HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:08 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องเที่ยว
ทัวร์แสวงบุญอินเดีย สังเวชนียสถาน 4 : สาวัตถี-ลัคเนาว์ (2)
โดย สยามมีเดีย นิวส์

7 กันยายน 2550

                อัครา-เดลลี
                ผลจากการล่าช้าเสียเวลาของขบวนรถไฟซึ่งกว่าจะออกจากลัคเนาว์ ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่า รถไฟอินเดียแต่ละขบวนก็ยาวเสียจริง อย่างน้อยมีถึง 23 ตู้ ความที่พวกเราไม่คุ้นกับระบบรถไฟอินเดีย ไม่รู้ว่าตู้นอนอยู่ประมาณไหน หัวหรือท้ายหรือกลางขบวนกันแน่เลยต้องยืนดักตรงกลางๆ กะว่า ถ้ายังไงวิ่งไปทั้งทางหัว-ท้ายขบวนง่ายหน่อย
                คนแขกอินเดียคุยกันเสียงดัง พอๆ กับคนจีนกระมัง กว่าพวกเราจะหลับได้เล่าเอาเหนื่อยพอดู
                รถไฟมาถึงเมืองอัคราเอาในตอนสายราวสิบโมงเช้า ต้องรีบเร่งทำเวลาเพราะสายกว่ากำหนดการเดิมตั้ง 4 ชม. อาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบมากินอาหารก่อนเดินทางไปชมสถานที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนั่นคือ ทัชมาฮาล
                การชมทัชมาฮาลมีไกด์ท้องถิ่นชาวอินเดียมาเป็นผู้พาชม นายไกด์ตัวใหญ่คนนี้พูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงอินตระเดีย ลิ้นพันกันฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลยยังดีว่าประวัติทัชมาฮาล รายละเอียดสามารถหาอ่านเอาได้ตามเว็บไซท์ต่างๆเช่น กูเกิ้ล (www.google.com)หรือวิกิพีเดีย (www.wikipedia.org)
                ในสายตาผู้เขียนทัชมาฮาลสวยงามในแง่ภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมการออกแบบ เพราะทุกอย่างเหมือนกันทั้งซีกซ้ายและขวา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ประวัติทัชมาฮาลที่ได้จากนายไกด์คือ สถาปนิกที่ออกแบบเป็นชนชาติเปอร์เชียจากอิหร่าน แต่ช่างฝีมือที่แกะสลักหินอ่อนเป็นลวดลายแล้วฝังด้วยพลอยสีต่างๆ เป็นช่างชาวพื้นเมืองอัครา ซึ่งมีฝีมือทางด้านนี้โดยเฉพาะ
                ทัชมาฮาลน่าจะเรียกว่าเป็นสุสาน เพราะไม่ใช่สถานที่สร้างขึ้นเพื่ออยู่อาศัย แต่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ไว้เป็นที่เก็บพระศพของพระนางมุมตัส มาฮาล มเหสีผู้เป็นที่รักยิ่งของพระเจ้าชาห์จาฮาน แห่งราชวงศ์โมกุล ซึ่งเสียชีวิตในขณะที่ยังมีอายุน้อย
                ตัวอาคารทัชมาฮาล เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ.1632 และเสร็จในปี 1648 ใช้เวลาทั้งหมด 16 ปี รูปแบบของสถาปัตยกรรมผสมผสานกันหลายชาติทั้งเปอร์เซียน เตอร์กิช อินเดียและอิสลาม มีรูปโดมหินอ่อนเป็นสัญญลักษณ์ที่เด่นชัด ทัชมาฮาลได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากหน่วยงานยูเนสโกขององค์การสหประชาชาติในปี 1983
                ก่อนเข้าถึงตัวสุสานทัชมาฮาล เราต้องเดินผ่านบริเวณที่เคยเป็นบ้านพักของคนงานก่อสร้าง รวมถึงช่างฝีมือจากประเทศต่างๆ ทั้งเปอร์เชีย ซีเรีย อินเดีย ตุรกี นับหมื่นคน
                บริเวณทางเข้าเป็นตึกหินสีชมพูสวยงาม มีประตูโค้งทำด้วยหินอ่อนแกะสลักสวยงาม ประดับประดาเป็นลวดลายอักษรอาหรับโดยแกะหินอ่อนสีขาวแล้วเอาหินอ่อนสีดำเป็นตัวอักษรเป็นขอบนอก ส่วนขอบในของประตูโค้งแกะสลักหินอ่อนแล้วฝังด้วยอัญญมณีต่างๆ เช่น ไพลิน(สีน้ำเงิน) จากประเทศศรีลังกา เทอร์คอยซี(สีฟ้า) จากทิเบต หยกและคริสตัลจากเมืองจีนเป็นลวดลายรูปดอกไม้ สวยงามมาก
                นายไกด์ให้ความรู้ว่า แผนผังของอาณาบริเวณทัชมาฮาลนั้น สร้างขึ้นโดยให้สองฝั่งของบริเวณซ้ายและขวา มีของเหมือนกันเช่นสวนทั้งซ้ายและขวาปลูกต้นไม้เหมือนกัน มีมัสยิดสองข้างหน้าตาเหมือนกัน สระน้ำหน้าตัวทัชมาฮาลเป็นสระยาวอยู่ตรงกลาง
                ข้างตึกทัชมาฮาลมีหอคอยทั้งหมด 4 หอคอย อยู่ซ้าย-ขวาข้างละ 2 หอคอย ซึ่งได้รับการออกแบบในกรณีถ้าเกิดแผ่นดินไหว หอคอยจะล้มห่างออกไป ไม่ล้มเข้าหาตัวตึกทัชมาฮาล เนื่องจากใต้ฐานรากของตัวตึกได้รับการออกแบบให้มีน้ำขังอยู่ข้างใต้ทำให้ตัวทัชมาฮาลรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี
                ก่อนเข้าทัชมาฮาล นายไกด์อินเดียเตรียมที่สวมหุ้มรองเท้าเหมือนที่ใช้ในห้องผ่าตัด มาให้พวกเราหุ้มรองเท้า เราจึงไม่ต้องถอดรองเท้า เห็นชาวบ้านที่ถอดรองเท้าเดินตอนกลางวัน คงร้อนเท้าน่าดู
                ตัวทัชมาฮาลแบ่งบริเวณออกเป็น 4 ตรงกลางมีฐานหินอ่อนเป็นที่รองรับโลงศพอยู่ 2 ฐาน ฐานเล็กสำหรับโลงศพของพระนางมุมตัส ส่วนฐานใหญ่กว่าเป็นของชาห์จาฮานอยู่ข้างๆ ซึ่งเป็นของสิ่งเดียวที่ไม่เหมือนกันซ้าย-ขวา เนื่องจากตอนสร้างซาห์ ฝังร่างพระนางมุมตัสไว้ตรงกลาง ต่อมาพอหลังจากซาห์ตายลูกชายจึงฝังพ่อไว้ใกล้กับที่ฝังของพระนาง
                ฐานโลงศพทั้ง 2 ที่เราเดินวนรอบได้นั้น เป็นฐานจำลองที่ทำไว้ด้านบน ส่วนโลงจริงถูกฝังอยู่ด้านล่างของอาคาร เนื่องจากศาสนาอิสลามไม่อนุญาตให้มีการประดับประดาโลงศพ ดังนั้นโลงศพจึงมีแต่ลวดลายอักษรอาหรับบรรยายถึงความดีงามของชาห์ และพระนางมุมตัสเพียงเท่านั้น
                ค่าก่อสร้างทัชมาฮาลประมาณกันว่าเป็นเงินสมัยนั้นราว 32 ล้านรูปี แต่เนื่องจากเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างยาวนาน ถ้าเทียบกับปัจจุบันนี้ก็คือว่ามากมายมหาศาล
                เป็นที่น่าเศร้าใจว่าหลังจากชาห์สร้างทัชมาฮาลเสร็จ พระองค์เตรียมจะสร้างสุสานของพระองค์เองให้เป็นหินอ่อนสีดำ อยู่ฝั่งแม่น้ำตรงข้ามกับทัชมาฮาล ทำให้ลูกชาย คือ ออรังเซ็ป โกรธมาก เพราะใช้เงินหมดไปกับทัชมาฮาลมากมายแล้วจึงปลดชาห์จากตำแหน่งและนำตัวไปกักบริเวณไว้ที่พระราชวังเมืองอัคุรา ซึ่งอยู่ห่างจากทัชมาฮาลไปประมาณ 2 กิโลเมตร เล่ากันว่าชาห์ใช้ชีวิตที่เหลือแต่ละวันเฝ้ามองทัชมาฮาลผ่านหน้าต่างในวัง จนหลังจากชาห์สิ้นพระชนม์ ออรังเซ็ปจึงนำพระศพชาห์ไปฝังที่ทัชมาฮาล คู่กับพระนางมุมตัส ทำให้ทัชมาฮาลที่สร้างขึ้นอย่างสมดุลย์ที่สุดระหว่างซ้ายและขวา ต้องเสียความสมบูรณ์ไป
                หลังจากราชวงศ์โมกุลล่มสลาย ทัชมาฮาลก็เสื่อมไปตามกาลเวลา จนเมื่อสมัยอินเดียทำสงครามอิสรภาพจากอังกฤษในราว ค.ศ.1857 รูปโฉมภายนอกของทัชมาฮาลก็ถูกทำลายโดยน้ำมือของทหารและเจ้าหน้าที่รัฐชาวอังกฤษ ลักลอบแกะเอาพวกอัญญมณีไป
                จนถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ผู้สำเร็จราชการอินเดียลอร์ด เคอร์ซันได้สั่งให้มีการบูรณะขนานใหญ่ จนเสร็จสมบูรณ์ในปี 1908
                ทัชมาฮาลมีอายุยืนยาวรอดมาจากสงครามหลายรอบตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองในปี 1942 รัฐบาลต้องสั่งทำนั่งร้านคลุมยอดโดมทัชมาฮาลป้องกันการโจมตีทำลายทางอากาศจากนักบินเยอรมันและญี่ปุ่น รวมทั้งในปี 1965 ถึง 1971 ก็สร้างขึ้นอีกเพื่อลวงการโจมตีทางอากาศของนักบินปากีสถาน

                ในปัจจุบันมลภาวะที่เป็นอันตรายต่อความงามของทัชมาอาลได้แก่ฝนกรด อันเกิดจากควันของโรงกลั่นน้ำมันมธุราซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา
 

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats