|
ได้คุยกับ วงษ์ชัย ลี หลังอาหารเย็นโต๊ะจีนที่เมือง มอนเทเรย์ พาร์ค ที่ สนธิ ลิ้มทองกุล มาเป็นเ้จ้ามื้อเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ที่ผ่านมาแลวได้ความรู้จาก วงษ์ชัย ว่าที่เขียนเป็นประวัติของสยามมีเีดียครั้งครบรอบปีที่ 26 ในปีนี้นั้นมีข้อผิดพลาดเป็นส่วนมาก
ก็ต้องบอกคุณวงษ์ชัยไปว่า ได้ข้อมูลมาจากเจ้าหน้าที่เสมียนพิมพ์ดีดหญิง(ที่ทำงานอยู่ในช่วงนั้น) และต่อมาเจาะแจะเก่งได้เลื่อนมาเป็นผู้จัดการ ทำให้เกิดความเชื่อว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง
ดันมารู้ที่หลังจากคุณวงษ์ชัย ว่าเป็นข้อมูล บาโรนี่เสียเป็นส่วนมาก
ข้อมูลที่แท้จริงคือ วงษ์ชัย ลี เป็นเจ้าของคนเดียวและคนแรกโดยเดิมออกเป็นฉบับเล็กมีขนาดเดียวกับทีวี พาเร็ด แต่ใช้สีเขียว ส่วนชื่อ สยามมีเดีย ที่จดทะเบียนก่อนหน้านั้นเป็นชื่อที่จดทะเบียนโดยกลุ่มคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการทำงาน สื่อ ทางด้านวิทยุ แต่ไม่ได้ดำเนินการทำให้ชื่อนั้นเป็นหมันไปโดยปริยายติดอยู่ในรายงานของ State of California จนทุกวันนี้แต่ Inactive
วงษ์ชัย บอกว่าที่ออกหนังสือเพราะ เห็นหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับในเวลานั้น (ปี คศ.1981) ทะเลาะกันแล้วปล่อยให้ความต้องการของตลาดของคนไทยส่วนหนึ่งไม่ได้รับความสนใจ
ทำมาได้ด้วยดีเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วมาประสบปัญหา ผู้ดำเนินงาน จนต้องขายให้คุณธานินทร์ อิงอุดมนุกูลซึ่งนำมาเปลี่ยนเป็นเล่มใหญ่อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน
สยามมีเดีย ก็มาเอวังอยู่จนถึงทุกวันนี้ที่ เมืองโรสมีท โดยมีนายอรรคเดช ศรีพิพัฒน์ เป็นผู้กำกับหางเสือ
อาทิตย์นี้ได้รับจดหมายโต้ตอบจาก มนตรี ไชยสร ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2550 เรื่อง: ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ ยู.เอส.เอ เรียน: คุณภานุพล รักแต่งาม บก. นสพ.ไทยทาวน์ ยู เอส เอ
โดย อ้างถึง: บทบรรณธิการของน.ส.พ.ฉบับที่ 4/258 วันที่ 5 ตุลาคม 2550
มนตรี ไชยสร เป็นหนึ่งในแกนนำของพันธมิตรฯเพื่อประชาธิปไตยที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้กับประชาชนไทยในเมืองไทย โดยการเรียกร้อง ชุมนุม และจัดนักการเมือง นักพูด และนักคิด มาพบกับคนไทยในแอล.เอ
อ่านจดหมายของ มนตรีแล้ว เอามาข้อมูลเดิมมา ปะติดปะต่อกันได้ความว่าก่อนหน้าเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2006 ได้มีการชุมนุมใหญ่ของพันธมิตรฯแอล.เอ หน้าสถานกงสุลใหญ่ เพื่อขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยตำรวจ อนุญาตให้ใช้ฟุตบาตรหน้าบริเวณสถานกงสุลใหญ่แอล.เอ เป็นที่ชุมนุมเท่านั้น
ปรากฏว่ามีบก.นักข่าวที่ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย จากไทย ทาว์น ยู เอส เอ ได้ลงไปสัมภาษณ์ผู้ร่วมชุมนุมที่หน้าสถานกงสุลฯ บนผิวถนน จน มนตรี ไชยสร ได้ขอร้องว่าเป็นการผิดกฏหมาย ขอให้กลับขึ้นมาบนฟุตบาต แต่กลับได้รับคำตอบมีใจความว่า มีบัตรอนุญาตเป็นสื่อจะยืนสัมภาษณ์ตรงไหนก็ได้
เวลาผ่านไปนับปี มนตรี ไปมีส่วนร่วมเป็นแกนนำจัดให้ สุริยะใส กตะศิลา และ ไชยวัฒน์ สินธุวงศ์ มาพูดเรื่องการเมืองไทยในปัจจุบันในแอล.เอ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2007 และได้มีการติดต่อจาก ไอ พี ทีวี ผ่านแกนนำพันธมิตรฯรุ่นใหญ่เพื่อเชิญนักการเมืองและนักพูดทั้ง 2 ท่านให้ไปออกรายการของไอ พี ที วี ในวันที่ 4 ตุลาคม ในรายการประชาธิปไตย ทูเดย์
พันธมิตรฯในเมืองต่างๆ 8 แห่งในอเมริกา ทราบเรื่องเข้า ต่างร่วมลงมติเป็นเอกฉันท์ไม่สมควรที่จะให้คุณไชยวัฒน์ และคุณสุริยะใส ไปออกอากาศในรายการนี้
พันธมิตรทราบดีถึงรายการ ประชาธิปไตย ทูเดย์ ว่าเนื่อแท้นั้นเป็นอย่างไร?
เรื่องนี้เชื่อว่า เป็นการตอกย้ำ สร้างความไม่พอใจให้กับ บก. ไทย ทาวน์ โดยท่านบก.ลืมตัวไปว่าตนเองเป็นแค่ลูกจ้าง แบมือรับค่าจ้างไปตามหน้าที่ที่ถูกสั่งให้ทำ อดีตนั้นเป็นพนักงานพิมพ์ีดีดของสยามมีเดียเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วมา และไม่เคยทราบว่ามีประสบการณ์ด้านสื่อมามากกว่า 20 ปีตามที่ได้กล่าวอ้างอิงในบทบก.
นี่เป็นเหตุหนึ่งให้ มีบทบก.เขียนโจมตี กลุ่มพันธมิตรฯแอล.เอ ในน.ส.พ.ไทย ทาวน์ ฉบับที่ 4/258 วันที่ 5 ตุลาคม 2550 และเป็นเหตุให้ มนตรี ไชยสร ต้องออกมาโต้ตอบว่า:
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านเป็นอย่างมากที่ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ที่ผมจำต้องตระหนักไว้ ผมเป็นประชาชนชาวไทยธรรมดาคนหนึ่งที่ทนเห็นบ้านเกิดเมืองนอนต้องอยู่ในสภาพวิกฤติและอันตรายไม่ได้ จึงต้องกระโจนเข้าร่วมขบวนการรณรงค์เรียกร้องความเปลี่ยนแปลงตามสิทธิและความสามารถที่มีอยู่ ด้วยใจบริสุทธิ์ ไมหวังผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือชื่อเสียงใดๆ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ อีกมาก ผมมีครอบครัว มีอาชีพการงาน แต่ต้องยอมเสียสละทั้งเวลาทำงาน เงินทอง กำลังกายและใจ ทุ่มเทกับการรณรงค์ครั้งนี้ ผมถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลกิจกรรมให้อยู่ในกติกา และขอบเขตของกฏหมายด้วยความจำเป็น ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่ผมไม่ถนัด ผมไม่เป็นและไม่เคยคิดที่จะเป็นนักการเมือง ผมไม่เป็นนักพูด หรือนักประชาสัมพันธ์ ผมไม่เคยถูกแต่งตั้งหรือถูกเลือกให้เป็นผู้นำกลุ่ม ทุกคนรวมทั้งผมถูกความจำเป็นบังคับให้ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ บางครั้งถูกมองไปว่า โง่ อย่างลึกซึ้งตามที่ท่านระบุในบทบรรณาธิการฉบับดังกล่าว นับว่าเป็นโชคร้ายของกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่สามารถหาคนที่ฉลาดกว่า มีจุดยืน และกล้าเข้ามาแทนผมได้
การเกิดขึ้นของพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยในอเมริกาเป็นปรากฏการณ์ที่ฉุกละหุก ไม่มีการตระเตรียมล่วงหน้า ไม่มีการวางแผน หรือความพร้อมมาก่อน
ประชาชนธรรมดาชาวไทยที่เป็นทุกข์เป็นร้อนกับปัญหาอันตรายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติต่างเข้ามาร่วมแรงร่วมใจเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่เขาเห็นว่าไม่ถูกต้อง บุคคลเหล่านี้มาจากทุกสายอาชีพ ตั้งแต่ผู้หาเช้ากินค่ำ พนักงานบริษัท น้กบริหาร นักธุรกิจ ตลอดจนราษฎรอาวุโสมากมาย ต่างไม่ได้ถูกซื้อมาด้วยเงินทอง ไม่ได้หวังผลประโยชน์จากอำนาจใหม่ หรือสูญเสียประโยชน์จากอำนาจเก่า เป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับเมืองไทย หรือองค์กรใดๆ
การรวมตัวกันจะเป็นครั้งคราว ไม่มีใครคิดถึงโครงการถาวรระยะยาว เพราะกิจกรรมแต่ละครั้งก็ทำไปด้วยความยากลำบาก ไม่มีเงินทองหนุนหลัง ต้องควักกระเป๋ากันเอง ไม่มีปัญญาว่าจ้างใคร ได้รับการเสียสละเวลาจากทุกคนมาร่วมด้วยความจำเป็นโดยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่มีใครเป็นผู้นำใคร ร่วมกันคิด และตัดสินใจเป็นส่วนรวม เสร็จภาระกิจแต่ละครั้ง ทุกคนเหนื่อยล้า ต้องรีบกลับไปรับผิดชอบภาระส่วนตัวตามปกติ ไม่มีโอกาสคิดโครงการต่อเนื่องเพื่อประโยชน์หรือชื่อเสียงใดๆ
ดังนั้น การที่จะหาเวลาหรือความสามารถไปโต้ตอบกับผู้ที่มีความคิดตรงข้ามตามรายการโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่นๆ ก็ไม่มี
อย่างไรก็ตาม จากกิจกรรมที่ผ่านมาทั้งหมด เราถือว่าประสบความสำเร็จและพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ ไม่ได้หวังว่าจะต้องสมบูรณ์ไปตามที่ท่านหรือคนอื่นๆ ที่อยู่วงนอกอยากจะเห็น
ได้เท่านี้ก็นับว่าดีแล้วตามปัญญาและศักยภาพที่มี เนื่องจากเราไม่ใช่นักระดมมวลชนอาชีพ ความคิดเห็นต่างๆ ที่เราได้รับจากท่านเป็นสิ่งที่ดีเพื่อใช้ในการปรับปรุงต่อไปในอนาคต แต่หากจะให้ดียิ่งขึ้น เราอยากได้คนที่มีความสามารถและฉลาดกว่าเราเช่น นายภาณุพล เสียสละเข้ามาร่วมกันในวงในเพื่อคิด และพัฒนา สร้างความเจริญของชาติไทยอีกสืบไป
คุณ ภาณุพล รักแต่งาม ได้ทำงานไปตามหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของหนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ ยู.เอส.เอ ส่วนผมก็ทำไปตามหน้าที่ของผม (ซึ่งอันที่จริง ไม่ใช่ความจำเป็นหรือเป็นภาระกิจโดยตรงของผมเลย) การทำงานที่ผ่านมา บางครั้งอาจจะมีการล่วงเกิน หรือทำให้คุณภาณุพลไม่พอใจโดยไม่ได้ตั้งใจไปบ้าง ผมก็ต้องขออภัย
ทั้งนี้ ผมใคร่ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผมไม่เคยดูถูกสื่อมวลชน แต่กลับยกย่องและให้เกียรติ โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่มีคุณภาพ อีกทั้ง ผมมิได้มีอำนาจตัดสินใจแทนนักวิทยาการทั้งหลายที่ท่านได้เชื้อเชิญมาร่วมปราศรัยในสหรัฐอเมริกาตามที่ท่านได้อ้างถึง
หากแต่เป็นกำหนดการซึ่งได้ร่วมกันคิดและตัดสินใจร่วมกันระหว่างกลุ่มสมาชิกพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกากับท่านวิทยากรทั้งหลาย ตัวผมเองเป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มฯ เท่านั้น
ท้ายนี้ เพื่อเป็นการยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย และปกป้องชื่อเสียงของผม อีกทั้งให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจในเรื่องราวของพวกเราได้อย่างถูกต้อง ผมขอความกรุณาให้ท่านได้ลงบทความชี้แจงของผมนี้ในน.ส.พ.ของท่านฉบับต่อไปด้วย จะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
(ลงชื่อ) มนตรี ไชยสร
สำเนาเรียน: สยามมีเดีย ,เอเชี่ยน แปซิฟิค, เสรีชัย ,ไทย แอล เอ, ข่าวสด ยู.เอส.เอ. |