Quantcast
HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
Tuesday May 22, 2012 20:39
 

 

หน้าแรกสยามมีเดีย | เขียนตามคิด
โดย..... บุญส่ง ชเลธร
วิกฤติน้ำ : วิกฤติชาติ
14 ต.ค. 54

หมู่บ้านเสื้อแดง : ยุทธศาสตร์เพื่ออำนาจเบ็ดเสร็จ
7 ต.ค. 54

การเมืองไทย : ก้าวไม่พ้นทักษิณ
30 ก.ย. 54

การเมืองช่วงน้ำท่วมใหญ่
23 ก.ย. 54

พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ : วัดใจพรรครากหญ้า
16 ก.ย. 54

แต่งตั้งคนเสื้อแดง : ความกล้าในการจัดทัพ
9 ก.ย. 54

ส.ส.ร. 3 : บทใหม่ของความขัดแย้ง
2 ก.ย. 54

ประเด็นหนึ่งของนโยบายในการหาเสียงกับประชาชนของพรรคเพื่อไทย คือการชูประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยพรรคเพื่อไทยโดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นกองหน้าได้ออกมารณรงค์ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องยาวนาน และมีความพยายามที่จะลงมือปฏิบัติให้เป็นจริง ตั้งแต่สมัยที่คุณสมัคร สุนทรเวช คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และไม่เคยละความพยายามเลยแม้ในสมัยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
การเมืองในแท็กซี่เหลือง-แดง
26 ส.ค. 54

มีคนพูดกับผมเสมอๆว่าคนขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯนั้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นการพูดกันลอยๆจากความรู้สึก ไม่ได้อาศัยการวิจัยหรือข้อมูลจากโพลหรือเอ็กซิทโพลสำนักไหนๆทั้งสิ้น ครั้นได้นั่งแท็กซี่บ่อยครั้งเข้า ผมก็ชักคล้อยตาม แม้ว่าจะเจอแท็กซี่กลางๆที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเขาไม่เอาทั้งเหลืองและแดง หรือเจอแท็กซี่พันธมิตรที่วิจารณ์คุณทักษิณเรื่องการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย การแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัว ครอบครัวและพวกพ้อง การซุกหุ้นสารพัดภาค ไปจนถึงปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ 4. 6 ตารางกิโลเมตร ไปจนถึงการฮั้วผลประโยชน์น้ำมันและก๊าสธรรมชาติในอ่าวไทยระหว่างกลุ่มทุนการเมืองของไทยกับ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา
แล้วกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงก็เป็นปัญหากับรัฐบาล “ปู 1”
19 ส.ค. 54

ไม่มีใครไม่ยอมรับว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นกำลังจัดตั้งมวลชนที่สำคัญของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ เพราะในช่วงที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ เปลี่ยนมาเป็นพรรคพลังประชาชนแล้วก็ถูกยุบอีกเป็นครั้งที่สอง จนมาเป็นพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน ที่ข่าวลึกแต่ไม่ลับทั้งหลายลือกันแซ่ดว่ามีโอกาสที่จะถูกยุบอีกเป็นครั้งที่สาม ถ้าเพื่อไทยไม่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และกลุ่มที่ชงเรื่องการ“ยุบพรรค”เพื่อไทยเป็นครั้งที่สามจะอยู่ในอาการลังเลว่าเรื่องจะไม่ง่ายเหมือนสองครั้งที่ผ่านมา ยุบอีกทีเป็นครั้งที่สามก็ไม่ได้ทำให้พรรคนี้หายไปไหน นอกจากพักการเมืองผู้บริหารพรรคไปอีกจำนวนหนึ่งแล้ว พรรคก็ยังคงจะฟื้นขึ้นมาได้ในชื่อใหม่ และมีโอกาสใหญ่ไปกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ยิ่งลักษณ์ : ประเทศไทยจะยิ่งรักหรือยิ่งเละ
12 ส.ค. 54

แมลงวันในไร่ส้ม : เรื่องที่สื่อเองก็ไม่(กล้า)ตอบ
5 ส.ค. 54

ปชป. : ไม่ปรับขบวนก็ไม่โต
29 ก.ค. 54

พอผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์แม้จะยังรักษาแชมป์ได้ในเขตกรุงเทพฯ ชนิดตบหน้า Exit Poll จากทุกสำนัก จนคนทำโพลออกมาระล่ำระลักอธิบายความผิดพลาดที่ตัวเองไม่ยอมรับอย่างฟังไม่ได้ศัพท์แล้ว ผลการเลือกตั้งในขอบเขตทั่วประเทศ ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วนก็แพ้เพื่อไทยอย่างสุดกู่
นโยบายหาเสียง : ถึงเวลาทำให้เป็นจริง
22 ก.ค. 54

ผมเคยฟังคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง รู้สึกได้ว่าเธอไม่ใช่นักพูดแบบคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แพรวพราวไปด้วยไหวพริบและลูกล่อลูกชน ยิ่งคุณอภิสิทธิ์เป็นคนทำงานด้วยแล้วข้อมูลจะแน่นมาก ใครเผลอเข้าไปอภิปรายด้วยถ้าไม่แม่นจริง มีสิทธิเจ็บตัว แต่คุณยิ่งลักษณ์เธอมีเสน่ห์ของความเป็นหญิง และความใสซื่อของคนที่คราบไคล้ความเป็นนักการเมืองยังไม่จับต้อง การที่เธอไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ก็คือการไม่มีแผลทางการเมืองเช่นกัน ข้อนี้กลายเป็นจุดเด่นที่เป็นเกราะคุ้มครองเธอไปโดยปริยาย
แกนนำแดง : กับตำแหน่งรัฐมนตรี
15 ก.ค. 54

ถ้าดูตามการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่ผ่านมาของทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะมีพรรคไหนเป็นแกนนำในการจัดตั้ง และใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม การจัดวางคนให้ลงตัวกับตำแหน่งรัฐมนตรี ถือเรื่องสัดส่วนเป็นสำคัญ โดยดูจากจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคหรือแต่ละกลุ่มมี ซึ่งจะอยู่ในราว 5-7 คนต่อหนึ่งตำแหน่งรัฐมนตรี มีบางหนเหมือนกันอย่างที่เห็นชัดในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา ดร.มั่น พัธโนทัย จากพรรคมาตุภูมิ รวบรวมส.ส. ได้ 3 คนก็รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังไป
น้ำผึ้งพระจันทร์ : รัฐบาลยิ่งลักษณ์
8 ก.ค. 54

ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวจากตำแหน่ง ผบ. ทบ. ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นที่ฮือฮามาก ผู้คนต่างรอคอยด้วยความหวังและความชื่นชม ซึ่งก็ด้วยบุคลิกที่สุขุมและประวัติชีวิตไม่มีด่างพร้อย แต่หลังจากดำรงตำแหน่งได้ไม่นาน ท่านก็พบกับการวิพากษ์วิจารณ์และส่อเสียดจากสื่อจากประชาชนที่เคยชมชอบ
บทเรียนเลือกตั้ง : บทเรียนประชาชน
1 ก.ค. 54

อีก 2 วันก็จะถึงวันเลือกตั้งครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ครั้งนี้มีปรากฏการณ์แบ่งขั้วแยกสีกันชัดเจนระหว่างสองพรรคใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงข้ามกัน ไม่เหมือนสมัยก่อนๆที่สู้กันเฉพาะในตอนหาเสียงเหมือนเอาเป็นเอาตาย แต่พ้นวันเลือกตั้งก็กลับมากอดคอร่วมสรวลเสเฮฮา และแบ่งเค้กประเทศไทยเหมือนปกติ
เลือกตั้งโค้งสุดท้าย : สู้หมดหน้าตัก
24 มิ.ย. 54

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง จะเห็นการหาเสียงที่รุนแรงมากขึ้น และความพร้อมที่จะเทหน้าตักหรือดับเครื่องชนของหลายๆพรรคการเมือง ที่หวังจะได้เสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาลหรือเข้าร่วมกับรัฐบาลในเดือนหน้า ที่เห็นอีกอย่างคือสภาพวิตกจริตของหลายพรรคการเมืองที่เก็บอาการไม่อยู่ เมื่อผลโพลออกมาว่าจะได้ที่นั่งในสภาฯน้อยมากหรือน้อยเกินกว่าการคาดหมาย
หลังเลือกตั้ง : บ้านเมืองต้องสงบ
17 มิ.ย. 54

 

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats