HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2551 08:56 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
วันสำคัญเดือนพฤษภา
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 9 พฤษภาคม 2551

โดย.....นภา อัมพร

       วันสำคัญ ในเดือนพฤษภาคม นอกจากวันแรงงาน วันเสรีภาพหนังสือพิมพ์โลก วันฉัตรมงคล วันกาชาดโลก แล้ว ในวันที่ 31 พฤษภาคมยังเป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” อีกด้วย  

       วันงดสูบบุหรี่โลกจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1988 โดยองค์การอนามัยโลก เนื่องจากเล็งเห็นอันตราย ของบุหรี่ต่อสุขภาพของผู้สูบบุหรี่และผู้ไม่สูบบุหรี่แต่ได้รับควันบุหรี่ การจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลกก็เพื่อกระตุ้นให้ผู้สูบบุหรี่เลิก สูบ และให้รัฐบาลชุมชนและประชากรโลก ตระหนักถึงความสำคัญและเข้าร่วมกิจกรรม องค์การอนามัยโลกระบุชัดเจนว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่สามารถป้องกันได้ และกำหนดให้ วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก

       ข้อมูลจาก sanook.com ระบุว่าทุกปี ที่ประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้รณรงค์ในวันดังกล่าว เพื่อเชิญชวน เลิกบุหรี่ให้ประชาชนตระหนักถึงความรุนแรงพิษภัยต่อสุขภาพที่เกิดจากบุหรี่ ในแต่ละปีได้มีการกำหนดคำขวัญ อย่างเช่น

       "บุหรี่หรือสุขภาพ ต้องเลือกสุขภาพ"  "ตายผ่อนส่งด้วยบุหรี่ สิ้นศักดิ์ศรีสตรีไทย" "เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากบุหรี่" "ปีแห่งการรณรงค์ สาธารณสถานและยวดยานปลอดควันบุหรี่" " ที่ทำงานปลอดบุหรี่ สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย" "บุคลากร สาธารณสุขสร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่" "ทุกสื่อร่วมใจต้านภัยบุหรี่"

       "บุหรี่มีพิษภัย ทำลายไกลกว่าที่คิด" "ศิลปะและกีฬาไม่พึ่งพาบุหรี่ ถวายองค์ภูมี ปีทรงครองราชย์" "โลกนี้สดใส ทุก ฝ่ายร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่" "เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากบุหรี่" "อนาคตมีคุณค่า เมื่อบอกลา เลิกบุหรี่" "บันเทิงได้แม้ไร้ควัน บุหรี่" " เห็นใจคนรอบข้าง ร่วมสร้างอากาศสดใส ปลอดจากภัยควันบุหรี่"

       "กีฬาปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ" "ภาพยนตร์ปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ " "บุหรี่;ยิ่งสูบ:ยิ่งจน"  " ครอบครัว ปลอดบุหรี่ จะมั่งมีและแข็งแรง" "ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่" “บุหรี่ทุกชนิด นำชีวิตสู่ความตาย” เป็นต้น ฯลฯ

       ทั้งนี้ยังได้ให้ข้อมูลประชาชน ไม่ให้หลงเชื่อคำโฆษณาข้างซองบุหรี่บางประเภท หรือบางยี่ห้อ ที่ใช้คำว่า ไลท์, อัลตรา ไลท์, มายด์, โลว์, ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นบุหรี่ชนิดอ่อน หรือบุหรี่กลิ่นผลไม้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ชนิดใดๆ ถือเป็น อันตรายต่อสุขภาพทั้งนั้น เพราะมีสารพิษ ได้แก่ สารทาร์ หรือน้ำมันดินและนิโคติน 

       บุหรี่กลิ่น รสต่างๆ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิง เยาวชนวัยรุ่นทั่วโลกรวมทั้งไทย เป็นกลุ่มสำคัญของบริษัทบุหรี่ที่ใช้เป็น กลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ ได้มีการผลิตบุหรี่รสชาติใหม่ รูปลักษณะสดใส มวนเรียว เล็ก บาง ที่ปรุงแต่งกลิ่น เช่น กลิ่นมะนาว แอปเปิล ช็อกโกแลต สตรอเบอรี่ วานิลา หรือลูกกวาด เป็นต้น เป็นการล่อให้เยาวชนโดยเฉพาะผู้หญิงสูบกันมากขึ้น ขณะนี้ ในไทยพบว่ามีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ดังกล่าวมาวางขายในร้านใกล้สถานศึกษา และตามแหล่งที่เยาวชนชอบไปเที่ยวเป็น สินค้ามฤตยู

       ผลสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2547 พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่กว่า 11 ล้านคน หรือทุก 6 คน จะพบคนสูบบุหรี่ 1 คน

       จากการประเมินความสูญเสียที่เกิดจากพิษควันบุหรี่ในปี 2547 มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากบุหรี่เพียง 3 โรค คือ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ และโรคมะเร็งปอด มีมูลค่าสูงอย่างน่าตกใจถึง 44,050 ล้านบาท หรือประมาณ 1 ใน 5 ของค่าใช้จ่ายสุขภาพในปีเดียวกัน

       นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หลังจาก สธ. ได้ออกมาตรการห้ามโชว์บุหรี่ ณ จุดขายทั่ว ประเทศ ผลปรากฏว่า ยอดขายบุหรี่ลดลงร้อยละ 30

       อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายบุหรี่รายใหญ่ผลิตตู้วางบุหรี่เป็นพลาสติกใสด้านหน้าตู้ระบุคำว่า สหสามมิตร นำแจกไปตามร้านค้ารายย่อยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งหลังจากการสอบถามเจ้าของร้าน ทราบว่าได้มีการแถมบุหรี่ ให้จำนวน 5 ซอง เพื่อนำมาวางโชว์

       เข้าข่ายกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 ตามมาตรา 6 คือ การซื้อบุหรี่แถมสินค้า หรือซื้อสินค้าแถมบุหรี่ มาตรา 7 คือ การแจกผลิตภัณฑ์ยาสูบในลักษณะที่ให้เป็นผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง และมาตรา 8 คือ การห้ามโชว์บุหรี่ที่จุดขาย มีโทษปรับ 200,000 บาท

       ควันบุหรี่เต็มไปด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น คาร์บินมอนอกไซด์ แอมโมเนีย อาร์เซนิก ปรอท ฟอร์มาล ดีไฮด์ และสารก่อมะเร็งอื่น ๆ ผลการสำรวจพบว่า คนทำงานในผับ บาร์ ไนต์คลับ ตรวจพบสารนิโคตินในเลือดค่อนข้างสูง ทั้งที่ไม่ได้สูบบุหรี่เอง เพราะสูดควันบุหรี่มือสองจากคนอื่น

       พบว่า คนสูบ 1 คน พ่นควันพิษให้กับคนอื่น ๆ อีก 9 คน คนที่สูบ 20 มวนต่อวัน มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้นเป็นเงา ตามตัว คนสูบมีโอกาสเป็นสูงถึง 20 เท่าของคนไม่สูบ พ่อที่สูบบุหรี่ขณะที่ลูกอยู่ด้วย ลูกมีโอกาสป่วยเป็นหอบหืดถึงร้อยละ 20-40

       ข้อมูลจาก มติชน บุหรี่ ต้นเหตุแห่งโรคร้ายที่แฝงมากับควันสีเทา แม้การรณรงค์ที่ผ่านมาจะทำให้หลายคนได้ทราบถึง พิษภัยของบุหรี่ จนถึงขั้นเลิกสูบบุหรี่ได้ ซึ่งก็เป็นไปด้วยความยากเย็นแสนเข็ญ เพราะบุหรี่นั้น เริ่มง่าย... แต่เลิกยาก

       จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในระหว่างปี 2531-2549 จำนวนผู้ที่สูบบุหรี่ทั่วประเทศลดลงเรื่อยๆ แต่ กทม.กลับเป็นพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะข้อมูลในปี 2549 ทุกภาคมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลงจากปี 2547 แต่ กทม. กลับมีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.8 ในปี 2547 เป็นร้อยละ 13.9 ในปี 2549

       แม้แนวโน้มของผู้สูบบุหรี่ในวัยผู้ใหญ่จะลดลง แต่ทุกปีก็จะมีนักพ่นควันหน้าใหม่เข้ามาแทนที่อยู่เสมอ และนักพ่นควัน หน้าใหม่ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในวัยละอ่อน ที่ความอยากรู้ อยากลอง พาไปสัมผัส

       การรณรงค์ในวันงดสูบบุหรี่โลก เป็นการจุดประกายความคิดให้นักพ่นควัน ได้ตระหนักถึงภัยร้ายของบุหรี่ และเพื่อให้การ รณรงค์งดสูบบุหรี่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

       ถึงแม้การสำรวจจะพบว่า ภาพคำเตือนข้างซองช่วยลดการสูบบุหรี่ได้เพียงร้อยละ 32.5 ของผู้สูบบุหรี่เท่านั้น โดยลด อัตราการสูบลงเหลือ 1-7 มวนต่อวัน จากที่เคยสูบบุหรี่สูงสุด 15 มวนต่อวัน แต่การมีภาพคำเตือนข้างซอง ก็ช่วยให้เมื่อ หยิบซองบุหรี่ขึ้นมาครั้งใด จะได้เตือนใจตัวเองว่า หากยังพ่นควันไม่เลิกก็จะไม่ต่างจากภาพคำเตือนข้างซอง !

       โดยเฉพาะ โรคมะเร็งปอด ที่มีสาเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่ หากป่วยถึงขนาดต้องนอนให้ออกซิเจนบนเตียง ตาม ภาพคำเตือนข้างซอง

       ผู้ป่วยจะต้องกินยารักษามะเร็งเม็ดละ 3,000 บาท หากเป็นโรงพยาบาลของรัฐ จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 120,000 บาทต่อเดือน ไม่รวมกับที่ต้องทนทรมานจากการที่ต้องหายใจผ่านเครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ความยากลำบากในการกลืน อาหาร และความทุกข์ยากอื่นๆ

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats