HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 01:04 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
พบไหหิน 2,000 ชิ้นในเชียงขวาง
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 22 กุมภาพันธ์ 2551

โดย.....นภา อัมพร

       อ่านข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ ฉบับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551 เรื่อง “ทุ่งไหหิน” ก็เลยจะขออนุญาตพัก เรื่องเที่ยวพิษณุโลกเอาไว้ก่อน

       ข่าวบอกว่า เจ้าหน้าที่ลาวกับเจ้าหน้าที่องค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติยังคงค้นหา “ไหหิน” ต่อไป หลังจากพบว่า ยังมีอีกอย่างน้อย 2,000 ชิ้นฝังอยู่ใต้ดินแขวงเชียงขวาง ปัจจุบันกำลังค้นหาอยู่ในท้องที่เมืองหนองแฮด ติดกับชายแดน เวียดนาม ซึ่งพบว่ามีไหหินเกาะกลุ่มในจำนวนที่แน่นหนามาก

       ผมอ่านข่าวนี้ด้วยความรู้สึกยินดี ตามประสาของคนที่ชอบของโบราณ ไม่ว่าสิ่งนั้นๆ จะเป็นสมบัติของชนชาติใด แต่ที่สุด แล้วสมบัติทั้งหลาย คือหลักฐานความเป็นมาของมนุษย์ชาติ

       เป็นที่แน่นอนนะครับว่าลาวเป็นชนชาติที่มีบรรพบุรุษเดียวกับชาวไทย ที่อพยพจากตอนใต้ของประเทศจีน

       สำหรับประเทศลาว ในประวัติศาสตร์ของลาวเองบอกว่า เริ่มต้นสร้างบ้านแปงเมืองที่อาณาจักรล้านช้าง ตรงบริเวณลุ่ม แม่น้ำโขง ใกล้แถบแม่น้ำติง มีเมืองเชียงดงและเมืองเชียงทอง เป็นเมืองหลวง คนลาวนั้น ครึ่งหนึ่งเป็นชาวลาวแท้ๆ นอกนั้น ก็ล้วนเป็นชนกลุ่มน้อยมากกมายหลายชนเผ่า แต่ถ้าจะจัดหมวดหมู่ จะได้ประมาณ 3 กลุ่ม คือ ลาวลุ่ม ลาวเทิง และลาวสูง

       ต่อมาเมืองเชียงดง เชียงทองเปลี่ยนมาเป็นเมืองหลวงพระบาง มีความเจริญทางด้านพระศาสนา จนถึงสมัยพระเจ้า โพธสาร ได้ย้ายเมืองหลวงลงมาที่เวียงจันทน์ มีความสุขสมบูรณ์เรื่อยมา จนในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช อาณาจักร ร่มขาวเวียงจันทน์ มีความเจริญสูงสุด ประชาชนมีความศรัทธาเจ้ามหาชีวิตเป็นอย่างยิ่ง แต่พอหลังจากรัชสมัยของพระองค์ เพราะประเทศเพื่อนบ้านสองสามประเทศรวมทั้งไทย ทำให้ ลาวแตกเป็น 3 อาณาจักร คือหลวงพระบาง เวียงจันทน์ และ จำปาสัก ไปอย่างน่าเสียดาย

       เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ได้พยายามกู้ชาติ แม้ทำได้ไม่สำเร็จ กระนั้นท่านก็ได้รับการยกย่องจากประวัติศาสตร์ จากนั้น ชาวลาวยังต้องผจญกับพวกจีนฮ่อธงเหลืองจากยูนนาน ผจญกับฝรั่งเศส หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ลาวประกาศเอกราช แต่ ฝรั่งเศสก็ยังมาสูบเอาผลประโยชน์ไม่สิ้นสุด  ต่อเมื่อฝรั่งเศษพ่ายแพ้ที่เดียนเบียนฟู ลาวจึงมีเอกราชอย่างสมบูรณ์ แต่ก็มี ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายใน

       ในเดือนธันวาคม ปี 1975 ขบวนการประเทศลาวประกาศชัยชนะ สถาปนาประเทศใหม่ชื่อว่า “สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว” หรือ สปป.ลาว ปกครองประเทศอย่างเข้มงวดตามแนวคอมมิวนิสต์ แต่ต่อมาค่อยคลายลง ในสมัยท่านหนูฮัก ลาวเริ่มเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว ชาวลาวที่จากบ้านเริ่มได้กลับไปเยือนถิ่น นำความรู้ ไปช่วยกันพัฒนาประเทศ ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านก็ดีขึ้นตามลำดับ

       กลับมาที่ทุ่งไหหิน ประติมากรรม “รูปไห” ที่วางระเกะระกะอยู่บนเนินเขา ในเขตที่ราบสูง “ตรันนิน” อยู่ใน เมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง

       มีหลายขนาด คร่าวๆ ขนาดกลางๆ ก็สูงพอๆ กับคน นอกนั้นใหญ่กว่าบ้างเล็กกว่าบ้าง 

       ในไหบางใบยังพบโครงกระดูกมนุษย์ มีเครื่องประดับประเภทลูกปัด และเครื่องประดับที่ทำด้วยสำริด ทำให้นักโบราณ-คดีสันนิษฐานว่า ทุ่งไหหินน่าจะเป็นสุสาน หรือพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตายของคนในสมัยโบราณ อย่างถ้าเราไปในสุสานฝรั่ง จะเห็นแท่งหินใหญ่น้อย สลักชื่อผู้ตายเอาไว้บนลานหญ้าที่กว้างใหญ่  ไหหินก็น่าจะเป็นเรื่องราวที่คล้ายๆ กัน

       เข้าใจว่าไหเหล่านั้นคงเป็นที่เก็บศพ บรรจุแล้วเขาทำฝาหินปิดเอาไว้ คงเป็นเช่นนั้นทุกใบ น้ำหนักของฝา กันพวกสัตว์ ต่างๆ มารบกวน แต่เมื่อเวลาล่วงเลยเป็นพันๆ ปี ก็ผุกร่อนไปตามกาล

       สะท้อนให้เห็นว่า ที่ตรงนี้เป็นแหล่งที่มีความเจริญอยู่ไม่น้อยในยุคนั้น

       แต่เจ้าของอารยธรรมไหหินเป็นใคร ยังเป็นที่คาดเดา บ้างก็ว่า อาจจะเป็นฝีมือของพวกจามในเวียดนาม ที่ล่มสลายไป แล้ว บ้างก็ว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวลาวเทิง บ้างก็ว่าเป็นชนชาติ ข่า ขมุ ต้นกำเนิดของชาว ขอม เขมร ซึ่งชนชาตินี้รู้จักการ แกะสลักหินมาช้านานหลายชั่วอายุคน สามารถตัดหินจากภูเขา เป็นแท่งหนักเป็นตันๆ แล้วชักลากไปได้ด้วยแรงคน

       ทุ่งไหหินไม่ได้อยู่บริเวณเดียวนะครับ ข้อมูลจากคนที่เคยไปเห็นบอกว่า กลุ่มแรก ห่างจากตัวเมืองโพนสะหวัน ทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ ไปทางเมืองคูนเมืองหลวงเก่า ระยะทางประมาณ 7.5 กิโลเมตร มีไหหินกระจัดกระจายอยู่ในทุ่งหญ้า ประมาณ 200 ใบและมีขนาดใหญ่กว่าในกลุ่มอื่นๆ

       ที่ตรงนี้วิวสวย อยู่บนเนินมองเห็นตัวเมืองโพนสะหวัน เห็นเนินยนต์ (สนามบิน) และกองทัพอากาศ

       ช่วงสงคราม ถูกระเบิดจากเครื่องบินบี 52 ถล่มแตกเสียหายก็ไม่น้อย ยังตำหนิกันจนทุกวันนี้ว่า ทหารอเมริกัน ไม่น่าจะ ถึงกับทำลายโบราณสถาน

       ถัดมาจากเมืองโพนสะหวันลงมาทางทิศใต้ ประมาณ 25 กิโลเมตร บริเวณภูสลาโต มีกลุ่มไหหินอยู่บนทุ่งกว้าง แต่น้อย กว่ากลุ่มแรก ประมาณเกือบครึ่งหนึ่ง

       อีกแห่ง ลงมาจากกลุ่มไหหินภูสลาโต ราว 10 กิโลเมตร  พบไหหินประมาณ 150 ใบกระจายอยู่บนเนินเขาลูกเล็ก เรียกกันว่า “กลุ่มไหหินลาดค่าย”

       คนลาว เขามีตำนานไหหิน ผมขอเอามาเล่าต่อ (แต่ถ้าเล่าผิดเพื่อนคนลาวก็ขออภัยนะครับ) บอกว่า ทุ่งไหหิน คือไห เหล้าของท้าวเจื่อง หรือท่านเจื่อง วีรบุรุษคนสำคัญ รบชนะแล้วเอาเหล้าใส่ไหมาแบ่งให้ทหารกินกัน

       ย้อนมาข่าวในผู้จัดการ บอกอีกว่า

       อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถขุดไหหินลึกลับเหล่านั้นให้โผล่ขึ้นมาจากดินได้ ตลอดจนยังไม่ทราบว่าจะมีวิธี การใดในการขุดค้นดังกล่าว ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.) เจ้าหน้าที่ลาวกับเจ้าหน้าที่ ยูเนสโกได้ร่วมกันค้นหาไหหินมาแรมปีในหลายเขตเมืองแต่ก็ยังค้นพบใหม่อยู่เรื่อยๆ

       อาจจะเป็นไปได้ว่าจะต้องกลับไปค้นหาอย่างเป็นระบบอีกครั้งหนึ่งในทุกเขตเมือง ทั่งทั้งแขวงเชียงขวาง เชื่อกันว่า ไหหินอยู่ที่นั่นมานายเกือบ 2,000 ปี

       ปัจจุบันทุ่งไหหินได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่ง เดี๋ยวนี้ไปมาสะดวกเพราะจากตัวเมืองโพนสะหวัน ถนน เข้าถึง เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เสียค่าใช้จ่ายสำหรับบำรุงรักษาเล็กน้อยเท่านั้น

       เมืองลาวยังงดงามบริสุทธิ์ เหมาะอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ลาวยังมีของดีอีกมากมายไม่ว่าจะ เป็นน้ำตกกลางแม่น้ำโขง เกาะแก่ง ดอนต่างๆ ภูเขาต้นไม่ป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ ดีใจหากทุ่งไหหินจะได้รับการ พัฒนาและสำรวจอย่างถูกวิธี

       และหวังว่า วันหนึ่งเราคงได้ไปเยี่ยมยาม.

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats