HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:32 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ขอพูดด้วยคน
ขอพูดด้วยคน 48
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 30 พฤศจิกายน 2550

          ไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพฯ-แอล.เอ ในช่วงหลังจากอาศัยอยู่อเมริกามาประมาณ ๔๐ ปี ทำให้เกิดความคิดที่จะต้อง นำมาเล่าสู่กันฟังให้เพื่อนๆ พี่-น้องที่อยู่อเมริกานานๆ ได้เข้าใจถึงการที่จะ “ต้อง” ปรับสภาพตัวเองให้่เข้ากับเมืองไทย หาก ยังต้องการจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขในเมืองไทย

          เรื่องแรกที่จะเขียนถึงคือการขับรถ

          เมืองไทยขับรถชิดซ้าย เมืองอเมริกาขับรถชิดขวา

          คนไทยที่อยู่อเมริกามาขับแรกๆในเมืองไทย พอเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาเสร็จ จะหันหัวรถไปชิดถนนทางขวามือ หาก ไม่มีรถสวนมาก็ดีไป ถ้ามีรถสวนมาก็จบกัน

          ปัญหาขับรถทางซ้านหรือขวา แก้ได้ด้วยการจำว่า “ไม่ว่าจะอยู่ประเทศอะไรคนขับจะต้องอยู่ชิดกับเส้นแบ่ง ครึ่งถนน

          ประเทศที่ขับรถทางขวา พวงมาลัยรถจะอยู่ทางซ้าย คนขับจะอยู่ชิดถนนด้านเส้นแบ่งครี่ง

          ประเทศที่ขับรถทางซ้าย พวงมาลัยรถจะอยู่ทางขวา คนขับจะอยู่ชิดถนนด้านเส้นแบ่งครี่ง

          จำไว้แค่นี้พอ เลี้ยวรถเมื่อไรตัวคนขับจะต้องไปอยู่ติดกับเส้นแบ่งครี่งถนนทันที

          ส่วนการขับรถในเมืองไทยก็ต้องพยายามเข้าใจคนขับในประเทศไทยว่าเขาขับได้ทุกรูปแบบไม่มีกติกา รูไหนมี รอดได้ รูไหนมีแซงได้เขาจะทำทันที

            ถ้าคนไทยในอเมริกาไปเชื่อว่า นักขับรถคนไทยในเมืองไทยจะทำตามกฎเกณฑ์ กติการการขับรถที่มีไว้

            จะต้องเสียใจทันที เพราะโอกาสที่จะชนกัน เกิดขึ้นได้ทันที

          สิ่งที่ควรทำคือ ยอมให้มันไปก่อน อย่าไปคิดว่า “คุณเป็นผู้ถูก เขาต้องยอมให้”

          ความคิดนี้ใช้ได้เฉพาะในอเมริกา เท่านั้น อย่าได้อุตริเอามาใช้ในท้องถนนเมืองไทยเป็นอันขาด

          ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือถนนตัดที่มีวงเวียน พร้อมมีป้ายเขียนไว้ว่า “รถในวงเวียนไปก่อน”

          อย่าไปเชื่อครับ

          นักขับรถคนไทยเขาใช้วิธี ใครได้โอกาสก่อน ไปก่อน

          หากไปเกิดอุบัติเหตุขึ้น ต้องไปแจ้งความให้ตำรวจเข้ามาทำการสอบสวนว่าใครผิด ใครถูกก็ตอนนี้แแหละ ที่ตำรวจ ไทยกลายเป็นผู้พิพากษาได้ทันที่

            เหมือนอย่างที่เสธฯแดง ชอบพูดว่า “ตำรวจไทยไม่ควร จับกุม สอบสวนและทำสำนวนฟ้อง” เพราะมัน สามารถที่จะชี้เป็น ชี้ตายได้อย่างไม่ต้องเอาความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง

          ส่วนเรื่องคดีอุบัติเหตุ ตำรวจตัดสินว่าใครผิดใครถูกด้วยการทำสำนวน ถ้าไม่พอใจการตัดสินของตำรวจก็ต้องไป ฟ้องร้องต่อในศาลโดยตำรวจเป็นผู้ส่งสำนวนฟ้องไปไต่สวนในศาล

          ที่นี่ คนขับรถทุกคันในเมืองไทยต้องมีประกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ก้าวหน้าไปไกลกว่าอเมริกัน ไม่ว่าจะเกิดจากการ โกงกินกันกับบริษัทประกันและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยออกกฎหมายให้รถทุกคันต้องมีประกันก็ตาม

          นับว่าเป็นการโกงที่เกิดผลดี

          ไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่เขาไม่ต่อทะเบียนรถให้

          การประกันรถในเมืองไทยมีอยู่ ๒ แบบคือการประกันชั้น ๑ และชั้น๒

          ชั้น๑ คือFull Coverage ประกันทั้งรถของเราและรถของเขา แต่แปลกที่เขาประกันที่ตัวรถไม่ได้ประกันว่ารถคันที่มี ประกันต้องมีคนขับที่แน่นอน ไม่ใช่ใครขับก็ได้

          ใครขับห่วยแตกแค่ไหน ทางบริษัทประกันไม่มีวันรู้ เพราะบริษัทประกันไม่ได้ดูที่คนขับ แต่รับประกันที่ตัวรถยนต์

          ประกันชั้น ๒ คือ Liabilities หมายถึงรับประกันเฉพาะรถเขา ไม่ใช่รถเรา

          ชนกันตูมเมื่อไร เราจ่ายซ่อมรถเราเอง หากเราเป็นฝ่ายผิด(ตำรวจเป็นผู้ตัดสิน หากคู่กรณีไม่เห็นด้วย สามารถนำ สำนวนสอบสวนจากตำรวจไปฟ้องร้องในชั้นศาลได้)

          อย่าลืมว่าชนกันเมื่อไรต้องแจ้งให้บริษัทประกันทราบทันทีพร้อมจดรายชื่อของคู่กรณีเอาไว้ด้วย อย่าปล่อยให้เขา ลอยนวลไปโดยไม่เอาชื่อเสียงเรียงนามไว้ก่อน

          ไม่อย่างนั้นเราผิดหรืิอถูกไม่สำคัญ แต่หากไม่มีคู่กรณี เราจะต้องเสีย ๒ พันบาทให้บริษัทประกันฟรีๆ

          ก็ต้องบอกเพื่อนๆคนไทยพี่น้องในอเมริกาไว้ว่าหากอยากขับรถในเมืองไทย อย่าลืมซื้อประกันชั้น๑ เอาไว้ สะดวก สบายมากกว่าเวลามีอุบัติเหตุ แต่ที่แน่ๆอยากแนะนำว่าอย่าซื้อทิ้งไว้ในเมืองไทย

          ไม่เพียงแต่จะไม่คุ้มกับการที่จะต้องดูแลรักษาแล้ว หากท่านเดินทางไปๆมาๆเพียงปีละ ครั้งสองครั้ง

          ทางที่ดี ลงจากเครื่องบินแล้วเช่ารถเอาดีกว่า มีให้เลือกมากมายเหมือนที่อเมริกา ไม่ต้องดูแลรักษาให้เจ็บกระดองใจ เหมือนอย่างที่ได้ประสบมาเมื่อเร็วๆนี้

          เอารถ ฟอร์ด เอสเคป เอส ยู วี ไปเข้ารับบริการที่ Dealer Ford  อ. ลำลูกกา จ.ปทุมธานี แม้นรู้ว่าจะแพงกว่า แต่มีความเชื่อว่าจะได้รับการบริการที่เชื่อถือได้

          เสียค่าบำรุงรักษาไปกว่าหมื่นบาท กลับมาถึงบ้านเกิดนึกเอะใจ เปิดดูใส้หม้อกรองอากาศ และอื่นๆที่ระบุในรายการ ว่าจะต้องได้รับการเปลี่ยนเช่น ใส้กรองน้ำ้มันเครื่อง ใส้กรองน้ำมันเบ็นซินและอื่นๆอีกหลายรายการ

          ไอ้ห่า!! มันไม่ได้เปลี่ยนหรือทำอะไรให้เราเลย ที่รู้เพราะเป็นช่างด้วยตัวเองที่เปลี่ยนใส้หม้อกรองอากาศไว้ก่อนหน้านี้ ที่ซื้อมาจากอเมริกาติดในกระเป๋ามาด้วยเอามาเปลี่ยนเอง เพราะเวลาขี้้นเครื่อง ไม่ค่อยมีสัมภาระมาก

          เปิดออกมา ของเดิมที่ซื้อมาจากอเมริกา และเปลี่ยนเอาไว้ยังอยู่ที่เดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เลยก้มลงไปดูใต้ ท้องรถปรากฏว่าใส้กรองนำ้มันเบ็นซิน มันก็ไม่ได้เปลี่ยนให้

          หมายความมันเอารถไปดองไว้กว่้าครึ่งวันแล้วเรียกเจ้าของไปรับคืนโดยไม่ได้ทำอะไรให้ นอกจากแก้คันเร่งที่เป็น ปัญหาให้เครื่องเดินแรงกว่าปกติ

          เอารถกลับไปให้มันทำใหม่

          มันยอมรับว่า ไม่ได้ทำอะไรจริงๆ เลยทิ้งรถไว้อีก ๑ คืนให้มันจัดการเพราะเย็นมากแล้วตอนที่กลับไปหามันอีก ครั้งหนึ่ง

          กลับไปรับครั้งที่ ๒ มันโชว์ให้แต่ละรายการว่าทำอะไรให้ไปแล้วบ้าง ซึ่งก็ได้ตรวจรับและเห็นว่ามันได้ให้บริการจริง !!

          เจ้าหน้าที่คนที่่รับรถไปซ่อมชื่อ “นายศิริลักษณ์ สีไพ”

          อีก ๒-๓ วันต่อมาเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของเขาโทรมาถามว่า บริการเป็นอย่างไร ?

          หนอยแน่ !!ให้บริการโกงลูกค้าหน้าด้านๆแล้วยังมีหน้ามาถามว่าบริการเป็นอย่างไร

          ก็เลยตอบไปว่าให้เอาผู้จัดการใหญ่มาพูดแทนได้ไหม?

          ทีแรกเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เขาบอกว่าผู้จัดการใหญ่ไม่ว่าง

          เลยตอบไปว่า ถ้าผู้จัดการใหญ่ มันใหญ่คับฟ้ามาพูดด้วยตนเองไม่ได้ก็ไม่เป็นไรแต่ จะเอาเรืื่องที่เกิดขึ้นไปออก อากาศ เพราะบังเอิญเย็นนั้นมีนัดว่าจะไปออกรายการของคุณสโรชา พรอุดมศักดิ์ ที่ท่าพระอาทิตย์

          ผู้จัดการชื่อ นางวราภรณ์ มหิทธิกร เลยมาพูดสายได้

          ต่อว่าพร้อมสั่งสอนไปหลายกระบวนท่า และถามผู้จัดการใหญ่ว่า คุณเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่โกงลูกค้าด้วยหรือเปล่า?

          เรื่องอย่างนี้ไม่ได้ทำกันเพียงคน สองคน แต่ต้องโกงกันเป็นทีม นับตั้งแต่ ช่างซ่อม พนักงานจ่ายอาหลั่ย เจ้าหน้าที่ คิดเงินและเจ้าหน้าที่ตรวจรับ หรืออาจรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารด้วย

          ต่อมามีเจ้าหน้าที่ชื่อ “มนตรี” โทรมาบอกว่าจะลดราคาให้

           ฮ่วย!!! เงินแค่นี้มันยังโกง ถ้าเป็้นลูกค้าคนอื่นๆเช่นสุภาพสตรีที่ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์

          มันคงฟันยับ!!!

          เลยตัดสินใจไม่ขอรับเงินส่วนลดเพราะตัดสินใจแล้วว่าจะทำหนังสือไปฟ้องบริษัทใหญ่ แต่จะทำเป็นภาษาอังกฤษ ส่งถึงโดยตรงกับผู้รับผิดชอบในเมืองไทยให้เขารับรู้ไว้ว่า บริษัท พีพี เอส. ออโต้เทรด จำกัด ที่เป็น Sub contractor ให้กับ Ford dearler ที่ลำลูกกานั้น “โกงลูกค้า”

          ไหนๆก็เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว ขอตัดสินใจสั่งสอนให้คนไทยได้เปลี่ยนสามัญสำนึกที่ว่า “ใครๆเขาก็โกงกัน ทั้งนั้น” เสียบ้าง ด้วยการฟ้องผู้ใหญ่ของบริษัท ฟอร์ด แทนที่จะยอมรับเงินส่วนลดเล็กๆน้อยๆและยอมรับบริการที่ นายมนตรี เสนอมาให้

          อยากให้คนพวกนี้เขาเข้าใจว่า ไอ้ที่ไม่โกงก็มี(โว๊ย)

          ชื่อเสียงของ ฟอร์ด มีมานานนับร้อยปี ไม่อยากเห็นตัวจังไรไม่กี่คนมาทำให้ป่นปี้

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats