|
อาทิตย์ที่ผ่านมาเล่าถึงเรื่องเดินทางไปมอบเงิน ๖ หมื่นบาทให้กลุ่มอาสาสมัครรักษาหมู่บ้านที่ ต.คิรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา และมอบเงินและเสื้อเกาะกันกระสุนพร้อมเงินปลอบขวัญ ๓ หมื่นบาทให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝีกตำรวจภาค ๙ จ.ยะลา ตอนเดินทางกลับได้มีโอกาสถ่ายภาพรถขนเด็กนักเรียนที่เพิ่งเลิกนำนักเรียนกลับบ้านโดยมีรถPick up ตำรวจ มีตำรวจ ๒ นายนั่งอยู่ด้านหลังใส่เสื้อเกาะ ๒ นายพร้อมอาวุธปืน ขับตามหลังรถนักเรียน เพื่อให้ความคุ้มกันอย่างเข้มแข้ง
คนที่ไม่ไปเห็นด้วยตาตนเอง จะไม่เข้าใจถึง ความเป็นความตาย ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันใน ๓ จังหวัดภาคใต้ แต่ไม่มี การรายงานเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์
กลายเป็นคนในกรุงฯและส่วนอื่นของประเทศไทย
เห็นความตายของคนใต้เป็นเรื่ือง ปกติ
แล้วเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯเพื่อมอบเงิน ๕ แสนบาทให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียะเวส และนำเงินอีก ๑ แสน บาทไปมอบให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลจุลจอมเกล้าฯ
นับเป็นเงินที่มอบให้ทั้งหมด ๖ แสน ๙ หมื่นบาท คิดเป็นเงินดอลล่าห์ประมาณ ๒๐,๓๕๓ เหรียญ
โดยการเดินทางมามอบให้ครั้งนี้ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดทั้งสิ่้นและมอบให้มากกว่าที่ได้รับมาด้วย
ใครที่บริจาคมาไม่ต้องเป็นกังวลว่าเงินจะไม่ถึงมือผู้รับ
กรณี มังกือเปรมมณี เป็นอุุทาหรณ์ที่ทำให้คนที่อยากมีส่วนร่วมบริจาคด้วยใจศรัทธา อาจจะชักเท้าถอยกลับ เพราะเงินบริจาคกลับไหลเข้ากระเป๋าคนจัด
เป็้นเรื่องที่ชุมชนไทยในแอล.เอ จะลืมไม่ได้แม้นว่าจะได้เป็นอดีตไปแล้ว รวมทั้งมังกือเปรมมณี ได้รับบทเรียนไป มากพอที่จะทำให้ใครก็ตามที่คิดไม่ดี ต้องคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ
รับบริจาคมาแล้วก็ต้องให้โปร่งใส
หมดไปแล้วกับภารกิจที่ไม่มีใครมอบหมายให้มาแต่นำมาปฎิบัติด้วยใจที่ยังห่วงใยบ้านเกิดเมืองนอน รวมทั้งเพื่อน ญาติมิตรทั้งหลายที่ช่วยกันเสียสละกำลังทรัพย์และกำลังกายช่วยให้มีพลังดลใจให้มีความปลอดภัยในการเดินทาง
การเดินทางมาเมืองไทยครั้งนี้ได้มีโอกาศออกรายการทีวีของคุณสโรชา ภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามี ใครฟังบ้าง
ที่แน่ๆได้ตอบคำถามเกี่ยวกับคุณสมัคร สุนทรเวช ต่อคำถามที่ว่า ในฐานะที่คุณสมัครเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และมีปัญหากับกรรมการบริหารพรรค สิ่งขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้คะแนนนิยมของพรรคพลังประชาชนตกลงหรือไม่
คำตอบที่พูดไปวันนั้นคือ ประชาชนคงจะไม่สนใจกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างคุณสมัครและคณะกรรมการบริหาร พรรค สิ่งที่เราเรียกว่า กลุ่มประชาชนรากหญ้า เขาคงจะสนใจแต่เพียงว่า
เงินไม่มา กาไม่เป็น
ก็ต้องเล่าถึงบรรยากาศในการหาเสียงระยะนี้ในเมืองไทยเพราะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ กระชั้นชิดเข้ามาแล้ว
พรรคต่างๆเท่าที่เห็นว่าจะพอมีสิทธิ มีพรรคเก่าดังเดิมได้แก่ ประชาธิปัตย์ พลังประชาชน(เป็นโนมินีของพรรค ไทยรักไทย) ชาติไทย และพรรคใหม่ได้แก่ มัชฌิมาธิปไตย มีนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคเพื่อ แผ่นดิน ที่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นหัวหน้าพรรค
มีการเลือกตั้งที่แบ่งเป็นเขตในแต่ละจังหวัด และการเลือกตั้งแบบสัดส่วน
แบบสส.สัดส่วน แบ่งออกเป็น ๘ กลุ่ม กลุ่มที่ 1 แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, สุโขทัย, ตาก และกำแพงเพชร
กลุ่มที่ 2 อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, เพชรบูรณ์, ชัยภูมิ และขอนแก่น
กลุ่มที่ 3 อำนาจเจริญ, มุกดาหาร, นครพนม, สกลนคร, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, เลย
กลุ่มที่ 4 บุรรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, ยโสธร, ร้อยเอ็ด
กลุ่มที่ 5 สระแก้ว, นครราชสีมา, ปทุมธานี, นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
กลุ่มที่ 6 กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, สมุทรปราการ
กลุ่มที่ 7 ระนอง, ชุมพร, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครปฐม, กาญจนบุรี, สุพรรณบุรี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี
กลุ่มที่ 8 สุราษฎร์ธานี, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, นครศรีธรรมราช, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส
การเลือกตั้งครั้งนี้ แท้จริงแล้วเป็นการต่อสู้ของอภิสิทธิชน 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มอำนาจเก่าของพ.ต.ท.ทักษิณ อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นโนมินี ในฐานะหัวหน้าพรรค พลังประชาชน กับอำนาจเก่ากว่า คือ กลุ่มอำมาตยาธิปไตย ที่มีทหารและขุนนางเก่าเป็นผู้ถือหาง
ประชาชนที่ไม่ตามเรื่องมาให้ดี มีหวังเข้ารกเข้าพง ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เพราะมันมั่วกันจริงๆ
ดีหน่อยที่ประชาชนรากหญ้าส่วนหนึ่ง เริ่มมีความเข้าใจว่า การซื้อเสียง ไม่ได้เป็นผลดีกับตนเองและส่วนร่วม
เหมือนกับการมองในมุมดี จะเห็นการทำงานขององค์กรอิสระ เริ่มมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน
การศึกษาอย่างเดียวเพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงระบบการเมืองและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่เพียงพอที่จะ นำ ประเทศให้เดินไปในทางที่ถูกที่ควร อย่างพอเพียง
องค์กรอิสระที่จะตรวจสอบ ยังเป็นความหวัง หากว่าพรรคพลังประชาชนจะไม่เข้ามายึดครองรัฐสภาฯให้นาย สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี
มันจะทำลาย องค์กรอิสระ ทันที่ที่มีโอกาสเพื่อนำ น้ำเน่า เก่าๆเข้ามาปกครองประเทศ
เชื่อกันว่ารัฐบาลที่จะได้จากการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่อยู่ยาวนานแต่ก็ยังก็ต้องฝากความหวังไว้กับ ประชาธิปัตย์และ ชาติไทย ที่จะเดินหน้าปกป้ององค์กรอิสระให้ทำหน้าที่ต่อไปได้เป็นอิสระ ได้อย่างจริงจัง
|