|
โดย.....นภา อัมพร
วันนี้ฝนตก มองไปนอกหน้าต่างเห็นแต่ม่านฝน ท้องฟ้าเป็นสีขาว ต้นปาล์มสูงสัญลักษณ์ของเมืองที่เคยเห็น เป็นทิวถูกบดบังให้เห็นเพียงสีเทาจางๆ โยกไหวไปตามแรงลมฝน
คิดถึงบ้านที่ประเทศไทย คิดไปถึงเมืองที่กำลังจะจัดตั้งรัฐบาล จะมีนายกรัฐมนตรีจะชื่อ สมัคร เจ้ากระทรวง มหาดไทยจะชื่อ เฉลิม ประธานสภาจะชื่อ ยงยุทธ ฯลฯ ดีใจด้วย ที่จะมีรัฐบาล
อากาศข้างนอกหนาวเย็นลงมาก ไอเย็นแทรกเข้ามาทางกรอบหน้าต่างและประตูจนหนาวเหน็บจับขั้วห้วใจ ความเหงา เกิดขึ้นอย่างประหลาด ต้องซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเหมือนคนขี้ขลาดเกียจคร้านและพ่ายแพ้
แต่พ่ายแพ้ก็มิใช่ยอมแพ้ ขอให้ผองเพื่อนผู้ที่รู้สึกเช่นนี้ นอนเสียให้พอ ท้อเสียให้พอ แล้วลุกขึ้นสู้ใหม่ในวันใหม่ วันพระ ไม่ได้มีหนเดียวฉันใด หนข้างหน้าจะเป็นอย่างไรช่างมัน ก็ขอเทิดไว้กับคุณธรรม
วาบหนึ่ง คิดไปถึงเพลงยาวบทเก่า ที่เป็นคำพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ก่อนเสียกรุง
วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี บันทึกไว้ว่า เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ต้นฉบับเดิมนำมาจากหนังสือ "อธิบายแผนที่ พระนครศรีอยุธยา" โดยมหาอำมาตย์โท พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา พิมพ์ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีทรงบวงสรวงอดีตมหาราชเจ้า ที่พระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2469
โครงการสมุดไทย ภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เคยพิมพ์ บันทึก "เพลง ยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา" นี้เอาไว้ประกอบการเรียนของนิสิตเช่นกัน
ในตอนท้ายของบทกลอนได้บันทึกกำกับไว้ว่า "พระนารายณ์เป็นเจ้านพบุรี ทำนาย..." แต่ก็ยังไม่ยืนยันแน่นอนจาก นักโบราณคดี
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงอธิบายไว้ในคำนำหนังสือดังกล่าว มีความตอนหนึ่งว่า
เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา อ้างไว้ข้างท้ายว่าเปนพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพลงยาว นี้มีหลักฐานควรเชื่อแต่ว่าแต่งเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี ด้วยในคำให้การของพวกชาวกรุงเก่าที่พม่าจับไปถามคำให้ การเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวอ้างถึง แต่ข้อที่ว่าเปนพระราชนิพนธ์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้นไม่มีหลักฐานอย่าง อื่นนอกจากที่มีเขียนอ้างไว้กับเพลงยาว ปลาดอยู่ที่เพลงยาวบทนี้ยังมีผู้ท่องจำกันมาได้แพร่หลายจนในกรุงรัตนโกสินทร์นี้ แต่เรียกกันว่าเพลงยาวพุทธทำนาย
สารานุกรมเสรี ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหากว่าเพลงยาวนี้ได้ถูกแต่งในสมัยอยุธยาจริง อาจกล่าวได้ว่าผู้แต่งจะต้องเป็น บุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการทำนายชะตาบ้านเมืองไปในทางเลวร้ายเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายและเป็น การอัปมงคล หากเป็นการแต่งโดยบุคคลธรรมดาก็อาจจะถูกลงโทษสถานหนัก ดังนั้นผู้ที่สามารถทำนายกล่าวอ้างออกมาได้ และทำให้ผู้คนยอมรับและจดจำกันได้นั้น ก็ย่อมต้องเป็นบุคคลที่มีความสำคัญระดับพระมหากษัตริย์ หรือบุคคลที่พระมหา-กษัตริย์ให้การยอมรับนับถือ ซึ่งก็น่าคิด
แต่ที่กล่าวมาทั้งหมด ยังไม่เท่ากับเนื้อหา ที่สะท้อนออกมาย้ำเตือนก่อนกรุงศรีอยุธยา จะเหลือเพียงซากปรักหักพัง อย่างน่าทุเรศเวทนา ผมขออณุญาติ คัดเอาฉบับเต็มๆ ด้วยตัวสกดแบบเดิมๆ มาให้อ่านกัน
จะกล่าวถึงกรุงศรีอยุธยา เป็นกรุงรัตนราชพระศาสนา มหาดิเรกอันเลิศล้น เป็นที่ปรากฏร์จนา สรรเสริญ อยุทยาทุกแห่งหน ทุกบุรียสีมามณฑล จบสกลลูกค้าวานิช ทุกประเทศสิบสองภาษา ย่อมมาพึ่งกรุงศรีอยุทยา เป็นอัคะนิด ประชาราษฎร์ปราศจากไภยพิศม์ ทั้งความพิกลจริตแลความทุกข
ฝ่ายองค์พระบรมราชา ครองขันทสิมาเป็นศุข ด้วยพระกฤษฎีกาทำนุก จึ่งอยู่เย็นเป็นศุขสวัสดี เป็นที่อาไศรยแก่มนุษย์ใน ใต้หล้า เป็นที่อาไศรยแก่เทวาทุกราศรี ทุกนิกรนรชนมนตรี คะหะบดีชีพราหมณพฤฒา ประดุจดั่งศาลาอาไศรย ดั่งหนึ่งร่มพระ ไทรอันษาขา ประดุจหนึ่งแม่น้ำพระคงคา เป็นที่สิเนหาเมื่อกันดาน
ด้วยพระเดชเดชาอานุภาพ อาจปราบไภรีทุกทิศาน ทุกประเทศเขตขัณท์บันดาน แต่งเครื่องบัณาการมานอบนบ กรุงศรีอยุทยานั้นสมบูรณ์ เพิ่มพูลด้วยพระเกรียศคะจรจบ อุดมบรมศุขทั้งแผ่นภิภพ จนคำรบศักราชได้สองพัน คราทีนั้นฝูงสัตว์ ทั้งหลาย จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น ด้วยพระมหากษัตริย์มิได้ทรงทศมิตราชธรรม์ จึงเกิดเข็ญเป็นมหัศจรรย์สิบหก ประการ
คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพด อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาล เกิดนิมิตพิศดานทุกบ้านเมือง พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง ผีป่าก็จะวิ่งเข้าสิงเมือง ผีเมืองนั้นจะออกไปอยู่ไพร
พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี พระกาลกุลีจะเข้ามาเป็นไส้ พระธรณีจะตีอกไห้ อกพระกาลจะไหม้อยู่เกรียมกรม ในลักษณะ ทำนายไว้บ่อห่อนผิด เมื่อวินิศพิศดูก็เห็นสม มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม มิใช่เทศกาลลมลมก็พัด มิใช่เทศกาลหนาวก็หนาวพ้น มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด เกิดวิบัตินานาทั่วสากล เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนา จะรักษาแต่คน ฝ่ายอกุศล สัปรุษย์จะแพ้แก่ทระชน มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก
ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์ ลูกสิทธ์จะสู้ครูพัก จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม
ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า เพราะจันทานมันเข้ามาเสพสม ผู้มีศีลนั้นจะเสียซึ่งอารมณ์ เพราะสมัคสมาคมด้วยมารยา พระมหา-กระษัตรจะเสื่อมสิงหนาท ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา อาสัจจะเลื่องฦๅชา พระธรรมาจะตกฦกลับ
ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ จะสาบสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์ สัปรุษย์จะอับซึ่งน้ำใจ ทั้งอายุศม์จะถอย เคลื่อนจากเดือนปี ประเวณีจะแปรปรวนตามวิไส ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนไป ผลหมากรากไม้จะถอยรศ ทั้งแพศพรรว่านยาก็ อาเพด เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรศ จะถอยถดไปตามประเพณี
ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง สารพันจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่ จะบังเกีดทรพิศม์มิคสัญญี ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน กรุง ประเทศราชธานี จะเกิดการกุลีทุกแห่งหน จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล จะสาละวนทั่วโลกทั้งหญิงชาย จะร้อนอกสมณา ประชาราช จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย จะรบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ
ทางน้ำก็จะแห้งเป็นทางบก เวียงวังก็จะรกเป็นป่าเสือ แต่สิงห์สารสัตว์เนื้อเบื้อ นั้นจะหลงหลอเหลือในแผ่นดิน ทั้ง ผู้คนสาระพัดสัตว์ทั้งหลาย จะสาบสูญล้มตายเสียหมดสิ้น ด้วยพระกาลจะมาผลานแผ่นดิน จะสูญสิ้นการณรงสงคราม
กรุงศรีอยุทยาจะสูญแล้ว จะลับรัดสมีแก้วเจ้าทั้งสาม ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม จนสิ้นนามศักราชห้าพัน กรุงศรีอยุทยาเขษมสุข แสนสนุกนิ์ยิ่งล้ำเมืองสวรรค์ จะเป็นแพศยาอาทัน นับวันจะเสื่อมสูญเอยฯ.
|