HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:12 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
เที่ยวสุโขทัย
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 14 ธันวาคม 2550

โดย.....นภา อัมพร

          การทัศนศึกษาเป็นประโยชน์อย่างยี่งใหญ่มหาศาลต่อเยาวชน ภาพประทับใจกับการได้ไปเที่ยวในตอน เด็ก ทำให้บางคนจดจำฝังใจไปชั่วชีวิต เด็กบางคนพ่อแม่ผู้ปกครองห่วงมากเกินไป เขาไปไหนกัน ก็ไม่ยอมให้ ลูกหลานไป บอกแต่เพียงว่า ให้โตเสียก่อนแล้วจะให้ไป อยากไปไหนก็จะตามใจไม่ว่า แต่ครั้นเมื่อโตขึ้น ความ อยากไปกลับถูกทำลายหมดไปด้วยเช่นกัน

          เพื่อนๆ หลายคนเล่าความหลังเมื่อครั้งที่ยังเด็ก อยากไปดูหนังกลางแปลง แต่ผู้ปกครองไม่ให้ไป พอโตขึ้น ความ อยากดูหนังกลางแปลงก็หมดไปด้วย ความประทับใจเกี่ยวกับหนังกลางแปลง จึงไม่เกิดขึ้น

          นักการศึกษาได้เคยให้ความเห็นไว้ว่า หากจะให้คนในชาติ เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ก็ต้องค่อยๆ ปลูกฝังตั้งแต่ เป็นเยาวชน ความประทับใจครั้งแรกของเด็กจะเป็นพลังสร้างสรรค์ในอนาคต

          พ่อแม่ไทยที่อยู่ในต่างประเทศ บางท่านยังอยากให้ลูกภูมิใจในความเป็นไทย ได้พยายามจัดประสบการณ์ ให้เขาได้ พบกับคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมไทย พากลับไปเที่ยวบ้าน ให้เขาได้รู้ได้เห็นด้วยตา แม้วันหนึ่ง เด็กโตขึ้นเป็นพลเมือง อเมริกัน แต่ภาพประทับใจในอดีต จะทำให้เขาเห็นคุณค่าความเป็นไทยด้วย ซึ่งพ่อแม่จะไม่เสียแรงเปล่าอย่างแน่นอน

          ผมได้มีโอกาส เดินทางไปเมืองไทยตามโปรแกรม “อเมซิ่งไทยแลนด์ ท่องแดนประวัติศาสตร์” มากับเขาด้วย พร้อม กับเพื่อนอีก 2 คนคือ อาจารย์มานพ ถนอมศรี อาจารย์พิเศษวิชาการประพันธ์ จากมหาวิทยาลัยหอการค้า รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย เกียรตินาคินทร์ อาจารย์ “สวนดุสิต”

          ตั้งใจว่าจะตระเวณอยู่ในละแวกจังหวัดใกล้เคียงราวๆ 7-8 วัน โดยคุณมานพหาวัตถุดิบเขียนหนังสือ คุณศักดิ์ชัยหา ข้อมูลในวิชาเรียน ส่วนผมต้องการจะนำเรื่องเมืองไทยมาเล่าให้ท่านผู้อ่าน ชักชวนให้กลับไปเที่ยวบ้าน เราจึงถือว่ามี ผลประโยชน์ร่วมกัน

          ที่สุโขทัย เราเข้าพักที่โรงแรมในระดับธรรมดาแต่ก็สะอาดสะอ้าน อาบน้ำอาบท่าเสร็จ ตกค่ำก็เดินดูบ้านดูเมืองหา ข้าวเย็นกินที่แผงลอยหน้าตลาดสด ที่ยังรักษาบรรยากาศเก่าๆ เอาไว้มาก

          ยี่สิบกว่าปีที่แล้วเป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น ก็คงเหมือนแถบอุตรดิตถ์ หรือพิจิตร ที่ไม่ใช่เมืองที่เป็น ทางผ่าน เศรษฐกิจฟองสบู่จึงไม่มีผลกับที่นี่มากนัก

          เมื่อก่อนเราแสวงหาความเจริญ แต่ต่อมาพบว่า อยู่เมืองเจริญเรายิ่งแย่

          อย่างสัปดาห์นี้มีข่าวว่า ที่ดินภูเก็ต แพงขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ คนท้องถิ่นมองตากันปริบๆ ปล่อยให้คนรวยเพียงหยิบมือ กับคนเมืองอื่นที่เขามีกำลังซื้อมาครอบครอง ข้าวของก็แพง

          ไม่เหมือนเมืองที่ไม่บูม เคยอยู่อย่างที่เคยอยู่ ถ้าพึงพาตนเองได้ ก็จะอยู่ได้ไปตลอด ไม่ต้องแข่งขันให้เหนื่อย

          หน้าตลาดสุโขทัย มีนักท่องเที่ยวฝรั่งมากมายหลายกลุ่ม ฟังสำเนียงการพูดจา ส่วนใหญ่น่าจะมาจากยุโรป ไม่ค่อย เห็นอเมริกัน คงเป็นเพราะว่าคนยุโรปมีความเข้าใจศิลปะประเภทโบราณสถาน

          เพราะบ้านเขามี เขาก็เลยอยากจะเห็น ศิลปะจากภูมิภาคอื่น ส่วนคนอเมริกัน มักจะไม่สนใจของพวกนี้ ชอบที่จะไป แถบชายทะเล หรือเกาะสมุย เกาะภูเก็ต ฯลฯ มากกว่า

          แผงขายอาหารหน้าตลาด คงไม่แตกต่างจาก ตลาดโต้รุ่ง ตามต่างจังหวัดทั่วไป คือจะตั้งโต๊ะข้างฟุตปาธ เลยล้ำเข้า ไปในถนน ข้าวของ พวกผัก พวกเนื้อ จะแขวนโชว์ไว้ในตู้กระจก ให้ลูกค้าสั่งได้ตามใจชอบ

          พนักงานเสิร์พ 3 คน ยังเด็กอยู่เลย น่าจะเรียนซัก ป. 5 ป. 6 เด็กพวกนี้รู้จักทำมาหากินช่วยพ่อแม่ตั้งเต่เล็ก ท่าทาง คล่องแคล่ว ช่วยเช็ดโต๊ะ รับออเดอร์อาหาร คิดสตางค์ ทอนเงิน ฯลฯ

          แต่ก็น่าเสียดาย ที่สังคมให้ค่าแค่ “เด็กเสริฟ”

          กลับไม่ภูมิใจกับพวกเขา ดูหมิ่นเอาด้วยซ้ำ หาว่าเหมือนพวกข้างถนน พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้า 

          เด็กพวกนั้นพูดอังกฤษปร๋อ ทั้งๆที่ไม่ได้เรียนในระบบโรงเรียน

          “วีแฮพ อะ ไร้ท์ซุป ฟรายฟิช, ผักบุ้งออนไฟ, ฯลฯ คอฟฟี่ ที ซิงฮาเบียร์ ออร์ ลีโอ เบียร์”

          “ฮันเดร็ด ฟิฟตี้  แต๊งกิ้ว  ซียูเน็ก ไทม์”

          เก่งจริงๆ หนูน้อย

          เมืองสุโขทัยยามค่ำคืนเงียบเชียบ มีเพียงห้องโถงข้างล็อบบี้ ของโรงแรมที่เปิด ขายเหล้าเบียร์ มีคนเล่นคีย์บอร์ด คนเดียว ร้องเพลงฝรั่งรุ่นเก่าๆ ประเภท แฮนดี้แมน ของเจมส์ เทย์เลอร์, เยสเทอร์เดย์ ของบีท เทิลส์, สคาร์โบโรจ์ แฟร์ ของ แอนดี้ วิลเลียมส์, ฟลาย อเวย์ ของจอห์น เดนเวอร์ เดอะ ซาวด์ ออฟ ไซเลนซ์ ของไซมอน และใครอีกคนที่ชื่อจำยาก ฯลฯ

          ถ้าที่แอลเอ. หาฟังได้ที่ร้านเครื่องเทศ หรือ “เทพรส” เดิม บนฮอลลีวูด ร้านของคุณศรีหนุ่มโสด(คนล่าสุด) ไปฟังได้ ในคืนวันจันทร์กับวันอังคาร นอกนั้นวันอื่นเป็นเพลงวัยรุ่น วง เอส.โอ.บี. “ซาวด์ออฟแบงคอก” ที่มีคนล้อว่า “ซัน โอเวอร์ เดอะบีช” ที่มีด้วยนักดนตรีดังบนถนนสาบนี้มารวมตัวกัน อย่างคุณแดง คุณกบ คุณแดนนี่ คุณอ้วน

          และมี “พี่เอก” เป็นดารานำ

          คนอะไร ร้องเพลงก็เก่ง เล่นเทนนิสก็เก่ง แถมไม่แก่ (หน้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว)

          ช่วงนี้รับนักร้องสาว มาร่วมทีมอีกคน คือปนัดดา ฉายะภาค

          กลับมาที่สุโขทัย คืนนั้นมีแขกมานั่งฟังไม่กี่โต๊ะ เพื่อนสองคนของผมเข้านอนแล้ว ส่วนผมยังชอบที่จะฟัง คงนั่งดื่มอยู่ คนเดียว

          บางเพลง ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าเนื้อร้องมีความหมายว่าอย่างไร แต่ก็มักจะทำให้นึกถึงเหตุการณ์ ในช่วงเวลาหนึ่งของ ชีวิตเสมอ คิดอะไรต่ออะไรเพลิน เรื่อยเปื่อยจนกระทั่งบาร์ปิด แล้วก็โซซัดโซเซเข้านอน

          มีความสุขซะ

          เราตื่นตีสี่ เพื่อไปดูตลาดเช้า ริมแม่น้ำยม เพราะหากไปช้าตลาดจะวาย (สายบัวจะเน่า) ที่มีทั้ง กล้วย อ้อย ขนม ส้มสูกลูกไม้ ปลาน้ำจืดสดๆ เห็ดป่า ผัก หญ้าสารพัด เสียงคุยเสียงเรียกซื้อของดังกันขรม แม่ค้าแม่ขายจากหมู่บ้านต่างๆ เอาของป่าของสวน นั่งรถประจำทางที่ตัวถังทำด้วยไม้ออกมาขาย

          ผมเป็นคนชอบรถตัวถังไม้เป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะ มายดรีมคาร์ “รถฟอร์ดวู้ดดี้ ปี 1937 กับปี 1940” ที่ใฝ่ฝัน อยากเป็นเจ้าของนักหนา ไครส์เลอร์ ทาวน์แอนด์คันตรี ปี 1949 เคยเห็นบ้างสมัยเด็กๆ ยุคต่อมาก็พอเห็น  ออสติน มอริส สเตชั่นแวกอน ที่ช่วงท้ายทำด้วยไม้ สมัยนั้นบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นรถสองแถว รถเมล์รุ่นหัวจิ้งหรีด หรือรถ 10 ล้อ ตัวถังทำ ด้วยไม้ทั้งสิ้น

          ไม่ได้เห็นมานาน มาเจอที่สุโขทัย วิ่งเต็มไปหมด คิดว่าคงมีใครอนุรักษ์เอาไว้ ความคิดดีเหลือเกิน อยากจะขอบคุณ พันครั้ง

          เราเดินดูโน่นดูนี่ ชมตลาดเช้า กลิ่นกาแฟโบราณจากรถเข็น หอมชื่นใจ ปาท่องโก๋ทอดกำลังร้อน เราจึงเลือกอาหาร มื้อเช้าที่ร้านนี้

          จากการสนทนา ทำให้เราคนเดินทางได้ทราบว่า เมื่อก่อนตลาดเช้าคึกคักกว่านี้ แต่เทศบาลเห็นว่าทำให้บ้านเมือง ดูมอมแมมไม่ศิวิไลซ์ จึงไล่ที่ให้จนมุมไปทุกที ในที่สุดก็หดหายไปพร้อมกับชาวบ้านที่เคยมาจากไกลๆค่อยๆหายไปด้วย

          เรานั่งเล่นที่ร้านกาแฟ คุยกับแม่ค้า ดูแม่น้ำยมไหลเอื่อย ชมตลาดกันจนสาย จึงเดินกลับโรงแรม ผ่านร้าน ข้าวแกงชื่อ “ใบบัว” ว่ากันว่าอาหารร้านนี้ อร่อยและถูกมาก เพื่อนบอกว่าถ้าผ่านมาไม่ได้กินถือว่าไม่ถึงสุโขทัย เราจึงแวะกินข้าวแกงกันอีกคนละสองจาน เป็นอาหารเช้ารอบสอง.

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats