HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:19 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องเที่ยว
ทัวร์เปิดทอง...อีสาน ตอนที่ 8
โดย สยามมีเดีย นิวส์

6 กรกฎาคม 2550

                วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของรายการทัวร์เปิดทอง...อีสาน เราออกเดินทางจาก อ.โขงเจียม ไปยังจังหวัดยโสธร เพื่อชมขบวนแห่ของงานประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งมีขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ณ สวนสาธารณะ พญาแถน โดยมีความเชื่อว่าเมื่อจัดงานนี้แล้ว เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะดลบันดาลให้มีฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ กิจกรรมที่สำคัญในงานประกอบด้วย

                วันแรก จะมีการจัดขบวนแห่บั้งไฟตกแต่งไปตามถนนภายในเขตเทศบาลเมือง การประกวดธิดาบั้งไฟโก้ การ จัดงานเลี้ยงพาข้าวแลงและการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง

                วันที่สอง จะมีการแข่งขันการจุดบั้งไฟ

                พิธีกรรม บั้งไฟแต่ละอันที่มาเข้าขบวนแห่ จะถูกตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามด้วยลวดลายไทยสีทอง ว่ากันว่าศิลปะการตกแต่งบั้งไฟนี้นายช่างจะต้องสับและตัดลวดลายต่างๆ นี้ไว้เป็นเวลาแรมเดือนแล้วจึงนำมาทากาวติดกับ ลูกบั้งไฟ ส่วนหัวบั้งไฟนั้นจะทำเป็นรูปต่างๆ ส่วนมากนิยมทำเป็นรูปหัวพญานาคอ้าปากแลบลิ้นพ่นน้ำได้ บ้างก็ทำเป็นรูปอื่นๆ แต่ก็มีความหมายเข้ากับตำนานในการขอฝนทั้งสิ้นตัวบั้งไฟจะนำไปตั้งบนฐาน ใช้รถหรือเกวียนเป็นพาหนะนำมาเดินแห่ตาม ประเพณี

                บั้งไฟที่จัดทำให้มีหลายชนิด คือ มีทั้งบั้งไฟกิโล บั้งไฟหมื่นและบั้งไฟแสน บั้งไฟกิโลนั้งหมายถึง น้ำหนักของ ดินประสิว 1 กิโลกรัม บั้งไฟหมื่นก็ใช้ดินประสิว 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสนก็ใช้ดินประสิว 10 หมื่น หรือ 120 กิโลกรัม เมื่อตกลง กันว่าจะทำบั้งไฟขนาดไหน ก็หาช่างมาทำ หรือที่มีฝีมือก็ทำกันเอง ช่างที่ทำบั้งไฟนั้นสำคัญมาก ช่างจะต้องเป็นผู้มีฝีมือใน การคำนวนผสมดินประสิวกับถ่านไม้ เพราะถ้าไม่ถูกสูตร บั้งไฟก็จะแตก คือไม่ขึ้นสู่ท้องฟ้าสำหรับไม้ที่จะทำเป็นเสาบั้งไฟนั้น ต้องเป็นไม้ไผ่ที่มีลำปล้องตรงกันเสมอกัน จะตัดเอาแต่ที่โคนต้นเพราะมีความหนาและเหนียว ความยาวนั้นแล้วแต่จะตกลงกัน

                ในวันรุ่งขึ้นเป็นการจุดบั้งไฟ จะมีการแบกบั้งไฟไปยังฐานยิงในที่โล่ง ถ้าบั้งไฟของใครจุดแล้วยิงไม่ขึ้น คนทำ จะถูกจับโยนลงในโคลน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมา

                เนื่องจากถนนหลายสายที่ขบวนแห่จะต้องเดินผ่านมีการปิดถนน รถโดยสารที่บริการพวกเรา ต้องไปจอดที่ โรงแรม แล้วเดินต่ออีกสักระยะ

                โรงแรมที่ไปพักรถ มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินไปมาเต็มล็อบบี้ ได้ความว่าเมืองโยชิดะ จ.ไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น มีประเพณีบุญบั้งไฟมาช้านาน วัตถุประสงค์ เพื่อขอบคุณพระเจ้า ที่ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เกษตรกรได้ผลผลิตอย่างดียิ่ง เช่นเดียวกับงานประเพณีบุญบั้งไฟ ของ จ.ยโสธร ที่มีมาตั้งแต่อดีตกาล

                เมืองโยชิดะ และเมืองยโสธร จึงเป็นเมืองคู่แฝดทางวัฒนธรรม มีการเดินทางไปมาหาสู่ร่วมงานกันเป็นประจำ สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 นับเป็นเวลานานถึง 10 ปีแล้ว โดยเฉพาะปี 2550 นี้ ชาวญี่ปุ่นจากเมืองโยชิดะ ได้ร่วมเดินในขบวนแห่ด้วย

                ตลอดระยะทางที่เดินจากโรงแรมไปบริเวณงาน ได้เห็นเวทียกพื้นหลายเวทีทั้ง 2 ฟากถนน ตั้งห่างกันเป็นระยะๆ แต่ละเวทีเปิดดนตรีเสียงดัง พร้อมกับมีชาวบ้านขึ้นไปยืนเต้นกันเต็มเวที รู้สึกว่าคนอีสานเป็นคนชอบสนุก เพราะแถวบ้าน ต่างจังหวัดของผู้เขียนเวลามีงาน ไม่เคยเห็นมีเวทีดนตรีแบบนี้

                อากาศยามสายวันนี้ ค่อนข้างร้อน พวกเรายืนดูขบวนแห่ได้สักพักก็เลยค่อยๆ เล็ดรอดหลบไปช้อปปิ้งกันที่ บริเวณขายสินค้าโอท็อปใกล้ๆ กับเวที ช้อปกันพอหอมปากหอมคอแล้วก็เดินกลับมาโรงแรมที่เป็นจุดนัดพบ เพื่อไป รับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารใกล้สนามบินอุบลราชธานี เพราะเราจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ โดยเครื่องบิน ในตอนบ่าย 3 โมง

                ขากลับเข้ากรุงเทพ เราบินตรงไปลงที่สนามบินดอนเมืองโดยเครื่องการบินไทยลำใหญ่ ดอนเมืองวันนี้ เงียบเหงากว่าเก่ามาก ผู้คนไม่พลุกพล่าน รอกระเป๋าเพียง 10 กว่านาทีก็เรียบร้อย รถพาพวกเรากลับมาถึงโรงแรมอโนมาราว 5 โมงกว่าๆ ยังมีเวลาให้พักเล็กน้อยก่อนอาหารเย็น

                อาหารเย็นมื้อนี้ มีรายการพิเศษตรงที่คุณแตงและคุณกฤษณ์ไกด์ทั้ง 2 คนเปิดบริการปรุงแหนมเนือง (อาหารญวน) ที่อุตส่าห์หอบหิ้วเอามาด้วยจากเมืองอุบลฯ คณะทัวร์จะพักที่นี่อีกเป็นคืนสุดท้าย จากนั้นวันรุ่งขึ้นก็แยกย้าย กันกลับไป ไม่น่าเชื่อว่าเวลาเรามีความสุข สนุกสนาน วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน

                ขอบคุณผู้อ่านที่ได้ติดตามอ่านบทความทัวร์เปิดทอง…อีสานทั้ง 8 ตอน ถ้าผู้อ่านอ่านเรื่องเที่ยวอีสานแล้ว เดินทางไปเที่ยวอีสานบ้างตามคำเชิญชวนของ ททท. ผู้เขียนก็ถือว่าการถ่ายทอดสิ่งที่เห็นผ่านข้อเขียนประสบผลสำเร็จตาม จุดมุ่งหมายของ ททท.แล้ว

                ขอขอบคุณผู้อำนวยการ ททท. แอล.เอ คุณสันติ ชุดินธรา ที่ให้โอกาสผู้เขียนไปเปิดหูเปิดตาเบิ่งอีสาน และขอขอบคุณผู้อำนวยการการบินไทย แอล.เอ คุณมานิตย์ ไชยสุกุมาร และเจ้าหน้าที่คุณสุชาติ ทองนพคุณ และคุณวิคกี้ ศรีพิพัฒน์ ที่ได้ให้ความสะดวกในด้านตั๋วเครื่องบินของการบินไทย ซึ่งผู้เขียนใช้เดินทางด้วยเที่ยวบินตรงไป เมืองไทยครั้งนี้ ทำให้ไม่เหนื่อยและสะดวกสบายมาก

                ผู้เขียนอยากฝากบอกผู้อ่านว่า ทัวร์ของททท. ที่จัดให้ชาวไทยในแอล.เอกลับไปเที่ยวเมืองไทยนั้น น่าสนใจ มาก เพราะบางครั้งบางสถานที่ ถ้าปราศจากการประสานงานของทาง ททท. แล้ว คงจะไม่ค่อยมีโอกาสสำหรับบุคลภายนอก ทั่วไปในการเข้าชม

                การเดินทางท่องเที่ยวเป็นการเปิดหูเปิดตา ให้เห็นวัฒนธรรมและสถานที่แปลกใหม่ต่างจากที่เราคุ้นเคย ได้พบ เพื่อนใหม่ ผูกสัมพันธ์ใหม่ ผู้เขียนได้ความรู้สึกดีๆ จากการท่องเที่ยวครั้งนี้

                อยากให้ทางททท. ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการทัวร์ให้มากกว่านี้ เช่น เปิดโอกาสให้ญาติหรือเพื่อนที่ เมืองไทยร่วมทัวร์ไปกับคณะ โดยคิดราคาค่าทัวร์เฉพาะช่วงที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ก็จะทำให้การไปเที่ยวเมืองไทยได้มี โอกาสเที่ยวกับเพื่อนหรือพี่น้องด้วย

                ผู้เขียนเป็นคนชอบท่องเที่ยว บางครั้งเที่ยวเฉพาะในหมู่ญาติมิตร บางครั้งก็ไปกับบริษัทท่องเที่ยว ท่ามกลาง คนแปลกหน้า บางทัวร์กลับมาแล้วได้ความรู้สึกดีๆ  สนุกสนาน บางทัวร์น่ารำคาญและเบื่อหน่ายมาก

                เรื่องที่มักพบเห็นเป็นประจำในการท่องเที่ยวคือ การให้ tip แก่คนขับรถ ผู้ช่วยคนขับรถ ไกด์ จนกระทั่งถึงเด็ก ยกกระเป๋าในโรงแรม

                พวกเราคนไทยที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ถ้าชอบกินข้าวนอกบ้านบ่อย พวกเราคงคุ้นเคยกับการให้ tip แก่คนที่มา บริการเรา ถ้าบริการดีเราพอใจก็ให้ tip มากหน่อย ถ้าบริการแค่มาตรฐานทั่วไป เราก็ให้สัก 10 เปอร์เซนต์ แต่ถ้าบริการห่วย เราก็อาจไม่ให้ tip ก็ได้

                การไปออกทัวร์ก็เช่นกัน ถึงแม้คนขับรถและผู้ช่วยจะทำตามหน้าที่ ที่เขากินเงินเดือนอยู่ แต่การที่เขาบริการ เราดี ขับรถด้วยความระมัดระวังไม่ประมาท ทำให้เราท่องเที่ยวถึงทุกจุดหมายโดยสะดวกและปลอดภัย พวกเขาก็ถือว่าสมควร ได้รับสินน้ำใจเป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ ตอบแทน ให้เขาทำหน้าที่ให้ดีๆ ต่อไป ไกด์ก็เช่นกันบางครั้งเขาต้องช่วยแก้ปัญหา เฉพาะหน้าให้ลูกทัวร์ จัดการอำนวยความสะดวกในเรื่องที่ไม่อยู่ในรายการ เขาก็สมควรได้รับสินน้ำใจด้วยเช่นกัน

                ผู้เขียนอยากให้ผู้จัดรายการทัวร์ทุกคณะ รวมค่าทิป 10% ลงไปในรายการค่าใช้จ่าย โดยแจ้งให้ลูกทัวร์ ทราบว่า ราคาค่าทัวร์นั้นรวมทิปด้วยแล้วตามมาตรฐานปกติ ถ้าลูกทัวร์ท่านใดได้รับการบริการเป็นพิเศษ จะให้ทิปเพิ่มเติม นอกเหนือจากนั้น ก็เป็นเรื่องส่วนตัวไป ถ้าลูกทัวร์คนใดที่คิดว่าไกด์ไม่ได้มาดูแลเป็นพิเศษ เขาก็ไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่ม

                พวกเราคนไทยที่มีโอกาสมาใช้ชีวิตในอเมริกา ถึงจะต้องทำงานหนักแต่นับว่ายังมีโอกาสดีกว่าคนทำงานใน ประเทศไทย โดยเฉพาะระดับผู้ใช้แรงงาน ทำงานตามโรงแรม ตามร้านอาหาร พวกนี้เวลาเขาได้เงิน ทิป พิเศษ  ถึงจะเป็นเงิน น้อยนิดในกระเป๋าของเรา แต่นับว่าเป็นเงินมีค่าในความรู้สึกของพวกเขา

                เราได้ไปเที่ยวสนุกสนาน ได้รับความสบายใจแล้ว ถ้าจะสละเงินทิปให้คนที่ด้อยโอกาสกว่าเรา ได้รับความสุขใจ บ้างเล็กๆ น้อยๆ ผู้เขียนคิดว่าความรู้สึกเป็นสุขจากการเป็นผู้ให้ ก็นับว่าเราได้ใช้เงินที่หามาได้ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าแล้ว


กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats