|
นั่งเครื่องบินกลับเมืองไทยคราวนี้ได้ยินเสียงเพลง จุดเทียนบวงสรวงปวงเทพเจ้า สวดมนต์ค่ำเช้า.... ซึ่งเป็นเพลง พระราชนิพนธ์ที่ในหลวงของเราพระราชนิพนธ์และทรงแซกโซโฟน เล่นเองเมื่อกว่า ๔๐ ปีที่แล้วมา เป็นพระอัจฉริยะที่ทรงพระ ปรีชาสามารถในด้านการดนตรีเป็นที่ยอมรับของสากลในขณะที่ประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักกันดี เมื่อทรงมีพระชนมายุ ๓๗ พรรษา
ได้ยินเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ ฟังแล้วใจกลับหดห่อเมื่อรู้ว่าในหลวง ยังทรงพระประชวรอยู่ในโรงพยาบาลกลับ พระราชวังยังไม่ได้ แถมพระพี่นางก็ยังทรงพระประชวร อาการหนัก อีกต่างหาก
ใจไม่อยากคิดอะไรให้เลวร้ายไปกว่านี้ แต่ความจริิงเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น เหมือนกับคนอเมริกันชอบพูดเสมอๆว่า มี๒ สิ่งที่หนีไม่พ้นในอเมริกาคือ
ภาษีและความตาย
พสกนิกรทั้งหลายทั้งในและนอกประเทศของให้ช่วยกันส่งกำลังใจ สวดมนต์ อ้วนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายใน สากลโลกช่วยบันดาลพรให้ ในหลวง ทรงมีพระอาการดีขึ้นและเป็นมิ่งขวัญให้ชาวไทย ตราบเท่าที่นา่นแสนนานเถิด
เท่าที่ทราบตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ และทีวี ต่างว่า อาการพระประชวรของในหลวงและพระพี่นาง ดีขึ้น แต่ที่ ไม่ดีขึ้นเลยและกลับเลวลงคือการเมืองน้ำเน่าในเมืองไทย ไม่ว่าจะไปสำรวจโพลไหน เหมือนกันหมดคือ หมดหวัง
หมดหวังกับการเมืองในเมืองไทย เดาไม่ออกว่าจะเดินหน้าไปอย่างไร ฝุ่นที่ตลบอยู่แล้วก็ฟุ้งกระจายเพิ่มมากขึ้นจน มองไม่เห็นแก่นสาร มีสัตว์ผสมหลายรายและหลายพันธ์ เกิดขึ้นเป็นรายวัน
แถมมีน้ำเน่าจะไปโผล่ที่แคลิฟอร์เนียที่โรงแรมลินคอล์น พล่าซ่า ในเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ค ในเดือนนี้ ใครที่ไปฟังก็คงจะชอบน้ำเน่าเหมือนๆกัน โดยมีคติว่า ใครๆก็โกงกันทั้งนั้น
ก็ไม่รู้ว่าจะต้องตะโกนกรอกรูหูอีกกี่ครั้งว่า โกงไม่ได้ โดยเฉพาะโกงชาติ
เอ้อ...ฝันกลางวันดีกว่าว่า วันหนึ่งในไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เมืองไทยจะมีพรรคการเมืองของคนชั้นกลางที่มีสติปัญญา วินิจฉัย คำว่า จริยธรรมและคุณธรรมในการปฎิบัติหน้าที่ของการบริหารแผ่นดิน ได้อย่างถ่องแท้ โดยให้ชนชั้นกลางเป็น กำลังสำคัญในการสนับสนุนพรรคให้ยืนอยู่ได้ด้วย ตนเอง เป็นกำลังสำคัญในการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลหรือ เป็นรัฐบาลเสียเอง
อาทิตย์นี้ได้รับจดหมายประชาสัมพันธ์ จาก บุญเรือง เกตุพงศ์สุดา เขียนมาประชาสัมพันธ์ แบ่งเป็นหลายหัว ข้อได้แก่
๑. งานทอดกฐินพระราชทานขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2550 ที่วัดป่าธรรมชาติ ซึ่งทางวัดได้รับพระมหากรณาธิคุณนี้ตลอดมา งานนี้เริ่มตั้งแต่เวลา ๙ โมงเช้าเรื่อยไปถึง บ่าย ๓ โมง
ในวันทอดกฐินพระราชทานฯ นี้ สมาคมไทยแคลิฟอร์เนียร์ภาคใต้ และกลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกา ร่วมกับสมาคมต่าง ๆ ทุก ๆ สมาคมจะจัดให้มีการลงนามถวายพระพรองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและ สมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
๒. สมาคมฯ ขอเชิญพี่น้องคนไทยในต่างแดนที่มีโอกาสใช้สิทธิในการเลือกตั้ง รับฟังการบรรยายจากหน่วยงาน ของ กกต. จะมาให้ความรู้ต่าง ๆ กับชุมชนไทย และถ้าหากผู้ใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขอสิทธิ เลือกตั้งต่างแดน ทาง สมาคมฯ ยินดีจะช่วยกรอกใบสมัครเพียงแต่ท่านต้องนำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางไทยอย่างใดอย่างหนึ่ง (ขาดอายุ แล้วก็ใช้ได้) มาด้วย
๓. รายการช่วยเหลือผู้ประสพอัคคีภัยพิภัยในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๔ ตุลาคม ๒๐๐๗ ซึ่ง ทางสมาคมฯได้จัดให้มีการรับบริจาคแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ๒๐๐๗ ที่วัดป่าธรรมชาติ โดยได้รับเงินบริจาคส่วนหนึ่ง ประมาณ 2500 เหรียญ และทางกลุ่มก็จะรับบริจาคอีกอีกครั้งในวันเดียวกันนี้
สำหรับเงินบริจาคทั้งหมดนี้ทางสมาคมไทย และ กลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกาจะจัดส่งต่อให้กับทางสภากาชาด สหรัฐอเมริกา (Red Cross) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสพอัคคีภัยต่อไป
เห็น บุญเรือง ทำงานช่วยชุมชนทั้งไทยและเทศ ก็ต้องช่วยกันสนับสนุน
บุญเรืองและเพื่อนๆอีกหลายคน เป็นคนรุ่นใหม่ ไฟแรงที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อไปของชุมชนไทยในต่างแดน
ส่วนเงินที่ได้รับบริจาคช่วยผู้ประสบอัคคีภัยในแคลิฟอร์เนียภาคใต้เมื่อเร็วๆนี้ที่จะเอาไปให้กับ สภากาชาดสหรัฐฯ ก็ดีอยู่แต่ สภากาชาดอเมริกัน มีประวัติที่ด่างพร้อยมาโดยตลอด สถิติได้แสดงว่าในช่วงหลังๆ ประชาชนอเมริกันให้การ สนับสนุนองค์กรนี้ลดน้่อยลง
สาเหตุใหญ่เนื่องจาก เงินบริจาคไม่ถึงมือผู้รับเท่าที่ควร
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง รายการ 60 Minute เคยทำเป็นสารคดีมาออกรายการเมื่อประมาณปีกว่านี้เอง เปิดโปง เบื้องหลังการจัดการที่เหลวแหลกของสภากาชาดอเมริกัน ส่วนใหญ่ที่รายการเปิดโปงเป็นเรื่องเงินบริจาค
ถูกหักไปเป็นค่าบริการและจัดการเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่าที่ส่งถึงมือผู้ประสบภัย
เงินบริจาคให้ผีให้สางยังมีคนขโมย นับประสาอะไรกับเงินช่วยเหลืออื่นๆ
ทำให้ต้องเขียนว่า ฝรั่งก็มีรายการ เปรมมณี เหมือนคนไทยแถมแสบกว่าเพราะเป็นการกระทำในนามของ องค์กร ที่เป็นที่เชื่อถือของคนทั่วโลกมานานนับร้อยปี และกระทำโดยคนในระดับ ผู้บริหาร"
ขอเอาประกาศของ หน่วยงาน FEMA ( The U.S. Department of Homeland Securitys Federal Emergency Management Agency ) มาเขียนตรงนี้ว่า
FEMA ได้แนะนำประชาชนทั่วไปที่ประสงค์จะบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในแคลิฟอร์เนียว่า ให้ตรวจสอบองค์กร หรือมูลนิธิที่รับบริจาคเสียก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นมูลนิธิ หรือองค์กรที่ปฎิบัติหน้าที่ในด้านให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบ อัคคีภัยโดยตรงซึ่งจะตรวจสอบได้ในเว๊บไซท์ www.nvoad.org และ www.networkforgood.org.
FEMA กล่าวว่า ทางที่ดีควรบริจาคเป็นเงินสดให้กับองค์กร หรือมูลนิธิ ที่เชื่อถือได้แทนที่จะบริจาคเป็นสิ่งของ เนื่องจากจะช่วยผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและโดยตรง ทั้งเป็นการประหยัดแรงงานที่จะไม่ต้องขนสิ่งไปให้กับผู้ประสบภภัย ซึ่งต้องเสียค่าแรงงานและเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
ส่วนประชาชนที่ต้องการจะ อาสาสมัคร ให้ความช่วยเหลือให้ตรวจดูได้ที่เว็บไซท์
www.helpindisaster.org.
หมายเหตุ: FEMA coordinates the federal governments role in preparing for, preventing, mitigating the effects of, responding to and recovering from all domestic disasters, whether natural or man-made, including acts of terror.
เอาหมายเหตุของ FEMA มาลงไว้่เพื่อให้เป็นข้อมูลที่สมบูรณ์ขี้น ซึ่งน่าจะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า : ฟีม่า เป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่มีหน้าที่เตรียมการเพื่อป้องกัน, ประเมินผล ,ให้การตอบสนอง(เพื่อช่วยเหลือ) และ บูรณะความเสียหายที่เกิดจากพิบัติภัยให้กลับสู่สภาพเดิม ซึ่งภัยพิบัติที่เกิดขี้น(ที่จะต้องอยู่ในความดูแลของ ฟีม่า) ไม่ว่าจะเป็นเกิดจากภัยธรรมชาติหรือภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่นภัยที่เกิดจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อการร้าย
ชุมชนไทยมีประสบการณ์ที่ ถูกชำเรา ในเรืองของเงินบริจาคมาอย่างรุนแรงเมื่อครั้ง สึนามิ ๒๔ ธันวาคม ๒๐๐๔ มาจนบัดนี้ หาได้จางไปจากความทรงจำไม่ แม้นแต่เงินที่ได้รับบริจาคก็ยังอยู่ในระหว่างการ ดำเนินงานช่วยเหลือ
ดีที่ได้คนมือสะอาดอย่าง สมเจตน์ พยัคฤทธิ์ มารั้งตำแหน่งหัวเรือสมาคมทักษิณ เรื่องจะเดินไปตามจุดประสงค์ของ ผู้บริจาค เท่าที่ทราบมาอย่างไม่เป็นทางการ ทราบว่าจะเอาเงิน ๒ หมื่นไปสร้างห้องสมุด E-Library
ก็ให้มันจบๆไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเวลาก็ผ่านมากว่า ๓ ปีแล้วจนซากศพของผู้เสียชีวิตละลายไปกับ สภาพของธรรมชาติเกือบหมดแล้ว
เขียนถึงคนอื่นแล้วต้องวกมาเขียนถึงเงินบริจาคให้ตำรวจอาสาสมัครลงปฎิบัติงานภาคใต้ที่กำลังทำอยู่ ในขณะที่เขียน คอลัมน์นี้อยู่ได้เสียเวลารอเข้าพบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส เนื่องจากมีความผิดพลาดในการวางเวลานัดพบ
ใจจริงอยากเดินทางลงไปภาคใต้พบหางเรือ โดยไม่ต้องพบกับหัวเรือ เพื่อเอาหน้าอยู่คนเดียว แต่ ผู้ใหญ่ ที่ได้ติดต่อ บอกกล่าวกับหัวเรือไว้ว่าจะจัดงานหาตังค์มาช่วยเป็นกำลังใจให้ตำรวจอาสาสมัครทำให้ต้องอยู่รอพบ ตามประเพณีไทย ที่ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน....โอ๊ย เบื่อ
เรื่องเงินบริจาคอยากขอให้มันจบๆไปเสียโดยเร็ว
ส่วนเรื่องที่ยังไม่ขอจบคือเรื่อง นางเปรมมณี ต้องมาทำงานใช้โทษ ให้กับชุมชนไทยที่วัดไทย ตามคำพิพากษา ของศาล
เวลานี้ไปถึงไหนแล้วมีใครติดตามเรื่องบ้าง อย่าให้เงียบหายไป |