|
โดย.....นภา อัมพร
คำขวัญของสุรินทร์บอกว่า "สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมดี มากมีปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม พร้อม วัฒนธรรม"
จังหวัดสุรินทร์มีระยะทางห่างจาก กรุงเทพฯ 454 กิโลเมตร พื้นที่ 9,101.381 ตารางกิโลเมตร
เป็นจังหวัดที่มีรายได้ประชากรค่อนข้างน้อย แต่มี งานช้าง เป็นงานที่สามารถดึงเอาเงินตรา เข้ามายังจังหวัดได้ มากมาย
เพราะมีผู้คนจากทุกสารทิศ หลั่งไหลไปชม
เหมือนได้ร่วมในสมรภูมิรบในประวัติศาสร์ เพราะหัวใจของงาน คือการจำลองสงคราม จัดทัพช้างตามแบบโบราณ แล้ว ทั้งสองฝ่ายออกมาสู้รบกัน
ถือได้ว่ายิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุด โดยไม่มีที่ใดในโลกจะทำได้ เพราะไม่มีความพร้อมเท่าที่จังหวัดสุรินทร์ ไม่ว่าปริมาณ จำนวนของช้าง และบุคคลากรที่ดูแลช้าง
นอกจากนี้ ช้างที่ใครๆคิดว่าเป็นสัตว์ใหญ่ ฝึกยาก ยังแสดงความสามารถด้วยการเตะฟุตบอลเป็นทีม วดรูปด้วยพู่กัน รวมถึงการขี่จักรยาน ฯลฯ ทุกโชว์ล้วนตื่นตาตื่นใจเต็มอิ่ม
ที่จังหวัดสุรินทร์ ได้มีการการชุมนุมช้างครั้งแรกของจังหวัดสุรินทร์ พ.ศ.2498 ข่าวว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่า 300 เชือก ที่บริเวณหนองสก็วล มืดดำไปหมด
และนั่นก็อาจถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการก่อตัวของ "งานช้าง" ก็ว่าได้
ว่ากันว่าคนสุรินทร์เองไม่ได้ตื่นเต้น เพราะชาวบ้านเห็นช้างจนชิน เหมือนกับเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างเช่นที่คนจังหวัดอื่นเห็น วัวควาย
ข่าวบอกว่า ช่วงนั้นมีเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะมีเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ของทางราชการ มาลง แต่ไม่มีใครบอกได้ว่า ทำไม่หรือธุรกิจเรื่องใด
เพียงแต่ทำให้ชาวบ้านทั้งใกลและใกล้ หลังไหลมาดูเครื่องบิน
ว่ากันว่าหนุ่มสุรินทร์ยุคนั้น แทบทุกคนมีช้างเป็นสมบัติส่วนตัว อาจเหมือนคนยุคนี้ที่มีมอเตอร์ไซค์ หรือมีรถกระบะ
ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องนั่งรถไปดู แต่สมัยนั้น หนุ่มๆ ทุกคนนั่งช้างไปชม
ทำให้เกิดการชุมนุมช้างดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ข้อมูลในเวปไซด์ของจังหวัดระบุว่า
จากจุดของการรวมช้างครั้งแรก เมื่อปี 2498 นั้น ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป ดังนั้นอำเภอท่าตูม โดย นายวินัย สุวรรณกาศ นายอำเภอท่าตูมในสมัยนั้น
จึงมีดำริจัดงานแสดงช้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2503 เพื่อเป็นการฉลองที่ว่าการอำเภอท่าตูมหลังใหม่ และจัดให้เป็น งานประจำปีขึ้น โดยจัดณ บริเวณสนามบินเก่า อำเภอท่าตูม
ปัจจุบันเป็นบริเวณโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2503
ในงานนี้มีการแสดงการเดินขบวนแห่ช้าง การแสดงการคล้องช้าง และการแข่งขันช้างวิ่งเร็ว โดยมีช้างเข้าร่วมแสดง ราว 60 เชือก นอกจากการแสดงของช้างแล้ว ยังมีงานรื่นเริงอื่นๆ อาทิ การแข่งขันเรือ การแข่งขันกีฬาอำเภอ กลางคืน มีมหรสพตลอดคืน นับเป็นการจัดงานช้างครั้งแรกซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก
ข้อมูลจากเวปกระดานดำ บอกว่า เทศกาลงานช้างของจังหวัดสุรินทร์ในปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทัน สมัยขึ้น เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่หลั่งมาจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ แต่ก็ยัง เน้นการผูกเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ โดยในการแสดงนั้นได้จัดแสดงถึงความสัมพันธ์ของคนกับช้างไว้เป็นฉากๆ
อย่างเช่นฉากที่แสดงให้เห็นถึงโขลงช้างขนาดใหญ่ โดยการนำช้างที่มาร่วมในงานแสดงเกือบทั้งหมดเดินพาเหรด เข้าสู่สนาม และแสดงถึงความเป็นอยู่ตามธรรมชาติของช้างที่จะต้องมี ผู้นำคือจ่าโขลงท่านที่ไม่เคยเห็นช้างนับร้อยเชือก ก็จะได้เห็นในงานนี้นี่แหละจะเรียกได้ว่าเป็นโขลงช้างเอเชียที่มีช้างมากที่สุดก็ว่าได้
จะเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของของชาวกูยเลี้ยงช้าง และในฉากนี้จะเป็นการจำลองวิธี การเซ่นผีปะกำก่อนที่จะออกไป คล้องช้างในป่าซึ่งในงานนี้ได้เชิญหมอเฒ่าหรือปะกำหลวง ตัวจริง ผู้ที่เคยจับช้างป่าในป่ามาแล้ว มาแสดงให้เราๆ ท่านๆ ได้ชมกัน
มีการจำลองวิธีวิธีการคล้องช้าง หรือการโพนช้างในปา และเมื่อได้ช้างป่ามาแล้ว ก็เป็นการฝึกช้างในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสามารถเรียกเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และการคอยลุ้นเอาใจช่วยในการไล่คล้องช้าง
การแสดงประเพณีและวัฒนธรรมของชาวสุรินทร์ให้ได้ชมกัน เช่น การแสดงเรือมอันเรการเซิ้งบั้งไฟ ประเพณีสงกรานต์ งานแห่พระ และแสดงให้เห็นถึงการใช้ช้างในงานประเพณีต่างๆ ด้วย
ต่อมาในปี พ.ศ.2505 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติตามที่ อสท. เสนอให้การจัดงานแสดงช้างของจังหวัดสุรินทร์เป็น งานประจำปีของชาติ และได้มีการย้ายสถานที่จัดงานมาจัดที่ตัวเมืองสุรินทร์ และงานนี้ได้จัดติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งปีนี้ 2551 จัด ขึ้นเป็นปีที่ 48 โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมวัฒนธรรมและ ประเพณีอันดีงามของจังหวัดสุรินทร์ ตลอดจน เพื่ออนุรักษ์การแสดงช้างให้ยั่งยืนตลอดไป
|