HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:14 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องเที่ยว
ทัวร์เปิดทอง...อีสาน ตอนที่ 7
โดย สยามมีเดีย นิวส์

29 มิถุนายน 2550

                อากาศตอนเช้าที่ทอแสง โขงเจียม รีสอร์ทที่พักเย็นสบาย บริเวณที่ตั้งเป็นโต๊ะบุฟเฟท์ให้ตักอาหารเช้า อยู่ไม่ ไกลจากแม่น้ำมูล วิวสวยมาก อาหารเช้าก็คล้ายๆ กับโรงแรมอื่นๆ ที่เคยไปพัก แต่ที่พิเศษมาคือมีข้าวเกรียบปากหม้อญวน ทำจากแผ่นแป้งบางๆ ห่อไส้ที่ทำจากหมูสับ หมูยอ ผักต่างๆ ห่อเป็นคำเล็กๆ รับประทานกับน้ำจิ้มและยังมีก๋วยจั๊บญวน ซึ่ง แตกต่างจากของภาคกลางที่เราคุ้นเคย เพราะก๋วยจั๊บของญวนไม่เป็นแผ่นแต่มีลักษณะคล้ายเส้นขนมจีนแต่ใหญ่กว่าเล็กน้อย รสอร่อยทั้ง 2 อย่าง

                โปรแกรมวันนี้ ตอนเช้าพวกเราจะไปชมภาพเขียนสีที่ผาแต้ม ซึ่งอยู่ที่บ้านกุ่มและบ้านหนองผือน้อย ตำบล ห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม เป็นหน้าผาหินทราย ส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ขนานไปตามแนวแม่น้ำโขงจากอุทยานฯ มีทางเดินจากด้านบนลงไปชมภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์อายุไม่น้อยกว่า 3,000 ปี ที่เรียงรายติดต่อกันตั้งแต่ ผาแต้ม ผาหมอน ผาเมย ผาเจ๊ก บางแห่งก็เป็นการสลักภาพลงในเนื้อหิน จากบริเวณผาแต้มจะมองเห็นทัศนียภาพฝั่งลาวที่อยู่ ตรงข้ามได้ชัดเจนเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 3 กิโลเมตร เราแวะชมเสาเฉลียง ซึ่งเป็นหินตั้งซ้อนกันโดยธรรมชาติลักษณะคล้ายร่มหรือดอกเห็ดซึ่งเกิดจากการวิวัฒนการของหินทราย 2 ยุคสมัย ผ่านการ กัดเซาะของน้ำ ลมและแสงแดด ประกอบกับการยุบตัวและยกตัวของเปลือกโลก ขบวนการสึกกร่อนและต้านทานทาง ธรรมชาติทำให้ตะกอนหินทรายแข็งตัวขึ้น เกิดประติมากรรมธรรมชาติที่งดงามโดยส่วนเสาหินด้านล่างวิวัฒนาการจากหิน ทรายยุคไดโนเสาร์ราว 180 ล้านปีที่แล้ว ส่วนที่เป็นร่มหรือดอกเห็ดตอนบนเป็นหินทรายในยุคถัดมา คือยุคครีเตเชียสหินสอง ส่วนนี้จึงเกยทับโดยไม่ติดเป็นเนื้อเดียวกันเพราะเกิดต่างยุคต่างสมัยกัน ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วไปตามแนวภูเขาหินทราย ในภาคอีสาน ชาวส่วยท้องถิ่นดั้งเดิม เรียกเสาหินที่คล้ายดอกเห็ดนี้ว่า "สะเลียง" หมายถึง "เสาหิน" ก่อนที่จะเพี้ยนมาเป็น "เสาเฉลียง" ในปัจจุบัน

                การไปชมผาแต้มเราต้องเดินลงบันไดหินสลับกับการปีนป่ายเล็กน้อย ภาพที่พบอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ราว 3,000-2,000 ปี มีทั้งหมดประมาณ 300 ภาพ ประกอบด้วยภาพสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ช้าง ปลา เตา สุนัข ภาพเครื่องมือ เครื่องใช้อุปกรณ์หาปลา ภาพสัญลักษณ์ ภาพคน และภาพมมือเขียนด้วยสีแดงด้วยเทคนิคการพ่น หรือทาบ ภาพเขียนสี เหล่านี้เปรียบเสมือนบทบันทึกประวัติศาสตร์ที่บรรพชนสร้างไว้ให้คนรุ่นหลังได้ค้นหาความหมาย..

                ภาพฝ่ามือแดง แสดงถึงการมีส่วนร่วมในพิธีกรรมจึงพบภาพของคนที่ชำนาญและเขียนไม่เป็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ปะปนกัน

                ภาพคล้ายคน สะท้อนถึงการมีคนเป็นจุดศูนย์กลางและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อม แม่น้ำโขง และปลาแม่น้ำโขง

                ภาพปลาขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าเป็นปลาบึกในแม่น้ำโขง

                ภาพสัญลักษณ์หยักไปมา อาจหมายถึง เมศ ฝน น้ำ หรือสิ่งนอกเหนือธรรมชาติที่เกี่ยวกับน้ำคล้าย "นาค" สัญลักษณ์แห่งน้ำของคนแถบลุ่มแม่น้ำโขง

                ภาพที่ผาหมอน สะท้อนถึงการมีสัตว์เลี้ยงและการเพาะปลูก

                น่าเสียดายที่ยังมีแหล่งธรรมชาติที่น่าสนใจอีกหลายที่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ไกด์ท้องถิ่นเล่าให้พวกเรา ฟังว่าบริเวณที่ทำการอุทยานฯที่อยู่บนลานกว้างของภูผาขาม เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง อเล็กซานเดอร์ มหาราช ตอน ยกทัพที่มีการชูดาบขึ้น ใครเคยดูหนังเรื่องนี้คงนึกออกนะคะ

                ไกด์ท้องถิ่นยังเล่าต่อถึงเรื่องบั้งไฟพญานาคของลำน้ำโขง ที่เชื่อกันว่าเป็นบั้งไฟของพญานาคจุดขึ้นเป็น พุทธบูชาในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี

                ปกติสถานที่สำหรับการไปชมบั้งไฟพญานาคนั้น มักจะอยู่ในจังหวัดหนองคาย เช่น อำเภอโพนพิสัย อำเภอ ศรีเชียงใหม่ อำเภอบึงกาฬ ที่ผู้เขียนเคยไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อนกับเพื่อนสื่อมวลชนจากแอล.เอ ความที่ทางททท. ต้องการให้พวกเราเห็นบั้งไฟอย่างใกล้ชิด จึงพาลงไปนั่งรับประทานอาหารในแพริมน้ำโขง เพิ่งรับประทานอาหารไปได้ 2 รายการ ฝนก็กระหน่ำลงมาเหมือนฟ้ารั่ว พวกเราทุกคนต้องมุดไปหลบฝนอยู่ใต้โต๊ะกินข้าว ยังดีที่ได้เห็นบั้งไฟเป็นบุญตา แต่ที่ประทับใจไม่รู้ลืมคือการปีนตะกายขึ้นฝั่งบนดินโคลนลื่นเละ เกือบตกแม่น้ำโขงกันทั้งคณะ

                ปีที่ผ่านมามีบั้งไฟพญานาค ขึ้นที่ลำน้ำโขงบริเวณอำเภอโขงเจียมเป็นปีแรกด้วย ไกด์เล่าว่าเขาเองเป็น พราหมณ์ผู้ทำพิธีอัญเชิญบั้งไฟพญานาค เพราะมีผู้ได้สื่อสารกับพญานาคทางความฝันว่า ถ้ามีการบวงสรวงถูกพิธีแล้ว พญานาคก็จะปล่อยบั้งไฟให้ชมเป็นบุญตา ดังนั้นคาดว่าปีนี้และปีต่อๆ ไป นอกจากจะชมบั้งไฟพญานาคได้ที่จังหวัด หนองคายแล้ว ก็มาชมที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีได้เช่นกัน

                ออกจากผาแต้ม พวกเราไปล่องเรือชมแก่งตะนะ ซึ่งเป็นแก่งหินใหญ่กลางลำน้ำมูล บริเวณนี้น้ำเชี่ยวมาก มีชาวบ้านมาจับปลา เรือพาเราล่องไปตามแม่น้ำมูลจนไปถึงจุดที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน คือ "แม่น้ำโขงสีปูน แม่น้ำมูลสีคราม"

                อาหารกลางวันเราไปรับประทานที่ร้านแพอารยา ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำโขง อาหารค่อนข้างเผ็ดนิดหน่อย รู้สึกว่าเขามี อาหารที่ทำจากปลาในแม่น้ำโขงมาเสริฟด้วย

                บ่ายนี้เราจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกัน เพื่อชมบรรยากาศและช้อปปิ้ง พอให้ได้ละลายทรัพย์กันบ้าง โชคดี ที่ผู้เขียนเอาบัตรประชาชนไทยติดตัวไปด้วย การขอบัตรผ่านแดนเพื่อเข้าประเทศลาวที่ด่านช่องเม็ก จึงเป็นไปโดยสะดวก เพื่อนร่วมคณะที่เอาแต่พาสปอร์ตอเมริกันไป เกิดขลุกขลักเล็กน้อยเลยตัดสินใจรออยู่ทางฝั่งไทย

                ผู้เขียนข้ามแดนไปช้อปปิ้งตลาดปากเซกับทันตแพทย์หญิงกาญจนา ลีตระกูล หอบกันพะรุงพะรัง พี่กาญจน์ซื้อพวกกล้วยไม้ป่าไปฝากเพื่อน ราคาถูกมากเพียงต้นละ 10 บาทเท่านั้น ผู้เขียนได้ผ้าถุงไปฝากแม่ (ตามใบสั่ง) และกาแฟ เมืองลาว ยี่ห้องดาวเฮือง อร่อยจริงๆ ขอบอก ถ้าไปคราวหน้าจะขนมาให้มากกว่านี้เชียว แต่รู้สึกว่าเขาจะมีตัวแทนจำหน่ายใน เมืองไทยด้วยนะคะ

                สินค้าเมืองลาวเท่าที่เห็น เป็นพวกซีดีเพลงและหนังที่ก้อปปี้ทางฝั่งลาวและสินค้าพวกเสื้อผ้าแบรนด์เนม ราคา ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ บางคนบอกว่าเป็นของก้อปปี้ บางคนก็บอกว่าเป็นของแท้ที่มีตำหนิไม่ผ่านการตรวจคุณภาพก็แล้วแต่ จะเชื่อ เผอิญผู้เขียนไม่เป็นสาวกของแบรนด์ไหนๆ เลยไม่ได้ซื้อมาแม้เพียงชิ้นเดียว

                คืนนี้จะมีคณะนาฏศิลป์โปงลางของอาจารย์ทินกร จากสถาบันราชภัฎอุบลราชธานีมาเล่นให้ชมด้วย พร้อม กับการแสดงอื่นๆ อีกหลายชุด ผู้เขียนเห็นมีนักดนตรีคนหนึ่งเล่นกีตาร์ หน้าตาเหมือนเด็กอายุสิบกว่าขวบ นึกชมในใจว่า เก่งจังเลย ที่ไหนได้เด็กคนนี้เป็นหัวหน้าวงเสียด้วย อายุปาเข้าไป 27 ปีแล้ว เป็นหนุ่มแล้ว แต่รูปร่างเป็นเด็ก

                สมาชิกในคณะหลายคนไปร่วมสนุกกับวงโปงลาง ทำให้บรรยากาศสนุกสนาน คลายเครียด ก่อนจะแยกไป พักผ่อนเอาแรงสำหรับวันต่อไป


กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats