HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 00:58 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
ชากังราวกำแพงเพชร เมืองมรดกโลกที่คนลืม
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 7 ธันวาคม 2550

โดย.....นภา อัมพร

          ถ้ากางแผนที่ประเทศไทยออกมาดู ส่วนที่เป็นกำแพงเพชร จะอยู่ตรงสันตอนบนของขวานโบราณ พื้นที่ จังหวัดจะเป็นรูปกลม ด้านซ้าย และด้านบนซ้ายหรือทิศตะวันตก กับทิศเหนือซีกซ้ายจรดจังหวัดตาก ทิศเหนือ (บนขวา) จรดจังหวัดสุโขทัย ทิศตะวันออกตอนบนเป็นพิษณุโลก ต่ำลงมาเป็นพิจิตร ตอนล่างหรือทิศใต้จรด นครสวรรค์

          จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงมาทางตะวันออกเฉียงใต้ มีแม่น้ำปิงไหลผ่าน      

          ฝั่งตะวันตก มีคลองสวนหมาก มาบรรจบแม่น้ำปิงที่ตัวเมือง

          ดินแดนแห่งลุ่มแม่น้ำปิงแห่งนี้ เคยเป็นเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์มาหลายเมือง และหลายยุคหลายสมัย เช่น “เมืองนครชุม” “เมืองไตรตรึงส์” อยู่ทางฟากตะวันตกของแม่น้ำ ส่วนทางฟากตะวันออก มี “เมืองกำแพงเพชร” หรือ “เมือง ชากังราว” “เมืองเทพนคร”  “เมืองคณฑี”  และ “เมืองบางพาน”

          มีโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ถึง 81 แห่ง องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติ หรือ “ยูเนสโก” ได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ปี 2534 พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย และศรีสัชนาลัย (ก่อนขึ้นทะเบียนบ้านเชียง 1 ปี)

          มีตำนานเล่าขานกันมาว่า เมื่อปี พ.ศ. 1597 พระเจ้าศิริชัยเชียงแสน หนีภัยข้าศึกทิ้งเวียงชัยปราการ ได้นำไพร่พล ล่องลงมาตามลำน้ำจนมาถึงดินแดนที่เป็นจังหวัดกำแพงเพชรในปัจจุบัน แล้วสร้างบ้านแปงเมืองใหม่ชื่อ “เมืองไตรตรึงส์”

          ท้าวแสนปม เป็นชาวไร่ปลูกผักหญ้าหากินอยู่ริมแม่น้ำ เป็นคนที่เกิดมาอาภัพ ตามผิวหนัง ตามเนื้อตัวหน้าตาเป็น ปุ่มปม แต่ด้วยบุญทำกรรมแต่ง ทำให้ได้ลูกสาวเจ้าศิริชัยเชียงแสนมาเป็นเมีย ครองรักครองเรือนกันในไร่ริมน้ำ

          ร้อนถึงพระอินทร์ ดังว่า “ทิพย์อาสน์เคยอ่อนแต่ก่อนมากระด้างดังศิลาประหลาดใจ” จึงเปิดเนตรมองลงมายังโลก มนุษย์ เห็นแล้วจึงเนรมิตกลองเภรี สำหรับตีเพื่ออธิษฐาน 3 ประการ

          ประการแรกให้ท้าวแสนปมกลายร่างเป็นชายรูปงาม ประการที่ 2 ให้เปลทองสำหรับบุตรชายคือ “ท้าวอู่ทอง” และประการสุดท้าย เนรมิตร “เมืองเทพนคร” ให้ครอบครอง

          อย่างไรก็ตาม ตำนานก็เป็นแค่นิยายปรัมปรา แต่ในความเป็นจริงจะเป็นเช่นไร ไม่มีการบันทึกเอาไว้ เป็นเรื่องที่คน รุ่นหลังจะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์แหล่งอารยธรรมของเราที่ต่างชาติยอมรับว่าเป็นมรดกโลกแห่งนี้ แต่เราจะเห็นคุณค่า มากน้อยแค่ไหน ก็ย่อมขึ้นอยู่กับที่ว่าจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรามี หรือไม่

          ในอเมริกา เมืองที่มีประวัติศาสตร์ช่วงสั้น แต่เขาก็พยายามเก็บรักษา และหวงแหนสิ่งที่มี แม้กระทั่ง “เหมืองร้าง” เขาก็ยังเก็บเอาไว้ให้เป็นสมบัติอันมีคุณค่าของชนชาติเขา อย่างเช่นที่ โกสท์ทาวน์ ที่บาร์สโตร ทางไปลาสเวกัส ตรง เทือกเขา คาร์ลิโก แม้คนภายนอกดูว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่สำหรับคนอเมริกัน เขาภาคภูมิใจในสิ่งน้อยนิด ในแต่ละปีมี นักท่องเที่ยวเข้าชมมากมาย

          ไม่อาภัพเหมือนกำแพงเพชร ของดีที่คนบ้านเราเองกลับมองไม่ค่อยเห็น

          สถาปัตยกรรมในกำแพงเพชร และเมืองต่างๆ ที่กล่าวมา ส่วนใหญ่ เป็นวัดวาอาราม กำแพง ป้อมคูประตูเมือง ก่อสร้างด้วยอิฐ และศิลาแลง ซึ่งมีมากในแถบนี้

ศิลาแลงจะเรียกว่าหิน หรือดินประเภทหนึ่งก็คงจะได้ ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวดิน เมื่ออยู่ข้างล่างก็จะมีสภาพอ่อนตัวเหมือนดินทั่วไป เมื่อขุดขึ้นมาตากให้แห้ง แข็งตัวก็จะแกร่งเหมือนหิน สามารถก่อเป็นรูปทรงต่างๆได้

          คนกำแพงเพชร เอาศิลาแลงมาทำทางเดิน ทำเสา ทำอาคาร ทำกำแพง ก่อเจดีย์  ฯลฯ  ทำรูปโกลนพระก่อนที่จะ ตกแต่งฉาบทับด้วยปูนปั้น ซึ่งช่างไทยในยุคนี้มีความชำนาญมาก

          สถาปัตยกรรมที่มีให้เห็น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับศาสนา ที่เป็นแบบสุโขทัย คือเจดีย์ทรงดอกบัวตูม หรือทรง พุ่มข้าวบิณฑ์  และเจดีย์ทรงระฆัง นิยมสร้างไว้หลังวิหาร มีทั้งสร้างวัดในเขตป่า หรืออรัญญวาสี ทำขนาดเล็กเรียบง่ายมีคูน้ำ สี่เหลี่ยมล้อมรอบ

          ส่วนวัดในเขตเมือง เรียกว่า คามวาสี ซึ่งรูปแบบในการก่อสร้างไม่ต่างกัน

          มาถึงช่วงที่รับอิทธิพลจากอยุธยา กล่าวกันว่า อำนาจของสุโขทัยที่ครอบครองกำแพงเพชร สิ้นสุดลงเมื่อสิ้นรัชกาล พระธรรมราชาลิไท ประมาณ พ.ศ. 1913-1914 กำแพงเพชรได้กลายมาเป็น หัวเมืองของกรุงศรีอยุธยา สิ่งก่อสร้างยุคนี้จะมี ขนาดใหญ่ เช่นการก่อสร้างกำแพงเมือง ที่มีใบเสมา หรึอเจดีย์ทรงระฆังที่มีช้างล้อมรอบ แม้จะทำตามความนิยมของสมัย สุโขทัย เพราะช่างก็ยังเป็นคนกลุ่มเดิมที่สืบทอดมา แต่ยิ่งใหญ่มั่งคั่งอย่างอยุธยา ฐานสูงโอ่อ่าอลังการ เช่นที่วัดพระสี่ อิริยาบถ (นั่ง นอน ยืน เดิน)

          ส่วนอิทธิพลศิลปะจากล้านนา ก็มีไม่น้อย เพราะเมืองมีความใกล้ชิดติดกัน มีผู้คนล้านนามาตั้งถิ่นฐาน ขุนนางบางคน รับราชการขึ้นกับอยุธยา แต่เป็นชาวล้านนา เช่น เจ้าเมืองกำแพงเพชรคนหนึ่งชื่อ “พระยาแสนสอยดาว” ก็เป็นชาวเหนือ สถาปัตยกรรมล้านนา ดูได้จากฐานเจดีย์ “ย่อมุมไม้สิบสอง” “ไม้สิบหก” ที่มีหลายชั้นซ้อนกัน อย่างเช่นที่วัดพระแก้ว วัดพระธาตุ พระพุทธรูปที่วัดสว่างอารมณ์ 

          กำแพงเพชร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 354 กิโลเมตร มีพื้นที่ 8,955 ตารางกิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์หลายแห่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาไม่มากนัก อยากแนะนำให้ไปชมจุดที่สำคัญ เช่น วัดพระแก้ว อยู่ห่าง จากศาลากลางจังหวัดเพียง 3 กิโลเมตร เคยเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกตมาก่อน มีร่องรอยความยิ่งใหญ่ที่ปรากฎ เช่น สถูปทรงระฆังที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ซากมหาวิหาร ฐานชุกชี พระพุทธรูปศิลาแลงฯลฯ ที่กรมศิลปากรบูรณะ ขุดแต่งอย่าง งดงามตามแบบฉบับอุทยานประวัติศาสตร์สากล

          วัดพระธาตุนครชุม เป็นศิลปะสุโขทัย สร้างโดยพระธรรมราชาลิไท เมื่อพ.ศ. 1900 องค์พระธาตุเจดีย์เป็นทรงดอก บัวตูม เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นสัญญลักษณ์ว่าที่นี่คือศูนย์กลางแห่งศาสนาและการปกครอง แต่น่าเสียดาย ที่ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีคหบดีชาวพม่า (บ้างก็ว่าเป็นชาวกะเหรี่ยง) ชื่อ “พระยาตะก่า” ได้บูรณะใหม่ ตามแบบของเมืองร่างกุ้ง โดยนำยอดฉัตรมาจากพม่าก็เลยกลายเป็นเจดีย์พม่าไป

          วัดช้างรอบ มีเจดีย์ทรงระฆังช้างล้อมอย่างสุโขทัย แต่ยิ่งใหญ่อย่างอยุธยา รอบฐานมีรูปปูนปั้นช้างล้อมรอบหันหน้า ออกด้านนอก จำนวน 68 เชือก อยู่ริมแม่น้ำปิง ทิวทัศน์งดงามมาก ฯลฯ

          วันเดียวคงไม่สามารถเที่ยวได้ทั่ว แต่ก็ได้อิ่มกับคตินิยม และภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างสมเอาไว้ สิ่ง เหล่านี้มิใช่สร้างจากอำนาจ จากการบังคับแรงงาน แต่จากแรงศรัทธาของคนในสกุลช่างที่รักจะเห็นผลงานประณีตวิจิตรศิลป์ เพื่อเพิ่มสีสันให้เมืองสวย เป็นศูนย์รวมจิตใจในหมู่บ้านตน เป็นที่ประกอบพิธีกรรม งานรื่นเริง งานบุญต่างๆ

          แต่วันเวลาที่ผ่านยาวนาน ทำให้ศิลปกรรมเหล่านั้นเสื่อมสภาพไปตามกาล เหลือไว้แต่คุณค่าที่ยิ่งนานวัน ยิ่งเพิ่มมากขึ้น แวะเมืองกำแพงเพชร นอกจากชมโบราณสถานแล้ว น่าจะแวะกินกล้วยไข่ เผือกฉาบ มันฉาบมี ชื่อมาก.

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats