่นักกฎหมายของพรรคพลังประชาชน ยังคงบิดเบือนความจริงต่อไปอย่างเมามัน  

     นายสมัครโดนคดีหมิ่นประมาท ที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในขณะนั้น ยื่นฟ้องเป็น จำเลยร่วมกับนายดุสิต ศิริวรรณ ในช่วงทำรายการ"สมัคร - ดุสิต คิดตามวัน" ซึ่งศาลได้ตัดสินจำคุกในคดีหมิ่นประมาท แต่ นายสมัคร ยังคงอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์

     แต่ถึงอย่างไร ยังถือว่าขัดต่อข้อกฎหมายที่ระบุชัดเจนว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการนั้น ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุก และพ้นโทษมาไม่ถึง 5 ปี ซึ่งในขณะนี้นายสมัคร อยู่ในระหว่างต้องคำพากษาให้จำคุก ในคดีความของศาลชั้นต้นตัดสิน

     ถือเป็นข้อเคลือบแคลงที่นักกฎหมายทั่วประเทศกำลังเฝ้าจับตาว่า นายสมัคร นั้นจะมานั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ อย่างไร  เพราะถ้าดำรงตำแหน่งจริง คำสั่งต่างๆ การประกาศของคณะรัฐมนตรีนั้นจะถือเป็นโมฆะ ทั้งสิ้น   

     "ยืนยันว่าคดีหมิ่นประมาทนั้นไม่ใช่คดีลหุโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญานั้นระบุชัดเจน ว่าเป็นคดีอาญา” ซึ่งในคดี ฟ้องร้องระหว่าง นายสามารถ กับนายสมัคร และ นายดุสิตนั้น ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี และในขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ซึ่งในข้อกฎหมายนี้เรียกได้ว่านักกฎหมายทุกคนจะต้องรู้  

     นายสมัคร ยังคงหน้าด้านตามนิสัยที่เปลี่ยนไปตามอายุ ยืนยันที่จะนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายสมัครควรที่จะมีสำนึก ว่าจะกระทำการอะไรนั้นจะต้องมีความชัดเจนมากกว่านี้      

     ถ้ามีผู้นำประเทศที่มองเห็นบาดแผลของตนเองแต่แกล้งมองไปอีกด้านหนึ่ง ดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ต่อไปจะส่งผลต่อ ประเทศไทยของเรานั้นอย่างไรบ้าง

      “นายสมัคร สุนทรเวช” ไม่ได้เป็นนายกฯคนที่ 25 แน่นอน

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats