HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:09 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ขอพูดด้วยคน
ขอพูดด้วยคน 45
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 9 พฤศจิกายน 2550

         มาถึงเมืองไทยคราวนี้โชคดีได้มีโอกาสสนทนากับบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถหลายท่าน คนหนึ่งที่ได้พบแถมได้รับเลี้ยงอาหารกลางวันด้วยคือ “หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล” อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่สื่อมวลชนเรียกกันติดปากว่า หม่อมเต่า  ท่านเกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2486

“หม่อมเต่า” เป็นโอรสของพลตรี หม่อมเจ้าฉัตรมงคล โสณกุล (พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา) กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นคนสุดท้องในจำนวนสี่คน คือ

* หม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุล (นักหนังสือพิมพ์ ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น)   * พันเอก หม่อมราชวงศ์ถวัลย์มงคล โสณกุล (ถึงแก่กรรม)
* หม่อมราชวงศ์สุมาลยมงคล โชติกเสถียร (โสณกุล)
* หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล จบการศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และโรงเรียนแฮร์โรว์ จบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์และเศรษฐศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อ พ.ศ. 2508 ปริญญาโทบริหารรัฐกิจ จาก Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อ พ.ศ. 2512 และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เมื่อ พ.ศ. 2532

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล สมรสกับ คุณหญิงบูลย์วิภา โสณกุล มีบุตร 2 คน คือ

          * หม่อมหลวงมิ่งมงคล โสณกุล ผู้กำกับภาพยนตร์

          * หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 6 พ.ศ. 2548 พรรคประชาธิปัตย์ (ต่อจาก หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร)

          หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล เริ่มรับราชการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จนกระทั่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมสรรพากร และปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อปี พ.ศ. 2540 ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เกิดความขัดแย้งด้านนโยบายการคลังกับรัฐบาลในยุคพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และถูกคำสั่งย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงลาออกจากราชการทันที ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ในรัฐบาลชวน หลีกภัย

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล ถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ทบทวนนโยบายด้านดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงหนึ่งของการสนทนา หน่อมเต่า ตอบคำถามถึง คุณทักษิณ จะกลับมาไหมว่า

“คุณเชื่อคนๆนี้ด้วยหรือ วันนี้พูดอย่างพรุ่งนี้พูดอีกอย่าง”

หลังจากเกษียณราชการแล้ว หม่อมเต่าได้หันมาประกอบธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้านเสื้อผ้า และร้านชุดชั้นในสตรี

            ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล “ชีวิตเริ่มต้นเมื่อเกษียณ”

“ผมอยากรวย” หม่อมเต่า อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ สรุปถึงแรงจูงใจในการเป็นหุ้นส่วนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้านเสื้อผ้า และร้านชุดชั้นในผู้หญิง ที่ถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ของคนวัย 60 ปี ที่รับราชการมาตลอดชีวิต หันมาเป็นนักธุรกิจ มีตัวเลขผลกำไรขาดทุนเป็นเดิมพัน 

เซ็นทรัลเวิลด์ ห้างสรรพสินค้าใหม่ล่าสุดใจกลางกรุง เป็นที่ตั้งของร้าน “LaSenza” ผลิตภัณฑ์แนวเซ็กซี่สำหรับผู้หญิง และร้าน Raoul เสื้อผ้าสำหรับชายและหญิง เป็นผลิตภัณฑ์ระดับ Second Brand ในกลุ่มเบนจามิน สิงคโปร์ ที่มีลิขสิทธิ์สินค้าแบรนด์เนมทั่วโลก ส่วนร้านอาหารไทยประยุกต์ชื่อ Lemon Cherry เป็นร้านอาหารอยู่ใจกลางทางเดินของชั้นแรก ใกล้กับลิฟส์ “ลอยแก้ว”เป็นสถานที่ใช้นัดพบทานอาหารกลางวันที่ “หม่อมเต่า” เป็นเจ้าของ โดยการนัดหมายอย่างไม่เป็นทางการของคุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์

          “ที่เลือกผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเบนจามิน ไม่ใช่เพราะตัวสินค้าอย่างเดียว แต่ผมชอบระบบบริหารจัดการของเขา เขารู้ว่าผู้หญิงกับผู้ชายไม่ชอบซื้อเสื้อด้วยกัน ก็แยกร้าน แต่มีหลังร้านต่อกัน ใช้แคชเชียร์คนเดียวกัน ถือว่ามี Cost Cutting ดี”

เหตุผลที่เลือกสินค้าระดับ Second Brand นั้น ทำให้คนตัดสินใจซื้อได้ง่าย อยู่ในห้างสรรพสินค้าที่ไม่ใช่ระดับหรูจนเกินไป ขณะที่คุณภาพของสินค้าอยู่ในเกรดที่ดี

กลุ่มเบนจามินมีแบรนด์ในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์ “หม่อมเต่า” บอกว่า ”ผมเขียนในสัญญาว่าถ้าเขาเอาแบรนด์อื่นมา ต้องทำกับผม ถ้าทำกับคนอื่น ต้องให้ผมลงทุนด้วยในวิธีเดียวกัน ผมลงทุนแค่นี้ เพราะมีเท่านี้ ไม่จ่ายเงินปันผล ก็โอเค แต่โอกาสมี ก็ต้องจ่ายปันผล”

ตามสัญญาที่คุณชายมีอำนาจต่อรองสูงเช่นนี้ มาจากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่คุณชายบอกว่า ”นั่งฟังคนบ่นมาว่าถูกฝรั่งหลอก ทำให้จดจำ เพราะผมรู้ว่าวันหนึ่งผมจะทำธุรกิจ ผมก็นั่งจำที่คนเขาบ่น เขาว่ากัน ด่ากัน”  

นอกจากนั้นที่“สยามพารากอน” ชั้น 4 ยังเป็นที่ตั้งร้านอาหารหรู รวมหลายแบรนด์เนมของอาหารไว้ที่เดียวกัน ภายใต้ชื่อร้าน Orangery ซึ่งมีคุณชายเป็นเจ้าของ

ที่นี่ คุณชายบอกว่า “ลงทุนประมาณ 5-10 ล้านบาท เป็นเงินที่มาจากการลงทุนในธุรกิจอื่น และเป็นช่วงที่เจ้าของพื้นที่เดิมเขาทำร้านไม่ทัน แต่ปัญหาต่อมา คือหากลยุทธ์ในการทำร้านให้มีคนเข้าร้าน เพราะร้านอาหารทั้งหมดที่มีในสยามพารากอน เป็นระดับหรู มีทั้งโอเรียนเต็ล เพนนินซูล่า ที่ผมชอบทำคือเตะลูกออกนอกสนาม ไม่แข่งกับพวกนี้หรอก แข่งกับพวกนี้ใครจะมาร้าน ใครจะแข่งกับโอเรียนเต็ลชนะ ทำอย่างอื่นเลย คนที่จะมาร้านผม ก็ไม่ไปโอเรียนเต็ล

          “หลังเกษียณ คือเวลาที่เพิ่งเริ่มต้น” เป็นคอนเซ็ปต์ของการเดินทางอย่างที่ “หม่อมเต่า” มักให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ เสมอ คุณชายเริ่มต้นในสิ่งที่อยากทำที่ไม่เพียงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของคน อย่างร้านอาหาร และเสื้อผ้า แต่ “หม่อมเต่า” ยังมีธุรกิจที่รับเป็นที่ปรึกษาการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีเงื่อนไขฟังแล้วต้องอึ้ง ด้วยรูปแบบมีกำไรก็แบ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าขาดทุนไม่ขอรับส่วนขาดทุน ที่มั่นใจขนาดนี้ มาจากเครดิตจากการทำงาน และประสบการณ์ของการรับราชการ  

“ผมอาจเป็นกรณีพิเศษ คนรู้จักผม เข้าใจในเรื่องที่ผมทำ เพราะฉะนั้น Good will สูง ในชีวิตผมไม่เคยช่วยใครที่ไม่ควรช่วย การเลือกที่จะทำตรงไหน ก็แล้วแต่นิยามความชอบ ว่าคืออะไร”

การเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของหม่อมเต่า ไม่ได้เริ่มนับหนึ่ง หากแต่ก็เคยมีประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ตระเวนดูที่ดิน ทำเลทองจุดต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ไม่มีโอกาสซื้อ ทำให้เป็นคุณสมบัติของที่ปรึกษาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการทำเลดีๆ สำหรับพัฒนาโครงการ

“การทำธุรกิจถ้าเราไม่รู้เรื่องเลยแล้วเราทำ โอกาสตายสูง ทำอะไรต้องอยู่ใน Area ที่เราพอรู้ มีความเคยชิน อย่างบ้านผมไม่มีครัว เพราะฉะนั้นผมเลยเคยชินกับร้านอาหาร โรงแรมไปอยู่บ่อย ส่วนคอนโดมิเนียม ผมไม่รู้มากที่สุด แต่ผมเรียนวิศวฯ อยู่แล้ว เราก็รู้ว่าใช้เหล็กเท่าไหร่ แต่ชอบที่ดินอยู่แล้ว ไปหมด แต่ไม่ได้ซื้อเพราะไม่มีตังค์”

           พบ “หม่อมเต่า” ที่ไว้ผมยาว หวีเรียบ ใส่เสื้อเชิ้ตสวยหรู คงจะต่างกับวันทำงานที่ไม่ต้องพบปะใครอย่างเป็นทางการ ต่างจากตลอดชีวิตในราชการกว่า 30 ปีที่ตัดผมสั้นตลอดเวลา เสื้อเชิ้ต สูทอย่างเป็นทางการ เป็นภาพที่เห็นเช่นเดียวกับข้าราชการทั่วไป

“หม่อมเต่า” บอกว่า “ช่วงแรก ก็ถามคนเขาแล้วว่าอยู่ในธุรกิจทำตัวยังไงได้ เขาบอกว่าถ้าทำสำเร็จ ทำยังไงก็ได้ ก็ถามต่อว่าผมยาวได้แค่ไหน คนจึงยังเชื่ออยู่ เขาบอกว่าถ้าทำเงินเยอะแยะไว้ผมยาวแค่ไหนก็ได้” แต่สไตล์ของอดีตข้าราชการระดับสูง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนนี้ คิดต่างจากคนทั่วไปเสมอ

“เราก็ทำกลับทางกัน เราไว้ผมยาวก่อน ให้คนนึกว่าเราไว้ผมยาวเท่าไหนก็ได้ เพราะเราทำเงินได้เยอะ เดี๋ยวมันก็จ้างเราเอง”

บางครั้งหากให้เล่าย้อนถึงในชีวิตในช่วงรับราชการ “หม่อมเต่า”จะบอกว่าจำไม่ได้ ตามสไตล์ของ “หม่อมเต่า” ที่มีแนวคิดเฉพาะของตัวเอง

“บางคนจำพวกนี้เพื่อเล่าประวัติ ผมไม่สนใจประวัติ เดินหน้าลูกเดียว ขับรถยังไม่ยอม U Turn เลย ถ้ามีทางวิ่งต่อไปได้ก็ไป เลี้ยวไปเลี้ยวมา กลับมาที่เดิมก็ทำ ไม่ชอบ U Turn”

ความรู้สึกในการ U Turn สำหรับ”คุณชาย” บอกว่า”Extremely Wasted เพราะเราได้เห็นถนนที่เราได้เห็นแล้ว ถ้าเลี้ยวขวาอีก 2 ที ขับไปเรื่อยๆ เจอสาวสวย โชคดี เราก็มีความรู้ไปเรื่อย เป็น Unknown Country ที่ผมมาทำ Property ก็เพราะเหตุผลนี้”

ต้องยอมยกให้กับ “ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล” นักธุรกิจสไตล์ใหม่ ที่มีความเป็น “กรณีพิเศษ” แตกต่างจากนักการเมืองและข้าราชการเกษียณที่วิ่งวุ่นหาทางเข้าสภาอยู่ในเวลานี้

(หมายเหตุ: เรียบเรียงจากข้อมูลเดิมในวิกีพีเดียและเพิ่มเติมจากที่ได้พบด้วยตนเอง...บก.)

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats