|
หลังจากการรอคอยอันยาวนานนับตั้งแต่วันที่ 11สิงหาคม 2007 ที่ได้จัดงานหาทุนช่วยตำรวจอาสาสมัคร ลงไปปฎิบัติการทางภาคใต้ได้เงินมา 18,910 เหรียญ (เอาไปแลกเงินไทย 33.90 ต่อดอลล่าห์ได้ 641,049 บาท) ในที่สุดก็ได้มีโอกาสเดินทางลงไปสามจังหวัดภาคใต ้เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฎิบัติการเสี่ยง กับอันตรายทุกเมื่อเชื่อวัน
ลงไปด้วยตัวเองกับน้องชาย เอกสิทธิ์ ศรีพิพัฒน์ ก่อนเดินทางได้ตรวจตราเอกสารและเส้นทาง ว่าจะเดินทาง เส้นไปตรงไหนถึงจะมีโอกาสเดินทางกลับมาแอล.เอ ได้โดยปลอดภัย
ตรวจตราเสันทางเดิน พร้อมติดต่อสอบถามหาข้อมูลต่างๆที่แตกต่างกันออกไป แทบจะจับความไม่ได้ว่าจะ เริ่มต้นที่ไหนดี? จะขับรถไปจากกรุงเทพฯดีไหม? เพราะการขับรถไปเองจะสามารถพกพาอาวุธไปได้ แม้นว่าจะเป็นเพียงอาวุธ ปืนพกและปืนยาวลูกซองก็ยังดีที่ทำให้เรามีโอกาสมีชีวิตรอด หากเกิดความจำเป็นที่จะต้องป้องกันตัวเอง แต่ผลเสียก็อยู่ที่ ว่าการขับรถไปเองต้องเสียเวลามากกว่าจะลงไปถึงทางใต้สุดของประเทศไทย และโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุน่าจะมากตาม ไปด้วย เนื่องจากความไม่ชำนาญภูมิประเทศ และเป็นระยะเวลาฤดูฝนที่ถนนลื่น (ตัวเองเคยขับรถตกพลิกคว่ำลงคูข้างทาง ในประเทศไทยถึง สองครั้ง)
การเดินทางด้วยเครื่องบินจะรวดเร็วแต่ไม่สามารถพกพาอาวุธไปด้วย จนท้ายสุดหลังได้ข้อมูลต่างๆ มาตัดสินใจ เดินทางด้วยสายการบินไปลงหาดใหญ่
ออกเดินทางวันพฤหัสบดีเหมือนจะเดินทัพก็ต้องหาฤกษ์หายาม เชื่อเรื่องฤกษ์ยามว่าพฤหัสบดีเป็นวันเย็น จัดการเรื่องตั๋วการบินปรากฏว่าสายการบินไทยในรอบเช้า เต็มต้องเดินทางโดยสายการบินนก แอร์ ที่ใช้เครืองโบอิ่ง 737ทำให้ใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่งว่าไม่ต้องผจญภัยกับการเดินทางทางแต่อีกใจหนึ่งคิดว่า ทางอ๊อฟฟิสบอกมาว่าถ้าไปก็เท่ากับ แทงบัญชีสูญแล้วไยจะมาห่วงเรื่องภัยทางอากาศ ที่ไม่เลือกอีกสายการบินโลว์ คอสต์ ชื่อ วัน ทู โก เพราะใช้เครืองบินที่ โรงงานเลิกผลิตไปหลายสิบปีแล้ว แถมเป็นของท่านอดีตนายกฯ คนเก่าที่โกงชาติบ้านเมืองแต่หลอกให้ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นคนดี ทั้งๆที่ เก่งกับ โกงมันคนละเรื่องกัน เก่งแล้วไม่ควรเอาความเก่งไปโกงชาติบ้านเมืองหรือโกงชาวบ้านที่ ไม่รู้ประสีประสา
แรกเริ่มได้ตัดสินใจจะพบผู้กำกับยศ พันตำรวจเอก ในท้องที่ ๓ จังหวัดแต่ทราบมาเมื่อถึงกรุงเทพฯ แล้วว่า พ.ต.อ.อภิชาติ ปิณฑะคุปต์ รองผู้กำกับฯ อาสาสมัครคนหนึ่งได้รับการย้ายไปอยู่ที่จังหวัดสตูล และพื้นที่อันตรายหลายแห่ง ไม่อันตรายเท่ากับบริเวณพื้นที่ในอำเภอธารโตตำบลคิรีเขต จังหวัดยะลา บริเวณเหล่านี้ประชาชนต้องติดอาวุธตั้งกองกำลัง รักษาหมู่บ้านเองมีนายประทีป คำแสง เป็นนายก อบต.ที่เป็นตำแหน่งเลือกตั้งจากประชาชนทุกๆ ๔ ปี ที่ได้รู้ว่าบริเวณนี้ ต้องการความช่วยเหลือเพราะท่านนายก อบต.มีลูกบ้านที่ดูแลสวนไร่ให้คนแอล.เอ ชื่อ รังสรรค์ ที่ไปซื้อที่ทำไร่อยู่แถวนั้น และได้บอกต่อๆกันมาถึงประธานกรรมการบอร์ดสมาคมทักษิณ วิรัช เต็มสงสัยขอความช่วยเหลือค่าอาหารกลางวันให้กับ อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน
ก่อนออกเดินทางได้ทำการติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมโดยตรงกับ ขวัญใจ สุวรรณธาดา เจ้าหน้าที่พัศดุ อบต. ที่อ.ธารโต จ.ยะลาเพื่อให้ช่วยประสานงานและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีและได้ติดต่อว่าจ้างรถตู้พร้อมคนขับที่เป็นคน ท้องถิ่น เชื่อว่าเขาจะพาเราเดินทางไปในทางที่ปลอดภัยได้เพราะเขารู้เส้นทาง ตื่นมาแต่ตี่สี่เพื่อขึ้นรถแท็กซี่ไปสนามบิน ดอนเมือง โดยการโทรไปบอกบริษัทแท๊กซี่ให้ส่งรถมารับในเวลาตีสี่สี่สิบห้า
ถึงเวลารถแท็กซี่มารับเกิดเป็นอุบัติเหตุ รถแท็กซี่ที่มารับถอยหลังมาชนรถของน้องชายที่จอดไว้หน้าบ้านใน จังหวะที่เรากำลังเดินจะออกไปขี้นรถพอดี คนขับแท็กซี่คงไม่รู้ว่ารถที่เขาชนนั้นเป็นรถของผู้โดยสารที่เขาต้องมารับ
ผลคือคนขับรถแท็กซี่ขับถอยหลังหนีออกไปอย่างรวดเร็วจนเราตามไม่ทัน และไม่สามารถจำเลขทะเบียนรถได้ ซึ่งที่เหลือให้เห็นคือเศษสีของรถแท็กซี่ที่แตกกระจายตกอยู่หน้ารถที่เขามาชนอยู่อย่างจัง กลับลำแทบไม่ทันใจ นึกเสียว่า เป็นการสะเดาะเคราะห์ก่อนออกเดินทางโดยไม่เปลี่ยนใจเดินถอยหลัง
ถึงสนามบินดอนเมืองเครื่องกลับล่าช้าตามกำหนดเดินทางหกโมงกว่า กลับต้องรอเครื่องกว่าหนึ่งชั่วโมงถึงได้ ถลาออกจากรัยเวย์ที่สนามบินดอนเมืองได้ด้วยดี แต่ในใจคิดว่าอะไรกันหว่านี่!!! โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่
ถึงสนามบินที่หาดใหญ่ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ คนขับรถตู้มารอรับอยู่เรียบร้อยแล้วขนสัมภาระเข้าเครื่องบอก เขาว่าไปศูนย์ฝีกอบรมตำรวจภาค ๙
ได้เข้าพบ ผู้กำกับฯ พ.ต.อ.พัฒนวุฒิ อังคะนาวินและรองผู้กำกับฯ พ.ต.ท.ธเนศ กระหม่อมทอง โดยพูดคุยกับ รองผู้กำกับฯ พ.ต.ท. ธเนศ อยู่เป็นเวลาพอสมควรในห้องศูนย์ข่าวกรอง ในช่วงที่พูดคุยอยู่นั้นได้เหลือบไปเห็นรายงาน ที่เขียนไว้บนกระดานว่าได้มีทหารเสียชีวิตเมื่อวานนี้ ๔นายและและชาวบ้านถูกยิงทั้งอีก ๔ คน รวมผู้เสียชีวิตในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ที่จ.ยะลาเป็นจำนวน ๘ ท่าน แถมเช้าของวันที่กำลังนั่งคุยอยู่ในห้องข่าวกรองมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว ๑ ราย
แปลกใจที่การปฎิบัติการฆ่าฟันผู้บริสุทธิ์และทหารตำรวจทั้งหมดเกิดขึ้นติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่หกโมงเช้าไปจนถึง เที่ยง แล้วไปเริ่มใหม่ในเช้าตรู่ของวันที่คณะเราอยู่ที่จ.ยะลา ไหนใครบอกเราว่าเหตุการณ์ที่ยะลาไม่รุนแรงเท่าที่นราธิวาส? แท้จริงว่าในขณะนี้เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในประเทศไทยในสามจังหวัดภาคใต้เกิดขึ้นตามทางสาย ๔๑๐จากยะลา ไป อ.ธารโตผ่าน อ.บันนังสตาเป็นทางที่ผู้ก่อการร้ายกราดยิงรถตู้ขนนักเรียนไปยะลา แล้วจ่อหัวยิงตายที่ละศพ ไม่ต้องมีใครบอก เราก็ทราบได้ว่าอันตรายแค่ไหน แต่เราก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องเดินทางไปพบอาสาสมัครรักษาหมู่บ้านที่ ต.คิรีเขต อ.ธารโต ให้จงได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทำให้ในใจนึกถึงพี่วิรัช เต็มสงสัย ว่าพี่นี่รักน้องจริงๆ นะเลือกสถานที่ได้เหมาะสม มากๆมอบเสื้อเกราะกันกระสุนปืนพร้อมบอกผู้กำกับฯ พัฒนาวุฒิ ว่าเป็นเสื้อเกราะที่ นายตำรวจอเมริกัน-ไทย พีท เพิ่มแสงงาม ได้บริจาคมาให้และกันกระสุนปืนได้ถึงลูก .45 mm แต่กัน AR-47 หรือ M-16 ไม่ได้ก็ต้องขออภัยพี่อมร จุลเสวี ที่ได้บอกไว้ ว่าจะเอาเสื้อเกราะตัวนี้ไปมอบให้ตำรวจท่านอื่นในกรุงเทพฯ แต่เมื่อได้ลงไปประสบด้วยตัวเองแล้วต้องยอมเสียคำพูด ทางใต้ Needsสิ่งเหล่านี้จริงๆ ครับ ส่วนเสื้อเกราะที่เห็นตำรวจใส่กันอยู่ตามจุดรักษาการต่างๆ เห็นแล้วไม่ศรัธรา ดูมันกร้องแกร้ง อย่างไรไม่รู้ทั้งไม่แน่ใจว่ากันกระสุนได้จริงๆหรือไม่ ทดลองกันอย่างไร ใครเป็นคน Certify? ชีวิตคนนะครับไม่ใช่ชีวิตหมา กลางถนนในกทมฯ ผู้บริจาคให้มีความเข้าใจเรื่องขีดความสามารถในการป้องกันกระสุนกันบ้างหรือเปล่า?
มอบเสื้อกันกระสุนพร้อมเงินจำนวนหนึ่งให้แล้วรีบขึ้นรถตู้ไปธารโต เพราะเชื่อว่าจะกลับมาทันก่อนพระอาทิตย์ ตกดิน ก่อนออกเดินทางได้แจ้งให้คุณขวัญใจช่วยประสานงานอีกครั้ง เพราะไม่ได้ระบุวันและเวลาที่แน่นอนก่อนออกเดินทาง ไปพบกองอาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน ไม่บอกวันและเวลาที่แน่นอนจนใกล้ถึงจึงได้ติดต่อไปเพื่อความปลอดภัยของคณะที่ เดินทางไปให้กำลังใจ หน้าสิ่วหน้าขวานในช่วงนี้ใครก็ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ออกจากตัวเมืองยะลาไปตามทาง ๔๑๐ เลียบไปตามชายทะเลเพื่อตรงไปยังปัตตานี ช่วงหนึ่งผ่านสาย โทรศัพท์ที่ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายเผาไหม้กระจุยกระจาย เห็นเจ้าหน้าที่กำลังซ่อมแซมอยู่ถึงได้เข้าใจว่าทำไม่ต่อโทรศัพท์ เข้าบ้านนายกฯ ประทีบไม่ได้ ดีที่ว่ามีมือถือแทนถึงเสียงจะขาดๆหายๆแต่ก็ยังมีโอกาสฟังกันรู้เรื่องบ้าง
รถตู้ขับไปถึงอ.ธารโต แล้วเลยไปหาทางแยกเข้าต.คิรีเขตไม่พบ จนคนขับชื่อเล่นว่าบังต้องหยุดสอบถาม ร้านค้าข้างทางด้วยภาษาคนท้องถิ่นที่แรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไม บังจึงหยุดจอดรถห่างจากกระท่อมร้านค้าข้างทาง แล้วเดิน ข้ามไปถามชาวบ้านคนเดียว มาถึงบางอ้อก็ตอนขากลับว่าผู้ก่อการร้ายพยายามปิดกั้นเส้นทางสายนี้ซึ่งเป็นสายยุทธศาสตร์ สำคัญ ที่จะบีบคั้นให้ชาวบ้านไทยพุทธในตำบบลคิรีเขตต้องยอมจำนนและย้ายออกนอกพื้นที่ เพราะฉะนั้น เมื่อวานนี้ ๘ ศพ วันนี้เพิ่งศพเดียวกลุ่มเราอาจจะโชคร้ายได้
(อ่านต่อฉบับหน้า) |