HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:18 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ขอพูดด้วยคน
ขอพูดด้วยคน 49
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 7 ธันวาคม 2550

          ใครโชคดีได้อยู่เมืองไทยในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๐๐๗ จะได้มีโอกาสชมถ่ายทอดสดในพิธีเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา ครบรอบ ๘๐  ปี

          พิธีการต่างๆ ในการเฉลิมฉลองดูแปลกตาสำหรับคนไทยที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปนานเกือบครึ่งศตวรรษ จน ความคิดและความเคยชินส่วนหนึ่งกลายเป็น “คนฝรั่ง” ไปโดยไม่ต้องดัดจริต ให้เหมือนคนไทยที่ไปอยู่เมืองนอกได้ไม่กี่ปี

          พอกลับไปถึงเมืองไทย  ดัดสะเอือกพูดภาษาไทยได้ไม่ชัด

          ลูกชายเกิดที่อเมริกา ได้รับการศึกษาที่อเมริกาตั้งแต่เล็กจนเป็นหนุ่มใหญ่

          พูดภาษาไทยได้เหมือนคนไทยทุกประการ แม้นจะมีบางคำที่ช้าลงไปบ้างแต่ถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้เลยแม้้นแต่นิดเดียว ว่า เขา “อ่านภาษาไทยไม่ออก”

          เหมือนคุณสโรชา พรอุดมศักดิ์ จาก เอ เอส ทีวี ที่พูดภาษาไทยได้ดีเท่าภาษาอังกฤษ  ทำให้นึกแปลกใจว่า

          “ทำไมทีวี ช่อง ๑๑ ถึงต้องไปจ้างแหม่มแก่ๆ มาเป็นพิธีกรภาคภาษาอังกฤษ ในเมื่อเด็กไทยเก่งๆมีอยู่ออก ถมไป”

          อยากจะตะโกนดังๆว่า “ไอ้ผู้ที่มีอำนาจสั่งการ โปรดให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่บ้างซิโว๊ย”

          ไอ้ที่แก่เฒ่าลงไปก็ต้องรู้ตัวบ้างเหมือนกันว่า ถึงเวลาที่จะต้ัองหลีกทางให่เด็กรุ่นใหม่เขามีโอกาสเดินก้าวหน้าขึ้นมา บ้าง

          เวลาตื่นนอนมาตอนเช้าแปรงฟันแล้วดูใบหน้าตัวเอง เห็นแล้วควรจะรู้ดีว่้า ถึงเวลาหลีกทางให้เด็กรุ่นใหม่ได้แล้วหรือ ยัง

          สังขารเป็นเพียง สิ่งที่จะเตือนใจเราให้เข้าใจว่า “หยิบยืมเขามา” วันหนึ่งก็ต้องใช้คืนกลับไป

          อย่าไปดูด ไปดึง ให้มันเจ็บตัวเปล่าๆเลย พ่อเจ้า้ประคุณ-แม่คุณเอ๋ย

          อยากสวย อยากงาม ก็ต้องหมั่นออกกำลังกาย กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ไม่ใช่เอาแต่รสไว้เป็นบรรทัดฐาน

          ถูกปากถูกใจเมื่อไร รับรองได้่ว่าไม่ถูกหลักการกินเมื่อนั้น

          อยากผอม ไม่ต้องไปหาหมอ หาเหมอที่ไหน

          กินให้น้อยลง ออกกำลังกายให้พอเพียง นอนให้เพียงพอ เลิกคิดในสิ่งที่ไม่ดี

          เท่านี้ก็ไม่ต้องไปหาหมอที่ไหนให้เปลืองตังค์ แถมบางที่ไม่ได้ผล เสียตังค์โดยเปล่าประโยชน์

          บางคนเสียตังค์กินยาลดความอ้วน จนตัวตายก็มีให้เห็น อยู่ทั่วไป

          ขอวกกลับมาเขียนเรื่องในหลวงประทานพระบรมวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคลเนื่้องใน โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๐๐๗

          มีใจความที่น่าสนใจและนำมากล่าวถึงหลายประการ หลายตอน

          พลเอกสนธิ บุญรัตนกลิ่น นั่งอยู่ด้านหลังแถวสาม เป็นหนึ่งที่ไปเฝ้าเพื่อรับฟังพระราชดำรัสในวันนั้นคงจะขนหัวลุก เมื่อทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

           “กองทัพบกก็จะไปซื้อรถล้าสมัย ล้าสมัยเหมือนกัน คนไทยนี่ชอบซื้ออะไรล้าสมัย แต่เอามาเล่นก็ดีเหมือนกัน รถถังล้าสมัย แต่เมืองไทยนี่ใช้รถถังทันสมัยมันใช้ไม่ได้ มันจมเลน แล้วก็ ถ้าจมเลนปั้บมันก็หมดสมัย มันลำบากที่จะซื้อ เดี๋ยวนี้จะซื้อ รัฐบาลก็หมดสมัยแล้ว อีกหน่อยก็หมดสมัย อีกไม่กี่เดือนก็หมดสมัย เอาไว้ให้รัฐบาลใหม่เขาซื้อรถถังรถอะไร แต่อย่างนี้มาแนะนำการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กลางที่ประชุมนี้ ที่ประชุมนี้ก็ใหญ่กว่ารัฐสภานะ คนมากกว่า มีตั้ง ๒หมื่นคน เขาฟังข้างนอกเขาก็งง เดี๋ยวว่าพูดเรื่องอะไร”

          ส่วนพระเอกเจ้าเก่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ทราบว่ามีโอกาสได้รับฟังในตอนหนึ่งที่ทรงกล่าวว่า

          “ พอเพียงนี่หมายความว่า เราไม่ทุกข์ ว่าเขาจะว่า ว่าเราเอากำไรมากเกินไป เราไม่เอากำไรมาก แต่เราไม่ทำให้ ขาดทุน เราไม่ทำให้มีกำไรมากเกินไป เพราะเราขายกันเอง ก็กันเอง ก็ไม่ต้องขายแพง กันเองไม่ต้องซื้อแพง ฉะนั้นเศรษฐกิจ พอเพียงนี่ไม่ได้หมายความว่าขาดทุน ขาดทุนก็ขาดทุน แต่ว่าขาดทุนกำไรของเราเอง กันเอง นี่พูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง มาหลายปีแล้ว ก็ไม่ค่อยเข้าใจกัน เพิ่งมาเข้าใจสักเดือนสองเดือนนี่ ฉะนั้นก็ขอเอาไปศึกษาต่อนะ ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงคืออะไร ไม่ใช่เพียงพอ คือว่าไม่ได้หมายความว่า ให้ทำกำไรเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง ทำกำไรก็ทำ

          ถ้าเราทำกำไรได้ดี มันก็ดี แต่ว่าขอให้พอเพียง เพราะว่า ถ้าเอากำไรหน้าเลือดมากเกินไปมันไม่ใช่พอเพียง นักเศรษฐกิจก็ว่าพระเจ้าอยู่หัวนี่คิดอะไรแปลกๆ ก็แปลกซิ ขายไม่ให้ได้กำไร ซื้ออะไรไม่ขาดทุน เป็นเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ต้องหน้าเลือด ไม่ใช่เพื่อจะกำไรมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ให้พอเพียง”

          นับได้ว่า ในหลวงของเรามีสายพระเนตรที่ยาวไกล เกินกว่าคนทั่วไปจะตามทัน

          อย่างคุณทักษิณ นั้น ห่วยแตกเลย สวนทางมันทุกรูปแบบ จนเดี๋ยวนี้ยังไม่รู้หมู่หรือจ่า

          ก็ต้องพยายามเข้าใจอย่างที่ เล็ก ติ่งลี่ จากนสพ.ไทยรัฐ ให้ความคิดไว้อย่างแยบยล

          “เมืองไทยเดี๋ยวนี้ดีขึ้น เพราะเรามีสถาบันหลักที่เป็นกลาง คอยตรวจสอบ คัดค้านเพียงแต่ว่าต้องใช้เวลาให้ค่อย เป็นค่อยไป การเมืองไทยจะดีขึ้น”

          เอ้า..นี่ก็เป็นความเห็นในทางบวกที่น่ารับฟัง เท็จจริงเท่าไรก็ต้องดูกันต่อไป

          เขียนมาจนเกือบจะจบแต่มานึกขึ้นได้ถึง “ผู้มีอิทธิพล” ทั้งหลายในกรุงเทพฯ

          เลยต้องเขียนเตือนเพื่อนๆที่จะไปเที่ยวเมืองไทย หากต้องใช้รถใช้ราในท้องถนนเมืองนางฟ้าจะต้อง “ทำใจ” หลาย ประการ

          เวลาผู้มีอิทธิพลทั้งหลายจะใช้ท้องถนน จะเป็นที่เดือดร้อนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดกั้นยานพาหนะ โดยไม่สนใจว่า การจราจรจะติดขัดยั้วเยี้ย มากน้อยเพียงไร

          แทนที่จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อบริการประชาชนในด้านอื่นๆ กลับต้องมาเสียกำลังพลด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เงินเดือนของตำรวจก็น้อยนิด

           หากเพื่อนๆที่มาจากเมืองนอก มาพบสภาพเช่นนี้เข้าก็ต้อง “ทำใจ” ให้ปลงเสียว่า ผู้มีบารมีเหล่านี้

          ไม่มีความรู้สึกรับผิดชอบ เอาแต่ความสะดวกส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เห็นคนเดินดินกินข้างแกงเป็นข้าทาสไปหมดทั้ง ประเทศ

          แทนที่จะพยายามหลีกเลี่ยงการสัญจรในช่วงและเวลาที่การจราจรหนาแน่น

          กลับไม่สนใจนำพากับเสียงด่าทอ สาปแช่ง จากบุคคลที่ได้ัรับผลกระทบที่เกิดจากการทำให้การจราจรยุ่งเหยิง มากยิ่งขึ้น

           ปัญหานี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ทำให้นึกวิตกไปว่า บุญบารมีที่มีมาตั้งแต่เกิด หากไม่สะสมต่อไปจะเหมือนกินทุนเก่า ที่มีแต่จะหมดไป

          วิตกต่อไปข้างหน้าด้วยความเป็นกังวลอย่างใหญ่หลวงว่าต่อให้ใครก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้

          ห่วงต่อไปอีกด้วยว่า จะมีคนเดินตามปฏิญญาฟินแลนด์ของคุณทักษิณ เพื่อแก้ปัญหามากขึ้นเป็นทวีคูณ

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats