HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 01:00 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องเที่ยว
ทัวร์เปิดทอง...อีสาน ตอนที่ 4
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 8 มิถุนายน 2550

          คณะทัวร์อีสาน มาถึงอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เลยเวลาปิดทำการไปเล็กน้อย แต่ด้วยการประสานงานของไกด์ หนุ่มสาวทัวร์ จึงทำให้น้องๆ ยุวมัคคุเทศก์ทั้ง 3 คน ยังรอต้อนรับพวกเราอยู่

          เนื่องจากคณะทัวร์อีสานนี้ มีทั้งพวกเราคนไทยจากสหรัฐอเมริกาและเพื่อนร่วมคณะทัวร์ชาวอเมริกันอีก 2 คน คือ คุณ Jack จากเมืองเล็กๆ ในรัฐ Washington และคุณ Andy สามีของคุณแอ๊ด จากเมือง Long Beach

          บริษัทหนุ่มสาวทัวร์ มีไกด์พูดคล่องทั้ง 2 ภาษา คือไทยและอังกฤษ เวลาบรรยายสิ่งต่างๆ ให้ลูกทัวร์ฟัง ก็พูดทั้ง 2 ภาษา เพราะโปรแกรมทัวร์ของททท. แอล.เอนั้น ไม่ได้จำกัดแต่ขายทัวร์ให้คนไทยเท่านั้น เพื่อนอเมริกันของคนไทยก็ไป เที่ยวด้วยกันได้ หรือจะชวนเพื่อนที่อยู่ในเมืองไทย มาร่วมสมทบกับทัวร์เมื่อคณะทัวร์เดินทางถึงเมืองไทยแล้วก็ได้สะดวก มากๆ ค่ะ

          ยุวมัคคุเทศก์เหล่านี้ บางคนพูดภาษาอังกฤษได้คล่องดีทีเดียว ผู้เขียนถามว่าไปหัดพูดภาษาอังกฤษจากที่ไหนมา เขาตอบว่าจากการอบรมของททท. และฝึกจากคุณครูที่โรงเรียน

          ส่วนยุวมัคคุเทศก์ที่พูดภาษาไทยก็อธิบายได้ความรู้ดี ผู้เขียนไปกับกลุ่มที่พูดภาษาไทย เสียดายที่จำชื่อน้องทั้ง สองคนไม่ได้

          พวกเราจากอเมริกาชื่นชมน้องทั้งสองคนมาก เลยช่วยกันให้ tip เป็นกำลังใจ น้องเขาพูดจาน่ารักมาก บอกว่าเงินที่ ได้วันนี้ จะเอาไปใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็นในด้านการเล่าเรียน จะไม่เอาไปใช้จ่ายในเรื่องไม่จำเป็นเล่าเอาพวกเราปรบมือให้ น่ารักจริงๆ

          ปราสาทหินพิมาย มีหลายสิ่งที่น่าสนใจ ต้องไปดูเองให้เห็นกับตา ผู้เขียนเองเคยตั้งใจว่าจะไปเที่ยวมาหลายปีแล้ว เพิ่งได้ไปสมใจในครั้งนี้เอง

          คณะเราเดินทางมุ่งไปยังที่พักชื่อโคราช รีสอร์ต ซึ่งอยู่นอกตัวเมืองออกไป อยู่เขตอำเภอโชคชัย เราพักที่นี่เพราะ รีสอร์ต อยู่ใกล้กับตำบลด่านเกวียน ที่พวกจะไปชมเครื่องปั้นดินเผาในวันรุ่งขึ้น รีสอร์ตนี้ตั้งอยู่กลางทุ่ง เล่นเอาขาช้อป(ปิ้ง) ทั้งหลาย ไม่มีโอกาสไปกระจายรายได้เลย

          พวกเรารับประทานอาหารค่ำที่รีสอร์ตที่พัก โดยมีผู้ช่วยผู้อำนวยการททท. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต1 คุณชูเกียรติ โพธิโต มาร่วมต้อนรับพวกเราพร้อมกับคณะโปงลาง และนาฏศิลป์จากวิทยาลัยนาฏศิลป์โคราช

          ผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนากับผู้ช่วย ผอ.ชูเกียรติ เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาคอีสานของประเทศไทย โดยเฉพาะเขต 1 ที่ท่านรับผิดชอบอยู่ 4 จังหวัดได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษและนครราชสีมา (โคราช) ได้ความว่า

          ในปี พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในภาคอีสานเขต 1 นี้ ถึง 4 ล้าน 9 แสนคน ทำเงินให้ท้องถิ่น ได้ถึง 7 พันล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมมาเที่ยวเรียงตามลำดับได้แก่ 1.ญี่ปุ่น 2. สหรัฐอเมริกา 3. ฝรั่งเศส 4.เยอรมัน 5.อังกฤษ

          ในพื้นที่ของโคราชเอง มีสถานที่ท่องเที่ยวและธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง เช่น ปราสาทหินพิมายที่เราเพิ่งไป เที่ยวมา ผู้ช่วยฯ ชูเกียรติถามถึงยุวมัคคุเทศก์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผู้เขียนตอบว่าทุกคนประทับใจไกด์เด็ก เลยได้รับทราบ เพิ่มเติมว่ามีการอบรมเด็กนักเรียนในเขตอำเภอพิมายมาเป็นมัคคุเทศก์ถึง 4 รุ่นแล้ว ผลตามมาคือทำให้เยาวชนมีความรัก ในบ้านเกิดของตัวเอง

          นอกจากนั้นแล้ว เมื่อปี 2548 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่อำเภอปากช่องได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกล่าสุดของ ประเทศไทย

          ผู้ช่วยฯ ชูเกียรติ ฝากมาบอกชาวไทยในสหรัฐอเมริกาให้กลับบ้านมาเที่ยวอีสานบ้าง เพราะปัจจุบันอีสาน ไม่แล้งแล้ว เขียวชอุ่มแล้ว สิ่งที่ไม่เคยแล้งเลย คือน้ำใจของชาวอีสาน

          คืนนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสชิมหนึ่งในของดีโคราช คือผัดหมี่โคราช ซึ่งก็คือเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีความเหนียวเพราะทำ มาจากข้าวเหนียวนั่นเอง

          เช้าวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2550 หลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยพวกเราออกเดินทางไปหมู่บ้านด่านเกวียน แห่งอำเภอโชคชัย

          ประวัติ หมู่บ้านด่านเกวียนนั้นแต่เดิมพ่อค้าจากนางรอง บุรีรัมย์-สุรินทร์-ขุนหาญ-ขุขันธ์ เรื่องไปจนถึงเขมร จะเดินทาง เข้ามาติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวโคราชและมักจะพักกองคาราวานเกวียนกันเป็นประจำจนได้ชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านด่านเกวียน" และในขณะพักกองเกวียน พ่อค้าเหล่านั้นก็จะนำดินจากสองฟากฝั่งลำน้ำมูลมาทำภาชนะใช้สอยต่างๆ เช่น โอ่ง อ่าง ไห ปลาร้า ฯลฯ โดยลอกเลียนแบบจากชนชาวข่าว ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่อาศัยในพื้นที่แต่เก่าก่อน หลังจากนั้นเมื่อนำภาชนะเหล่านั้น กลับภูมิลำเนาของตนและด้วยคุณภาพพิเศษของภาชนะทั้งในด้านสีสัน ความคงทนต่อการใช้งาน จึงทำให้ภาชนะด่านเกวียน เป็นที่นิยมชมชอบของผู้คน จนได้รับการเผยแพร่มากขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งได้รับความสนใจยิ่ง จนกลายเป็นสินค้าหนึ่งในการ ค้าขายกันในยุคอดีตจวบจนปัจจุบัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่นิยมไปชมวิธีการผลิต ซื้อเครื่องปั้นดินเผารูปแบบต่างๆ และ สินค้าตกแต่งบ้าน

          ที่หมู่บ้านด่านเกวียนนี่เอง พวกเราขาช้อปได้มีโอกาสช้อปปิ้งกันอย่างสนุกสนาน ที่นี่มีสร้อยลูกปัดที่ทำจากดินเผา ลงสีสวยงามมาก ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ สร้อยยาวเพียงเส้นละ 50 บาท เมื่อเทียบกลับเป็นยูเอสดอลลาร์แล้วแค่ 4 เหรียญ เศษๆ เท่านั้น

          จุดหมายปลายทางของช่วงเช้าวันนี้ คือการไปเที่ยวปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ในเขตตำบลตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

          ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกายมีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรณที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หัน มานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาในช่วงนั้น

          ปราสาทพนมรุ้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาด เขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอด อันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ บันไดทางขึ้นช่วยแรกเป็น ตระพัง (สระน้ำ) สามชั้น ผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดิน ซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้ง 2 ข้างเป็นระยะๆ ถนนทางเดินนี้ทอดไปสู่สะพานนาคราชซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์

          กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมแซมและบูรณะปราสาทหินพนมรุ้ง โดยวิธีอนัสติโลซิส (ANASTYLOSIS) คือ รื้อของเดิม ลงมาโดยทำรหัสไว้จากนั้นทำฐานใหม่ให้แข็งแรง แล้วนำชิ้นส่วนที่รื้อรวมทั้งที่พังลงมากลับไปก่อใหม่ที่เดิม โดยใช้วิธีการ สมัยใหม่ช่วย และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปีพุทธศักราชที่ 2531 ได้มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอย่างเป็น ทางการ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2531 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน

          ผู้ที่จะมานำคณะเราขึ้นชมปราสาทหินพนมรุ้งในวันนี้ ได้แก่ มัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง คือ คุณเทอด คเชนชร ซึ่งถ้าดูจากรูปลักษณ์ภายนอกจะบอกไม่ได้เลยว่าคุณเทอดเป็นไกด์ชั้นยอดจริงๆ บรรยายสิ่งๆ ต่างเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน โดยเฉพาะตอนที่เล่าว่า ขบวนการบูรณะปราสาทหินพนมรุ้งนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก หินแต่ละก้อนจะต้องลองมาต่อกัน ให้สนิท ถ้าใช้ไม่ได้ก็ต้องรื้อมาลองทำใหม่ สภาพแวดล้อมของตัวปราสาทก็มีแต่ป่า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาบูรณะนานถึง 15 ปี เพราะแต่ละวันจะต้องเดินหาหิน (ลากเสียงยาว) กินเหล้า (แล้วก็) เฝ้าปราสาท


กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats