|
โดย.....นภา อัมพร
เส้นทางจากอุทธยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ไปบ้านทุ่งเสลี่ยม สถานที่ประดิษฐาน หลวงพ่อศิลา ที่ชาวไทย ในแอลเอรู้จัก ถ้าเริ่มต้นที่วัดมหาธาตุในราชธานีร้าง มุ่งหน้าตามถนนเล็กๆ ไปทางตะวันตก ก็จะพบถนนใหญ่ ถ้าเลี้ยวช้ายลงใต้ คือทางไปอำภอบ้านด่านลานหอย
แต่ถ้าเลี้ยวขวาขึ้นเหนือ ก็จะไปทุ่งเสลี่ยม สองข้างทางเป็นทุ่งนาที่มีฉากหลังเป็นภูเขาและหมู่บ้านที่มีอยู่เป็นหย่อมๆ คล้ายบรรยากาศต่างจังหวัดทั่วไปของบ้านเรา
อำเภอทุ่งเสลี่ยม ขึ้นกับจังหวัดสุโขทัย คำว่า เสลี่ยม=อ่านว่า สะเหลี่ยม เป็นภาษาพื้นเมืองเหนือ แปลว่า สะเดา ทุ่งเสลี่ยมจึงหมายถึงทุ่งที่มีต้นสะเดาขึ้นเยอะๆ นั่นเอง
แปลกไหมครับว่าทำไม่คนสุโขทัยถึงได้ใช้ภาษาเหนือ ตามประวัติบอกว่าเมื่อปี พ.ศ. 2428 ชาวอำเภอเถิน เมือง ลำปาง ราว 300 คน อพยพครอบครัวมาตั้งรกรากที่นี่ ซึ่งเดิมเป็นป่า มีสัตว์ชุกชุม ก็เลยล่าสัตว์ไปขายเลี้ยงชีพ
ผมตั้งใจไปทุ่งเสลี่ยม เพื่อนมัสการหลวงพ่อศิลา
ที่วัดทุ่งเสลี่ยม พระวิหารหลังใหญ่ถูกตกแต่งประดับประดาด้วยฝีมือช่างพื้นบ้าน บันไดนาค ซุ้มประตูเรือนแก้ว หน้าบัน หล่อลายปิดกระจกสีเป็นเทพนม ประกอบก้านขดและรังผึ้ง ผนังด้านนอกวาดเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ เหนือประตูเป็นปาง โปรดพุทธมารดา แล้วเสด็จจากดาวดึงค์เทวโลก
วิหารด้านใน มีบุษบกฝีมือช่างชั้นครู มีเครื่องบูชา เป็นดอกไม้พวงมาลัยสีต่างๆแน่นเต็มจนลานตา ภายในบุษบกเหนือ ระดับสายตา หลวงพ่อศิลาปางสมาธินาคปรกประทับนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมงดงาม หลังจากรอนแรมอยู่ต่างประเทศ หลายปี ถูกซื้อขายประมูล ถูกโยกย้ายขนส่งลงลังไม้ เหมือนธุดงค์เดียวดั้นด้น เหมือนคนไปตกระกำลำบาก ที่พลัดพราก จากบ้านจากเมือง
ย้อนไปเมื่อปลายเดือนตุลาคม ปี 2539 ที่ลอลแอนเจลิส ได้มีการแถลงข่าว การค้นหา และได้เบาะแสพระพุทธรูปศิลา ขาว ที่สูญหายไปจากวัดเป็นเวลายาวนานถึง 19 ปี เดิม พระพุทธรูปองค์นี้อยู่ในถ้ำเจ้าราม บ้านด่านลานหอย พระธุดงค์ไป พบเข้า จึงนำมาไว้ที่วัดทุ่งเสลี่ยมยาวนานถึง 48 ปี จนกระทั่ง วันที่ 29 ตุลาคม 2520 คนร้ายก็มาโจรกรรมหลวงพ่อไป
ในปี 2538 นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 16 ฉบับที่ 6 ประจำเดือนเมษายน 2538 ได้ลงพิมพ์จดหมายของผู้ใช้นามว่า กลุ่มอนุรักษ์เล็กๆ ต่างแดนลอนดอน พร้อมกับส่งภาพพระพุทธรูปนาคปรก ซึ่งถ่ายจากแคตตาล็อกโบราณวัตถุที่จะเปิด ประมูลของร้านโซธบี้ และให้ความเห็นว่า พระพุทธรูปนาคปรกองค์นี้ถูกขโมยจากวัดทุ่งเสลี่ยม
เมื่อชาวสุโขทัยทราบ จึงได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปจังหวัด ต่อไปตามลำดับขั้น จนกระทั่งถึงกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมี ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เป็น รมช.ผู้รับเรื่องนี้ ได้นำคณะตามไปถึงอังกฤษ และทราบว่า มีผู้ประมูลเป็นเงิน 88,000 ปอนด์ขณะนี้พระอยู่ในสหรัฐ จึงติดตามเรื่อยมา แม้ลงจากตำแหน่งแล้วท่านก็ยังไม่เลิกตาม
จนกระทั่งเดือนธันวาคม ปีเดียวกันคณะทำงานตลอดจนผู้ประสานงานไทยในสหรัฐก็ได้ปลื้ม เมื่อการเจรจาสำเร็จ ฝ่ายครอบครองยอมคืนหลวงพ่อศิลาให้ โดยมีการฉลองใหญ่ที่วัดไทย นอร์ท ฮอลลีวูด และคืนสู่ประเทศไทย
แล้ววันนี้ ได้มาพบหลวงพ่อศิลา อีกครั้งที่ทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ได้มาก้มลงกราบพระพุทธรูป
แม้ไม่ได้อธิษฐานขอพร แต่บอกด้วยความรู้สึกกับหลวงพ่อว่า ผมมาเยี่ยม เห็นหลวงพ่ออยู่สบายดี ก็จะนำข่าวไป บอกคนไทยในแอลเอที่มีความห่วงใยพวกเราหลายคนที่โน่นคงดีใจ
และการกลับมาของหลวงพ่อศิลา นอกจากทำให้คนสุโขทัยมีความสุขแล้ว ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทุ่งเสลี่ยม กับคนแอลเอ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะคำพูดของคุณครูทรงฤทธิ์ กาญจนประเสริฐ กับกลุ่มนักเรียนชมรมอนุรักษ์ฯโรงเรียนบ้านไทยชนะศึก ต.เขาแก้ว อ. ทุ่งเสลี่ยม คุณครูได้กล่าวกับเราว่า ดีใจที่ได้มาพบคนไทยที่มาจากแอลเอ ซึ่งคนที่นั่นได้ร่วมกันนำหลวงพ่อ ศิลาอันเป็นที่เคารพนับถือของพวกเรากลับคืนมา รู้สึกปลาบปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างมากที่ท่านทั้งหลายที่อยู่ที่นั่น และท่าน สุพจน์ (ธีรเกาศัลย์) ที่มีส่วนช่วย ขอฝากคำขอบคุณนี้ไปด้วย
หลวงพ่อบุญมี ธีรมันโต ท่านบอกกับพวกเราว่า ดีใจเมี่อ หลวงพ่อศิลาพระคู่บ้านคู่เมืองกลับคืนมา ท่านจากวัดไป 19-20 ปี มาถึงดอนเมือง ญาติโยมที่นี่ไปรับหลายคน 2-3 รถ ก็มีความยินดีปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ขอให้คนไทยที่ ประเทศนอก อยู่ตรงปู้น ขอให้มีความสุขยิ่งๆ เจริญๆ อายุวรรณะ สุขะพละ
ผมชื่อสามเณรเฉลิมเกียรติ คำประไพ อยากจะบอกกับคนไทยในอเมริกาว่าชาวบ้านยินดีมาก บางคนน้ำตาร่วงเลย ครับที่ได้กราบไหว้อีกครั้ง คนข้างนอก จากที่อื่นก็มากันทุกวันเป็นรถบัส 5 คัน 6 คันมาจากกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด หนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องหลวงพ่อหายไปแล้วได้คืน ทำให้คนรู้จักหลวงพ่อทั่วประเทศ คนมาวัดมากวัดก็เจริญขึ้น
ผมชื่ออุทัย ยาใจ เป็นคนแถวนี้ครับ ก่อนที่หลวงพ่อจะมาสักอาทิตย์ มีค้างคาวจาก ถ้ำเจ้าราม บินมาที่วิหารเต็มดำ ไปหมด ช่วงนั้นเป็นตอนเย็น ใกล้ค่ำ สงสัยค้างคาวคงดีใจ ตอนที่ทำพิธีฝนก็ตกไม่ตั้งเค้าทั้งที่เป็นหน้าแล้ง ไม่มีสาเหตุ ตอนแรกก็แดดจ้า ตอนบ่ายโมง โอ้โฮ ทั้งลมทั้งฝน คนก็ยังแปลกใจ เหตุการณ์บังเอิญมั้งเนาะ ช่วงเข้าพรรษารัศมีหลวงพ่อ เป็นประกายเหมือนแสงเพชร คน เงี้ย มาดูกันเต็มหมด รถบัสมากันทุกจังหวัด
แม้ผมจะไมเชื่อเรื่องเหล่านี้ แต่สำหรับเรื่องค้างคาวก็น่าแปลก จะเป็นความบังเอิญ หรือค้างคาวมีประสาทสัมผัส ที่เหนือมนุษย์ จึงรับรู้ได้พิเศษ
ก่อนหน้านั้นที่แอลเอ ก็มีเรื่องแปลกมาแล้วครั้งหนึ่ง มีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เอารูปหลวงพ่อศิลาซึ่งถ่ายที่วัดไทยมา ให้ดู พร้อมกับชี้ให้ดูควันธูปที่วนอยู่รอบองค์พระ แล้วถามว่า เป็นไปได้ไหมที่ฟิล์มที่ถ่ายรูปนี้เสียจึงดูคล้ายมีควันธูปลอยมา แต่ถ้าฟิล์มไม่เสีย ควันธูปมาจากไหน ในเมื่อไม่มีใครจุดธูป
ท่านบอกกับผมว่า ท่านไม่เชื่อเรื่องปาฏิหาร ท่านก้รู้ว่าผมไมเชื่อ แต่อยากถามในฐานะคนที่เคยถ่ายรูปว่า ควันเกิดขึ้น ได้อย่างไร
ผมนึกถึงตลอดทางเมื่อขับรถออกจากหมู่บ้าน หลวงพ่อศิลา เป็นเพียงหินก้อนหนึ่ง ที่ประติมากรบรรจงแกะสลักให้ เป็นพระพุทธรูป ให้เป็นสัญลักษณ์ของพระศาสนา แต่ด้วยแรงศรัทธาพระหินก็กลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว เป็นศูนย์รวมใจ ที่มีความหมายต่อสังคมท้องถิ่น เป็นคุณค่าที่ถูกวางไว้บูชาและเป็นที่พึ่งพิง และนี่ก็คือส่วนหนึ่งของพื้นฐานสังคมไทย ที่สืบทอดมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย
ผมกับเพื่อน เปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปกินข้าวเย็นที่ อำเภอสวรรคโลก แสงแดดยามเย็นลอดผ่านก้อนเมฆทางทิศ ตะวันตก เป็นสีเหลืองชมพู และม่วงฟ้า กระทบพื้นผืนนาเป็นนวลใย
คิดถึงบ้าน คิดถึงท้องทุ่ง แม่น้ำ วัดที่บนเขา เพื่อนบ้าน ญาติมิตร จากกันมานาน และไกลเกินกว่าที่จะย้อนกลับไป ได้อีก นอกจากแวะเวียนไปถามทุกข์สุขได้เป็นครั้งคราว
ทุกครั้งที่ได้กลับเมืองไทย ไม่ว่าส่วนไหนของประเทศ ก็รู้สึกว่าที่นี่คือบ้านเรา บ้านที่มีความรักความอบอุ่น มากกว่าที่ไหนในโลก.
|