HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:44 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
ของฝากจากแฟนๆ
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 15 กุมภาพันธ์ 2551

โดย.....นภา อัมพร

       หลบการเมืองมาเขียนเรื่องวัดเรื่องวา ยังไม่วายที่พรรคพวก จะส่งเรื่องการเมืองมาให้อ่าน เป็นบทกลอน บอกมาว่า “ไว้อาลัยให้ประเทศ” อ่านคนเดียวจะไปได้เรื่องที่ไหน ก็เลยเอามาฝากท่านผู้อ่านอีกต่อหนี่ง แต่กลอน บทนี้ “ฮ็อท” เหลือเกิน จึงต้อง ขออนุญาตแก้สำนวนนิดหน่อย อาจจะทำลายอรรถรสไปลงบ้าง แต่ก็ต้องยอม เพื่อไม่ให้เดือดร้อนถึง กอง บก. ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูนะขอรับ  

              เฮ้อ . . อนาถวาสนาชะตาประเทศ
       ต้องอาเพสคำสาบด้วยบาปหนา
       ประชาชนต้องทนทุกขเวทนา
       จมูกหมู่ ปากหม่า เป็นนารกฯ

              ทั่นยงยวยตู้เย็นเป็นประทาน
       ดูประจานทั้งสะพาน่าตลก
       ทั้ง “ตัวเฮี่ย” ตัวห่าหน้าซกมก
       ถูก “ไอ้แว้ว” มันจับยกมันชักใย

              รองนารกฯแต่ละตัวมั่ว “อิ๊บอ๋าย”
       โง่เหมือน “ฟาย” แต่ได้ดีมีที่ไหน
       ทั่น “เฉิมละ” ก็ได้คุมมะหาดไท
       คงสะใจลูกชายได้คุมบาร์

              รอมอตอ แต่ละตัวคงมั่วแหลก
       งบประมาณฯแบ่งกัน แด- แจกถ้วนหน้า
       แต่ละตนคงอิ่มเอมเปรมอุรา
       เวทนาสุดสมเพชประเทศเรา

              ซวยจากนี้ไปกี่วันยังไม่รู้
       แต่เดาดูอนาคตหดเหี่ยวเฉา
       คนปู้ยำทำปู้ยี่ ประเทศเรา
       ส่งความเศร้าอาลัยด้วยช่วยอีกคน.

       จบแค่นี้แหละครับ คนเขาอยากระบาย  อ่านแล้วอย่าคิดอะไรมาก

       เมื่อตอนที่แล้วได้เล่าเรื่องเมืองพิษณุโลก กล่าวถึงพระพุทธรูปสำคัญที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดใหญ่” และวัดจุฬามณี ซึ่งเป็นวัดที่พระบรมไตรโลกนาถทรงผนวช และจำพรรษาอยู่นานถึง 8 เดือน

       ในฉบับนี้ขอนำท่านออกไปนอกเมือง เพราะพิษณุโลกยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่ง เช่นวังทอง อำเภอใน เพลงที่ ยอดรัก สลักใจ ร้อง “ไอ้หนุ่มวังทองหลงมองสาวเมืองพิจิตร ฯลฯ” มีเขาลูกหนึ่งชื่อ “เขาสมอแครง” พบรอยพระพุทธ-บาทตะแคง สลักบนก้อนหินก้อนใหญ่ เป็นที่เคารพสักการะมาก จนกลายเป็นวัด ชื่อวัดพระพุทธบาทเขาสมอแครง ที่นี่ก็น่า สนใจ

       หรือจะไปสวนรุขชาติสกุโณทยาน อยู่กิโลเมตรที่ 33 เส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก แยกเข้าไปอีกประมาณครึ่งกิโลเมตร ในสวนมีน้ำตกขนาดเล็ก ชื่อน้ำตกวังนกแอ่น นอกนั้นยังมี อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง กับอุทยานแห่งชาติชาติตระการ

       หน้าฝนก็มีน้ำตกสวยหลายแห่ง เช่นน้ำตกแก่งซอง น้ำตกปอย และน้ำตกแก่งโสภา แต่หน้าแล้งน้ำอาจจะไม่แรงเท่า ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่บนเส้นทางพิษณุโลก - หล่มสักทั้งสิ้น

       นอกจากนี้ พิษณุโลกยังมีสถานที่สำคัญอันยิ่งใหญ่อีกแห่งนั่นคือ “ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”  ซึ่งอยู่ภายในบริเวณ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ภายในศาลประดิษฐานพะบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯ ประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ขวาถือ คณโฑทอง (สุวรรณภิงคาร)  ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก พระหัตถ์ซ้ายทรงพระขรรค์วางบนพระเพลา

       ขอเล่าประวัติศาสตร์ในส่วนนี้พอสังเขป เมื่อพ.ศ. 2091 สมัยพระเจ้าจักรพรรดิถูกพม่ารุกราน สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ปลอมเป็นชายเข้าร่วมสงคราม ถูกพระเจ้าแปรฟันขาดคอช้าง พระมหาธรรมราชา (ราชบุตรเขย)  และพระราเมศวร ถูกพม่าจับ ตัวไป กรุงศรีอยุธยาจึงต้องส่งช้างพลายศรีมงคล และพลายมงคลทวีป ไปแลก 2 พระองค์กลับมา จากนั้นพม่าให้พระมหา-ธรรมราชาครองเมืองพิษณุโลกขึ้นตรงกับหงสาวดี

       ปี พ.ศ. 2106 บุเรงนองยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา ยิงปืนใหญ่เข้าทำลายกรุง จนสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ต้องยอมรับ เงื่อนไขของพม่า คือต้องให้ช้างเผือก 4 เชือก นำพระราเมศวร พระยาจักรี และพระสุนทรสงคราม เป็นตัวประกันที่หงสาวดี ส่งช้างให้พม่าปีละ 30 เชือก เงินปีละ 300 ชั่ง และต้องยกภาษีจากเมืองมะริดให้พม่า

       ปี พ.ศ. 2111 พระมหาจักรพรรดิสวรรคต พระยาจักรีเป็นไส้ศึก จนในที่สุดเมื่อ วันอาทิตย์ เดือน 9 แรม 11 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2112 ไทยจึงเสียกรุงครั้งแรกให้แก่พม่า แล้วพม่าก็อภิเษกพระธรรมราชาให้ครองกรุงศรีอยุธยาแทน โดยจับตัวพระ นเรศวรราชโอรสเป็นตัวประกัน ต่อมาพระธรรมราชาส่งธิดาองค์ใหญ่ คือพระสุพรรณกัลยาไปแลกกับพระนเรศวร จากนั้นก็โปรด ให้พระนเรศวรปกครองเมืองพิษณุโลก

       พระนามของพระสุพรรณกัลยาจึงปรากฎในประวัติศาสตร์ในช่วงนั้น และหลักฐานที่มีปรากฎในประวัติศาสตร์เพียงเท่านี้ นอกนั้นเป็นการประพันธ์เพิ่มเติมในชั้นหลังทั้งสิ้น

       แม้แต่ภาพที่นำมาเผยแพร่ก็เป็นสตรีสมัยปัจจุบันที่บุคลิกถูกปรุงแต่ง ซึ่งไม่ใช่และไม่ใกล้เคียงกับสตรี หรือเจ้านายไทย สมัยอยุธยา ท่านผู้อ่านลองหลับตานึกถึง คนรุ่นทวด ของทวด ของทวด กับความโบราณของยุคสมัย

       แล้วโปรดเปรียบเทียบบุคลิก จากภาพเก่าของสตรีไทย ในต้นรัตนโกสินทร์ก็จะเห็นได้ชัด

       การแต่งประวัติศาสตร์ หรือนิยายประวัติศาสตร์ หรือที่เรียกกันเล่นๆว่า “ประวัติศาสตร์ใส่ไข่” นิยมทำกันมากในประเทศ ไทย ไม่ว่าจะเรื่องนายจันหนวดเขี้ยว นายทองแสงใหญ่ฯลฯ ที่แต่งเติมจากศึกบางระจัน นายเดื่อชกมวย พันท้ายนรสิงห์ ฯลฯ หรือแม้ในสมัยรัตนโกสินทร์ก็ตาม  

       ด้วยเหตุผลที่ต้องการยกย่องบุคคลหรือพระราชวงศ์ ให้มีพระปรีชาสามารถประดุจเทพเจ้า ตามคติความเชื่อของขอม เพื่อให้เป็นสมมติเทพโดยสมบูรณ์  ซึ่งบางครั้งนิยายประวัติศาสตร์ กลายเป็นความศรัทธาฝังแน่นที่ไม่สามารถแก้ใขให้เป็น จริงได้.

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats