HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 01:02 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องเที่ยว
ทัวร์เปิดทอง...อีสาน ตอนที่ 6
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 22 มิถุนายน 2550

                วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม เช้านี้ผู้เขียนออกจะตื่นเต้นนิดหน่อยที่จะได้ไปชมปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งตั้งแต่ สมัยผู้เขียนยังเป็นเด็กอยู่ต่างจังหวัด ก็เห็นพวกผู้ใหญ่ข้างบ้านแต่งตัวเตรียมเดินทางไปประท้วงศาลโลกที่หน้าศาลากลาง จังหวัด ผู้ใหญ่เล่ากันว่าฝรั่งเข้าข้างเขมร ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียดินแดนเขาพระวิหารให้แก่เขมรไปตามคำพิพากษา ของศาลโลกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ในสมัยรัฐบาลที่มีจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี

                ตั้งแต่นั้นมาเรื่องราวเกี่ยวกับเขาพระวิหารก็เงียบไป จนผ่านพ้นช่วงสงคราม เขมร-เวียดนาม-ลาว มาหลายปี กระทั่งประเทศไทยกลับมาฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอีกครั้ง จึงมีการบูรณะทางขึ้นชมปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่ง อยู่ในเขตประเทศไทย แต่ตัวปราสาทอยู่ในเขตประเทศกัมพูชา มีลำน้ำเล็กๆเป็นเส้นกั้นแดน

                ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ได้รับสมญานามว่าเป็นเพชรยอด มงกุฎประดับเหนือเทือกเขาพนมดงรัก เชื่อกันว่าสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (ประมาณ พ.ศ.1581 ) เป็นปราสาทที่มี ภูมิทัศน์งดงามมากสร้างตามคติฮินดูบนยอดเขาสูง โดยมีทางขึ้นอยู่ทางฝั่งไทย ตัวปราสาทตั้งอยู่บนหน้าผาที่ตัดดิ่งลงไป สู่ดินแดนเขมรต่ำ

                เราต้องเดินทางเข้าเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 130 ตารางกิโลเมตร (81,250 ไร่) ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดคือ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ และกิ่ง อ. น้ำขุ่น กับ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

                การชมปราสาทเขาพระวิหารมีไกด์ท้องถิ่นชื่อนายดาบตำรวจแขก (ขออภัยที่จำชื่อจริงและนามสกุลไม่ได้) ซึ่งเป็นตำรวจตระเวณชายแดนเจ้าของพื้นที่ มาเป็นผู้นำชมปราสาท

                ก่อนขึ้นปราสาทพวกเราเจอฝนตกหนัก แต่ก็ไม่มีใครย่อท้อ โชคดีที่ทางบริษัทหนุ่มสาวทัวร์เตรียมเสื้อกันฝน มาด้วย พวกเราแค่รอหนังสือผ่านแดนพอเรียบร้อยก็พร้อมจะลุยขึ้นชมปราสาทกันเลย

                นายดาบแขก เป็นมัคคุเทศก์ที่คุยสนุก มีความรู้รอบตัวสูง มีอัธยาศัยงาม ขนาดคุณแอน แฟนขาประจำของทัวร์ ททท. เห็นความสูงแล้วชักขยาด นายดาบแขกยังช่วยบริการพาขึ้น-ลง จนคุณแอนได้ชมปราสาทเขาพระวิหารสมความตั้งใจ

                ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นเทวสถานขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ 900 เมตรประกอบด้วยปราสาท 4 ชั้น แต่ละชั้นตั้งอยู่บนแนวเขาที่เป็นเนินสูงลดหลั่นกันขึ้นไปตามลำดับทั้ง 4 ชั้น ทางเดินระหว่างชั้นของปราสาทได้อาศัยแผ่น ศิลาบนผิวพื้นภูเขานั้นเป็นแนวถนนและขั้นบันได โดยตกแต่งให้มีระดับต่อเนื่องกันจนถึงยอดสูงสุดอันเป็นที่ตั้งของปราสาท ชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นปราสาทองค์ประธานอยู่ชิดกับหน้าผาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 657 เมตร

                ระหว่างทางเดินบางช่วงเป็นหินสูงชันเดินลำบาก จะมีไม้ทำเป็นขั้นบันได ให้เดินสะดวกขึ้น นายดาบแขกเล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดการปฏิวัติรัฐบาลของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 19 ก.ย. 49 .ต.ท.ทักษิณมีกำหนดการจะมาคุย กับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเรื่องของประเทศหรือเรื่องธุรกิจส่วนตัว พอดีพ้นจากอำนาจ เสียก่อน จึงไม่มีการพบปะเกิดขึ้น พวกเราเลยสบายไป มีทางเดินสะดวกสบายดีกว่าปีนป่ายหิน

                มีเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ผู้เขียนได้รับฟังมาจากนายดาบแขก อยากเอามาเล่าสู่กันต่อว่า สมัยที่เขมรเอาเรื่องพิพาท ปราสาทเขาพระวิหารสู่ศาลโลกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์นั้น ทางเขมรแสดงหลักฐานเป็นรูปถ่ายของสมเด็จกรมพระยา ดำรงราชานุภาพ ครั้งเสด็จไปชมปราสาทฯ และมีเจ้านายราชวงศ์เขมรมารับเสด็จจึงทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบ เพราะเขมร อ้างได้ว่าดินแดนนี้เป็นของเขามาก่อน เขาเป็นเจ้าบ้านจึงมารับเสด็จ

                ปัจจุบันนี้เขมรพยายามผลักดันให้องค์การสหประชาชาติรับรองปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อทางองค์การฯ ระหว่างประเทศจะได้ช่วยเหลือหาเงินมาซ่อมแซม เนื่องจากปราสาทตอนนี้ทรุดโทรมลงไปมาก ทั้งจาก น้ำมือของมนุษย์และธรรมชาติ คาดว่าต้องใช้เงินถึงกว่า 2,000 ล้านบาทในการบูรณะ

                ผู้เขียนอ่านข่าวพบว่าทางประเทศไทยจะประท้วง เนื่องจากเขมรครอบครองเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น แต่ โบราณสถานอื่นๆ เช่น ปราสาทขอมโบราณหลายๆ ปราสาท  สถูปคู่ ภาพสลักนูนต่ำ ผามออีแดง (แนวหน้าผาเขตประเทศ) สถานที่เหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกัน อยู่ในบริเวณเดียวกัน ถ้าจะประกาศเป็นมรดกโลก ก็ต้องประกาศรวมกันไปทั้งบริเวณ เสียดายที่เรามีเวลาไม่มากพอ ได้ดูแต่วิวและตัวปราสาทเท่านั้น พวกน้ำตก และพืชพรรณไม้อื่นๆ คงต้องเก็บไว้เที่ยวหน้า

                หลังรับประทานอาหารกลางวัน  พวกเราเดินทางเข้าสู่เขตจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อไปเยี่ยมชมโครงการส่งเสริม ศิลปาชีพบ้านยางน้อย ที่ ต.ก่อเอ้ อ.เขื่องใน

                ชาวบ้านที่บ้านยางน้อยนี้ เคยยากจน รายได้จากการทำนาอย่างเดียวไม่เพียงพอจนเมื่อมีการก่อตั้ง โครงการ ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านยางน้อย ตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในปี 2539 เพื่อพัฒนาการเกษตรแบบใหม่ เช่น ปลูกพืชปลอดสารพิษ ปลูกสมุนไพร พืชอินทรีย์ ไม้ประดับ และปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นเมืองแห่งเดียวในประเทศ ไทย เพื่อผลิตไหมคุณภาพระดับ Royal Thai Silk

                สมาชิกคณะทัวร์ได้ร่วมกันปลูกต้นคูนหรือชื่อเป็นทางการว่าต้นราชพฤกษ์ ซึ่งออกดอกสีเหลืองเป็นต้นไม้ประจำ ชาติของเรา เพื่อเป็นที่ระลึกในการมาเยือนโครงการส่งเสริมศิลปาชีพครั้งนี้

                จากนั้นก็ได้เวลาช้อปปิ้ง ที่นี่มีทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย เสื้อสำเร็จรูปฝีมือชาวบ้าน ราคาไม่แพงเลย พวกเราได้กระจาย รายได้ช่วยชาวบ้านกันพอหอมปากหอมคอ โดยคุณธมลวรรณ เรืองขจร (คุณหน่อง) ผู้ช่วยผู้อำนวย ททท. สำนักงานภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 ที่มาต้อนรับพวกเรา สัญญาว่าก่อนกลับกรุงเทพ จะพาพวกเราไปช้อปปิ้งอีก

                คืนนี้คณะทัวร์อีสานพักที่รีสอร์ท ทอแสง โขงเจียม เป็นที่พักสวยงาม ห้องกว้างขวาง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูล เป็น ที่พักยอดนิยมทั้งของคนไทยและต่างชาติ

                อาหารเย็นค่ำนี้ เรามีแขกผู้มีเกียรติเจ้าถิ่นหลายท่านมาร่วมต้อนรับ เช่น คุณนพรัตน์ กอกหวาน ผู้อำนวยการ ททท. สนง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 2 คุณอุทัย พรมนารี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม นายก อบต. และเจ้าของ ร้านอาหารแพอารยาริมโขง

                คุณอุทัย และคุณนพรัตน์ ได้เชิญชวนให้คนไทยในสหรัฐกลับไปเที่ยวอีสาน เนื่องจากอีสานปัจจุบัน อุดมสมบูรณ์ มีการปลูกยางพารา ข้าวหอมมะลิ ปลูกเงาะ ทุเรียน ลำใย โดยเฉพาะตามแนวเทือกเขาเขตภูเขาไฟเก่า แถบ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปลูกทุเรียน มีรสชาติดีไม่แพ้ทุเรียนแถบเมืองจันทบุรีเลยทีเดียว


กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats