|
วันนี้ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเพื่อแยกตัวเป็นเขตปกครองอิสระใน ๓ จังหวัดภาคใต้ของไทยแล้วให้สะดุ้งไป ทั้งตัวด้วยความอาลัยอาสาสมัครชาวบ้านที่เสียชีวิตอย่างไร้เหตุผล เพราะเขาต้องสังเวยชีวิตด้วยความเชื่อของคนอีกกลุ่มว่า ต้องสร้างสถานการณ์กดดัน ให้ไทยพุทธอพยพออกจากพื้นที่ด้วยทุกวิธีทาง
อีกส่วนหนึ่งสดุ้งด้วยเพราะเป็นถนนเส้นทางผ่้านที่ตนเองและน้องชายพร้อมคณะ ได้นำเงินไปช่วยเหลือชาวบ้าน อาสาสมัครที่ อำเภอธารโต
เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 18ธันวาคม โดย ร.ต.ท.ธาม ลอยสะเทื้อน รอง สวป.สภ. บันนังสตา จ.ยะลา นำกำลังไปตรวจสอบเหตุบนถนนสายบ้านทับช้าง-บ้าน กม.26 นอก ม.2 ต.ตลิ่งชัน พบศพ นายมะเละ โมงยาเดง อายุ 35ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา นอนอยู่ใกล้กับรถกระบะนิสสัน สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้าย ทะเบียน สภาพศพถูกฆ่าตัดศีรษะและมีรอยถูกฟันที่ใบหน้า โดยศีรษะวางห่างจากศพไม่มากนัก
พร้อมกันนี้ยังพบศพอีก 3ศพ คือ นายยาลี โมงยาเดง น้องชาย นายมะเละ,นายมะสารี มะเราะและนายมะอีซอ ยูโซะ ทั้งหมดเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.)และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1ราย คือ นายไซดี ยูโซะ ซึ่งถูกยิงที่ สะโพกและขาหลายนัด ก่อนถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา
จากการสอบสอบทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายมะเละ เดินทางกลับจากไปเยี่ยมภรรยาที่บ้านทับช้าง ม.2 ต.ตลิ่งชัน พร้อม ชรบ.อีก 3คน ระหว่างทางคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน ใช้อาวุธปืนอาก้า และเอ็ม16 ยิงถล่มจน
เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 5พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายมะเละ ถูกข่มขู่จาก กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบห้ามไม่ให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ทั้งนี้ ในพื้นที่ ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ มีผู้ใหญ่บ้านถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต มาแล้ว 2ราย โดย นายมะเละ นับเป็นเหยื่อรายที่ 3
แถมก่อนหน้าเมื่อเวลา 07.00น.เกิดเหตุระเบิดหน้าบ้านเลขที่35 ม.3 อ.เมืองยะลา บริเวณสามแยกบ้านเนียง แรง ระเบิดทำให้ทหารสังกัด ร.5 พัน.1 ฉก.11 ยะลา ได้รับบาดเจ็บ 2นาย เหตุเกิดขณะพลทหารทั้งสองนายขี่รถจักรยานยนต์ มาดูแลรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว
อ่านข่าวจบแล้วสะดุ้งเพิ่มเพราะน่าจะนับเป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านอาสาสมัครเสียชีวิตอย่างเจาะจงด้วยน้ำมือของ คณะผู้ก่อการแบ่งแยก
โจมตีด้วยเอ็ม ๑๖ และอ้าก้า อย่างนี้มันจะเหลืออะไรไปสู้
ชาวบ้านมีแต่ปืนลูกซองและปืนพก แถมมีไม่ครบคน ต้องผลัดกันเวรยามถือปืนกระบอกเดียวกันนั้นแหละที่จะ เอามาป้องกันตัวเองและลูกเมียเพื่อนบ้าน
มิน่าเล่า ชาวบ้านถึงได้เอาเงินที่มอบให้ไปซื้อเอ็ม ๑๖ ทันที่
มาถึงบางอ้อ ก็เมื่อเห็นข่าวว่ากลุ่มผู้ก่อการ กว่า ๑๐ นายใช้อาวุธสงครามร้ายแรงโจมตี
ทำให้เป็นห่วงว่าถ้าหมู่บ้านที่มีอาสาสมัครเป็นจำนวนมากแต่ไม่มีอาวุธเพียงพอที่จะป้องกันตนเอง แล้วอะไรมันจะ เกิดขึ้น ?
ยกมือไหว้พระท่วมหัวบนบาลศาลกล่าวขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย !!!
ก็อยากจะฝากบอก เพื่อนๆทุกคนด้วยความหวังดี จากประสบการณ์ที่ได้ไปพบมาด้วยตัวเองว่า อย่าเอาเงินบริจาค ไปซื้อเสื้อเกาะกันกระสุนที่ทำในประเทศไทยอีกต่อไปเลย
เอาเสื้อเกาะที่ทำจากอเมริกาไปฝากตำรวจไทยที่ภาคใต้แล้วมาดูเสื้อเกาะที่ทำในประเืทศไทย ที่ว่าราคาถูกเพียง ๔ พันกว่าบาท
เห็นตำรวจและทหารสรวมใส่แล้ว กลัวว่าแค่ จุดสองสอง แม๊กนั่ม ก็ทะลุผ่านได้อย่างสบายๆ แถมตัวเล็กสั้นจู๋ ไม่รู้ ว่าจะประหยัดอะไร แลกกับชีวิตคน
ถ้าอย่างนี้เอาเสื้อยันต์จากพระดังๆสวมแทน น่าจะดีกว่า
ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีในเมืองไทยขณะนี้ประชาชนมุ่งหวังแต่จะ ค้ากำไร โดยขาดคุณธรรมและจริยธรรม ตามที่ทั้น หน้าเหลี่ยม และสมัครพรรคพวก ได้สร้างสมเอาไว้จนกลายเป็นวัฒนธรรมไทยยุคทักษิณ แม้นแต่รัฐบาล ขิงแก่ ก็ตามอย่าง ดูอย่างการจัดซื้อจัดจ้างของเหล่าทหารๆหาญก็แล้วกัน ทั้งบก-เรือ-อากาศ
บก ก็ซื้อรถเก่าๆล้าสมันมาจมโคลน
เรือ ซื้อดำน้ำมาแล่นในทะเลโคลน ไม่รู้ว่าจะมองเห็นทางได้อย่างไร
อากาศ ดันแรด อยากได้เครื่องบินจากประเทศที่คนรู้แต่ว่าผลิตรถเก่ง
หน้าด้านจริงๆ ทั้งอดีตและปัจจุบัน ผบ.เหล่าทัพต่างๆที่นั่งรับฟังกระแสพระราชดำรัส โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ในหลวงตรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา
อย่างนี้ ใครรับประกันได้ว่า เสื้อเกาะเหล่านี้จะ กันกระสุนขนาดใหญ่ๆได้จริง
อยากช่วยคราวหน้า ส่งเป็นเงินไปให้ชาวบ้านให้เขาช่วยตัวเองด้วยกำลังอาวุธ และค่ารักษาพยาบาลจะดีกว่า
อย่างชาวบ้านที่ถูกยิงหรือบาดเจ็บเพราะถูกทำร้ายแล้วไม่ตายต้องไปรักษาพยาบาล ญาติพี่น้องต้องควักกระเป๋า..... จ่ายเองแถมจ่ายค่าทำศพด้วยหากมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้น
นอกเหนือจากความเศร้าโศรกที่ได้รับแล้ว รัฐบาลไม่มีค่ารักษาพยาบาลให้
บาดเจ็บทำงานไม่ได้เพราะถูกกลุ่มผู้ก่อการแบ่งแยกทำร้ายเอา ก็ต้องตามมีตามเกิดไป
เขาเหล่านี้ต่างหากที่เป็นผู้ที่น่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถจากเราๆท่านๆ
ก็ต้องวกมาถึงเรื่องเลือกตั้งในเมืองไทยที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๓ ธันวาคม เชื่อว่า พลังประชาชน จะนำมาเป็นที่ ๑ ได้ มีโอกา่สที่จะนำ ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าประเทศไทย
ทั้งๆที่ไม่มีใครเขาห้ามไม่ให้คุณทักษิณ กลับเข้าประเืทศ แต่คุณทักษิณ เลือกเอาที่จะไม่กลับในเวลานี้ เพราะกลัว จะต้องถูกขึ้นศาลในข้อหา โกงชาติ
จะกลับมาก็ต่อเมื่อ พลังประชาชน ได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้กฎหมู่ให้เป็นกฎหมายไม่สนใจว่าการกระทำ เช่นนี้จะทำให้ เสาหลักไม่มีอยู่ในแผ่นดินสยาม
ประชาชนส่วนมากเชื่อพลังประชาชนเพราะเห็นว่าใครๆก็แดก ใครๆก็โกงกิน คมช.บอกว่าปฎิวัติเพื่อปราบการโกงกิน แต่พอลงท้าย ตัวเองก็โกงกิน
คะแนนน่าจะเทกระจาดไปให้ พลังประชาชน ก็น่าจะเห็นว่าเพราะเหตุนี้
ประชาธิปัตย์ก็ได้แต่ ฝีปากดี เหมือนขึ้้นเวที่มวยรำป้อไปป้อมา พอระฆังชกดังขึ้น โป้งเดียวถูกหมัด พลังประชาชน ล้มลงไปก้นกระแทก
ไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาทันเป็นน่ายกฯคนที่ ๒๕ หรือไม่?
ขอปิดท้ายด้วยเรื่องที่ประสบมาด้วยตนเองที่หน้าบ้านพักในเมืองไทยแถวดอนเมือง
เอามาเขียนเพราะเมืองไทยชอบเลี้ยงหมาแต่เลี้ยงแบบตามมีตามเกิด แทนที่จะหาที่อยู่ ที่กิน ที่ขี้ให้กับมัน แต่กลับ ปล่อยให้ออกไปเพ่นพล่านทำธุรกิจส่วนหมาตามท้องถนน
ไอ้หย่า!! อยากเลี้ยงแต่ไม่รู้จักวิธีเลี้ยง ส่งเดชไปตามเรื่อง จนกลายเป็นปกติสำหรับคนไทย
เช้าๆออกมาหน้าบ้าน ใส่ถุงมือออกไปเก็บขี้หมาใส่ถุงพลาสติกไปทิ้งขยะ
ชาวบ้าน เดินผ่านไปมา หันมามองเหมือนกับว่า เราเป็นคนเสียสติที่เก็บขี้หมาหน้าบ้านไปทิ้งขยะ
กลายเป็นว่าวิธีถูกต้องของคนไทยคือการปล่อยขี้หมาให้แห้งไปตามท้องถนนหรือปล่อยให้คนบ้าง รถบ้าง เหยียบย่ำไปเรื่อยๆจนแห้งหมดไปจากท้องถนนเองตามธรรมชาติ
|