HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
Wednesday June 19, 2013 14:45
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
เมืองเก่า : เมืองประวัติศาสตร์
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 28 ธันวาคม 2550

โดย.....นภา อัมพร

          อาณาจักรสุโขทัย ราชธานีฝ่ายเหนือของชนเผ่าไทย มีกษัตริย์ปกครอง ราวๆ 6 ถึง 9 รัชกาล หลายตำรา นักประวัติศาสตร์แต่ละคนเขียนไว้ไม่เหมือนกัน

          เดิมที่พวกเราเคยเรียนสมัยชั้นประถม มัธยม ตำราบอกไว้ว่า สุโขทัยมีกษัตริย์ 6 พระองค์ คือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์, พ่อขุนบานเมือง, พ่อขุนรามคำแหงฯ, พญาเลอไท, พญาลิไท, พญาไสลือไท

          ต่อมา ศาสตราจารย์ ขจร สุขพานิช ซึ่งสมัยนั้นท่านเป็นกรรมการชำระประวัติศาสตร์ ได้พบหลักฐานเพิ่มอีก 1 พระองค์ คือ พญางั่วนำถม ก็เลยกลายเป็น 7

          ดร.ประเสริฐ ณ นคร เสนอเพิ่มเป็น 9 พระองค์ โดยระบุว่า รัชกาลที่ 1-4 คงเดิม 5 คือ พญางั่วนำถม, 6 พระธรรม-ราชาที่ 1 ลิไท, 7 พระธรรมราชาที่ 2, 8 พระธรรมราชาที่ 3 ไสลือไท, และ 9 พระธรรมราชาที่ 4 บรมปาล สิ้นรัชกาลเมื่อ พ.ศ. 1981

          จึงไม่รู้จะเชื่อใครดี

          สังเกตไหมครับว่า สมัยแรกๆ คนสุโขทัยเรียกพระมหากษัตริย์ว่า “พ่อขุน” เป็นระบอบการปกครองแบบปิตุลาธิปไตย เหมือนพ่อลูก มีปัญหาก็สั่นกระดิ่งดังในศิลาจารึก

           “ในปากประตูมีกระดิ่งอันหนึ่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้าปกกลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจ็บท้องข้องใจ มันจะ กล่าวถึงเจ้าถึงขุนบ่ไร้ ไปลั่นกระดิ่งอันท่านแขวนไว้” 

           “แขวนไว้หั้น” น่าจะแปลว่า แขวนไว้ตรงนั้น เพราะคำว่า “หั้น” บางท้องถิ่นยังใช้อยู่จนปัจจุบัน อย่างเช่นคำว่า “อยู่หั้น” ที่แปลว่าอยู่ตรงนั้น

          จาก “พ่อขุน” พอระยะต่อมาเราติดต่อขอมมากขึ้น ก็เอาอย่างขอม ที่เชื่อว่ากษัตริย์เป็นเทพเจ้า อยู่เหนือประชาชน พ่อขุนรุ่นหลังก็เลยกลายเป็น “พญา” ไป

          สุโขทัยอ่อนแอลง แต่ไม่มีใครทราบเหตุผลของการสิ้นสุดราชวงค์

          ทราบแต่เพียงว่า เมื่อ พ.ศ. 1893 ตรงกับวันศุกร์ เดือน 5 ขึ้น 6 ค่ำ ปีขาล ดินแดนที่เป็นเกาะระหว่างแม่น้ำสามสาย คือลพบุรี เจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก มีกษัตริย์ทรงพระนามว่า “พระเจ้าอู่ทอง” ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จะเห็น ว่า อยุธยา เกิดก่อนสุโขทัยจะหมดอำนาจ  และเชื่อว่าอยุธยามีส่วนครอบงำสุโขทัยแน่นอน

          ทำไมสุโขทัยจึงเสื่อม เมื่ออยุธยาเกิด

          คำตอบคงเหมือนกับตลาดใหม่ ตลาดเก่า เหมือนศูนย์การค้าย่านหลังวังบูรพา ตกต่ำหลังจากศูนย์การค้าสยามเกิด ฯลฯ

          ของใหม่ มีสิ่งล่อใจมากกว่าของเก่า

          อยุธยานั้นเป็นเมืองอยู่ริมน้ำ เดินทางค้าขายไปไหนสะดวก ซื้อง่ายขายคล่อง ทั้งคนไทยคนจีน คนต่างชาติอื่นๆ ฝรั่ง มังค่าก็มากัน น้ำใช้น้ำกินไม่ต้องขุดสระ ขนข้าวขนของไม่ต้องแบกต้องหามต้องเทียมเกวียน ผู้คนก็อพยพมาอยู่กันมากขึ้น

          สุโขทัยเมื่อคนมีน้อยลง อำนาจของเจ้าเมือง ก็น้อยลงไปด้วย จนแทบจะกลายเป็นหมู่บ้าน

          อย่างที่เคยกล่าว สมัยโบราณไม่แบ่งเป็นประเทศ แต่เป็นลักษณะของ “นครรัฐ” ความเข้มแข็งเกิดจากเจ้าผู้ครองนคร หรือไม่ก็เกิดจากจำนวนประชากร ความอุดมสมบูรณ์ ฯลฯ แต่ถ้ามีคู่แข่งอยู่ใกล้กัน ถ้าเมืองใหม่ดีกว่า ผู้คนก็อพยพโยกย้าย

          อยุธยา ทำนาได้ข้าวดี หน้าน้ำ น้ำก็ท่วม คนโบราณไม่กลัวน้ำท่วม เพราะ บ้านใต้ถุนสูง มีเรือทุกบ้าน ผักหญ้าที่ จำเป็นก็ปลูกไว้บนโคก บนที่สูง

          น้ำมาทีก็นำปลามาด้วย ดินก็ดีเพราะได้ปุ๋ยใหม่ที่มากับน้ำ

           “พระเจ้าอู่ทอง” สร้างกรุงศรีอยุธยา นักประวัติศาสตร์ก็เดากันอีก

          สำหรับ พระเจ้าอู่ทอง มาจากไหนแน่ อันนี้เล่ายาวครับ นักประวัติศาสตร์เถียงจนจะชกกันหลายคู่แล้ว

          แต่ที่สมัยพวกเราเรียน บอกว่ามาจากเมืองอู่ทองเพราะหนีโรค “ห่า” ระบาดจึงย้ายมาอยุธยานั้นถูกเถียงตกไปแล้ว เพราะได้มีการขุดสำรวจเมืองอู่ทองอย่างจริงจัง พบว่า

          เมืองอู่ทองร้างก่อนพระเจ้าอู่ทองถึง 200 ปี จึงเป็นไปไม่ได้

          ก่อนกรุงศรีอยุธยา ก็ยังมี นครใหญ่ของชนเผ่าไทยที่ปกครองตนเองอยู่หลายแห่ง เช่นเมืองไตรตรึงส์ หรือเมือง “เทพมหานคร” ที่เชื่อกันว่ามีกษัตริย์ปกครองถึง 4 พระองค์

          จดหมายเหตุบางฉบับ ระบุว่า พระเจ้าอู่ทอง เป็นโอรสของกษัตริย์เมืองนี้

          หรือแม้แต่ เมืองไชยปราการ มีมาตั้งแต่ พ.ศ.1300 มีกษัตริย์ปกครองถึง 26 พระองค์ จน พ.ศ.1894 ก็ว่าพระเจ้า อู่ทองมาจากไชยปราการ

          หรือบริเวณที่ตั้งกรุงศรีอยุธยาก็ยังมีเมืองของชนชาติไทยเก่า ที่เกิดมาก่อนคือ “อโยธยา” หรือ “อโยธยาศรีราม เทพนคร” เชื่อว่าเมืองนี้มีมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 ด้วยซ้ำ

          บางตำราก็ว่าพระเจ้าอู่ทองมาจากอโยธยาศรีรามเทพนคร

          มั่วกันเข้าไป

          ก็ต้องโทษที่คนไทยเราไม่ค่อยได้เขียนบันทึก หรืออาจเขียนไว้แต่ถูกพม่าเผาตอนเสียกรุงก็เป็นได้ หลักฐานข้อมูล ต่างๆจึงไม่ชัดเจน แต่เชื่อเหลือเกินว่า เมืองใหญ่น้อยต่างๆ ของชนเผ่าไทยคงมีมากกว่านี้ และคงจะเกี่ยวโยงกัน

          เกี่ยวกันด้วยความเป็นเพื่อนบ้าง เครือญาติบ้าง สู้รบกันจนมาเกี่ยวข้องกันบ้าง หนีกันมาสร้างเมืองใหม่บ้าง การ ปกครองสมัยก่อน เป็นแค่ “นครรัฐ” เมืองใดเข้มแข็งก็ขยายอาณาเขต กวาดต้อนผู้คนมาอยู่รวมกัน พออ่อนแอก็ถูกกวาดคืน ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน หรือประเทศเพื่อนบ้าน

          พม่า เขมร หรือลาว จึงนับได้ว่า คนในบริเวณแถบนี้ ถูกผสมผสานกันจนมีสายเลือดของกันและกัน

          อย่างเช่นปลายอยุธยา พม่ากวาดคนไทยไปมาก ที่เมือง “โยเดีย” ของพม่า เดิมคนเหล่านั้นก็เป็นคนไทย

          หรือสมัยต้นรัตนโกสินทร์ “พระวอ” กับ “พระตา” ก็หนีมาจากลาว มาสร้างเมืองที่ “หนองบัวลุ่มพู” ท้าวคำผง ย้าย ต่อไป “ดอนมดแดง” เป็นต้น

          เล่าสู่กันฟังพอให้การเดินทางท่องเที่ยวสนุกขึ้น ไม่ต้องจดจำหรอกครับ เพราะข้อมูลของผมก็ไม่ทราบว่าจะถูกต้องกี่ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสนใจ และชอบทางนี้ เราสามารถค้นคว้าได้ด้วยตนเอง ยิ่งพบ ยิ่งสนุก แต่ถ้าไม่ชอบพาลจะง่วงนอนเอาได้

          ฉบับนี้ฝอยนอกเรื่องเสียจนเนื้อที่หมด สัปดาห์หน้าจะเล่าต่อว่าถ้าไปเมืองเก่าสุโขทัย ที่ไหนบ้างเป็นจุด สำคัญน่าเที่ยว  แล้วพบกันครับ.

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats