HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:17 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
บ้านพระยาพิชัยดาบหัก
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 30 พฤศจิกายน 2550

โดย.....นภา อัมพร

          “เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก” นี่เป็นคำขวัญของ จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีตราประจำจังหวัด เป็นผ้าพันคอลูกเสือ

          การเดินทางกลับเมืองไทยแต่ละครั้งจะได้ผลประโยชน์กลับมาเสมอ นั่นคือได้นำสิ่งที่พบเห็นมาเชิญชวนให้คนไทย กลับไปเที่ยวบ้าน อยากจะให้รู้สึกร่วมกันว่าบ้านเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่สำคัญไม่แพ้ประเทศอื่นๆ นอกจากนี้การไปเที่ยว ยังเป็นการช่วยเศรษฐกิจของชาติ

          คราวก่อนมีโอกาสเดินทางไปอุตรดิตถ์ จังหวัดที่มีความสงบเรียบง่ายอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย เข้าพักที่โรงแรม “ฟรายเดย์” ชั้นล่างของโรงแรมเป็นดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ชั้นบนเป็นห้องอาหาร เป็นโรงแรมใหญ่ และทันสมัยที่สุดของเมือง และมีศิลปินดังผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาจัดคอนเสิร์ต

          เพราะบังเอิญมีธุระไปที่ “บ้านดารา” ซึ่งเป็นตำบลที่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นชุมชนที่ใกล้สถานี รถไฟ “ชุมทางบ้านดารา” รถหลายขบวนมาสับหลีกเปลี่ยนเส้นทางที่นี่ สมัยที่ทางรถไฟเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก ที่นี่คึกคัก มาก ปัจจุบันรถไฟถูกรถยนต์แย่งตลาดไปมาก

          มีคนแซวว่าชาวบ้านที่นี่ลูกดก สาเหตุเพราะรถไฟแล่นผ่านทั้งคืน ผ่านแต่ละคราวชาวบ้านก็ตื่น ลูกถึงได้ดก  ชื่อบ้าน ดาราฟังเพราะหู ถามไถ่คนแถวนั้นถึงที่มาของชื่อก็ไม่มีใครทราบ แต่ก็เดาเอาว่าคงเป็นเมืองที่มีสาวสวยระดับดารากระมัง จึงเอามาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้าน

          บ้านดารามีศิษย์เก่าแอลเอปักหลักใช้ชีวิตอย่างสงบสมถะและมีความสุข อย่างเช่นคุณไพฑูรย์ มนชัยกุล มาอเมริกา เมื่อประมาณปี 72 สมัยก่อนทำงานเป็นถึงระดับ “ลีดแมน” ที่ “สโตร์ลี” ซึ่งผลิตพวกเบาะรถยนต์ เปลเด็ก ฯลฯ ในเมือง คอมป์ตัน และต่อมาย้ายมาทำอยู่แถว “อาร์ทีเซีย” คุณไพฑูรย์ กลับเมืองไทยราวปี  78 หรือ 79 ไปรับช่วงทำธุรกิจแทน คุณพ่อ คือรับซื้อพืชไร่ พวกถั่ว ข้าวโพด ส่งขึ้นตู้รถไฟเข้ากรุงเทพฯ เพื่อส่งออกนอก

          อุตรดิตถ์ เป็นจังหวัดที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง แต่เป็นเมืองที่มีความยิ่งใหญ่ของผู้กล้าในประวัติศาสตร์  นั่นคือพระยา พิชัยฯ ทหารเสือพระเจ้าตากสิน ที่รักองค์เหนือหัวยิ่งชีวิต เคยต่อสู้ในสมรภูมิจนดาบหักคามือ และก็สู้ทั้งที่ดาบหักจนกลาย เป็นฉายาว่าพระยาพิชัยดาบหัก ผู้เกรียงไกร จนกระทั่งพระเจ้าตากสิน ถูกปราบดาพิเษก และถูกสำเร็จโทษโดยการทุบด้วย ท่อนจันทน์ พระยาพิชัยได้ถวายชีวิตตายตามไปอย่างชายชาตินักรบ โดยไม่ยอมที่จะเป็นข้า สองเจ้า บ่าวสองนาย

          อนุสาวรีย์ของ “พระยาพิชัยดาบหัก” ปัจจุบันอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด

          ที่อำเภอท่าปลา ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ไปเกือบ 60 กิโลเมตร มีเขื่อน “สิริกิติ์” กันแม่น้ำน่านที่ “ผาซ่อม” เป็น เขื่อนดิน “หรือแซดเดิล” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

          เริ่มสร้างประมาณเมื่อ 40 ปีมาแล้ว อดีตคนงานเขื่อนเล่าว่า ช่วงสร้างใหม่ๆ อันตรายมาก การขุดอุโมงค์ ต้องเตรียม โลงศพไว้ให้พร้อม ถ้าดินถล่ม ก็สามารถใส่โลงได้ทันที คนงานในเขื่อนอยู่กันเหมือนเมืองๆ หนึ่งคล้ายเมืองลับแล ชาวเขื่อน เริ่มงานกันตั้งแต่ตี 4 ตี 5 มีค่าล่วงเวลา เสาร์อาทิตย์จ่าย 2 แรง ตอนนั้นค่าแรงขั้นต่ำประมาณ 21.70 บาทต่อวัน ในขณะที่ ทองคำบาทละประมาณ 450 บาท มีเงินสะพัดมากมาย

          พวกค้าขายรวยมาก จ่ายกับข้าวก็แปะไว้ ทุกบ้านมีของเงินผ่อน ที่มีร้านในจังหวัดพร้อมที่จะให้เครดิตชาวเขื่อน สิ้นเดือนเงินออกก็เข้าแถวจ่าย

          พอเลิกงานค่ำลงไม่มีแหล่งบันทิง บางคนหันไปหาการพนัน เช่นไพ เน้ำเต้าปูปลา ไฮโลฯลฯ หรือดื่มกันสะบัด คนที่ไม่ดื่มถือเป็นเรื่องแปลก

          จะมีนายระดับวิศวกร จบมหาวิทยาลัย จบโรงเรียนช่าง ฯลฯ มีตั้งแต่นายช่างพิเศษ และนายช่างฝ่ายต่างๆ ช่างฝีมือ จนมาถึงคนงานลดหลั่นกันไป บรรดานายช่างหนุ่มๆ  จะเนื้อหอม เป็นที่หมายปองของสาวๆ รวมทั้งสาวชาวบ้านที่สวยๆ เหมือนดอกไม้ป่า ส่วนหนึ่งก็จะเป็นเหยื่อของนายช่างขี้เหงาเช่นกัน

          ในนั้น มีตำนานต่างๆ รวมทั้งนิยายรักที่เล่าขานกันไม่มีวันจบสิ้น

          ที่เหนือเขื่อนกลายเป็นทะเลสาปขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียก “ทะเลสาป สุริยัน-จันทรา”

          ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี บอกว่า ได้ชื่อว่าเมืองแห่งพระแท่นศิลาอาสน์ ตำนานอันลึกลับ ของ เมืองลับแล ดินแดนแห่งลางสาดหวานหอม และบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก ขุนศึกคู่บารมีของสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช

          อุตรดิตถ์เป็นเมืองก่อนประวัติศาสตร์ มีหลักฐานการค้นพบโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์

          ล่วงมาในสมัยอยุธยาและสมัยธนบุรี เมืองพิชัยและสวางคบุรีเป็นเมืองที่มีความสำคัญ ทางยุทธศาสตร์ เป็นเมืองหน้า ด่านของกรุงศรีอยุธยา เดิมทีตัวเมืองอุตรดิตถ์เป็นเพียงตำบล ชื่อ "บางโพธิ์ท่าอิฐ" ขึ้นกับเมืองพิชัย แต่เพราะบางโพธิ์ท่าอิฐ ซึ่งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำน่านมีความเจริญรวดเร็ว เพราะเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้า ดังนั้นในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์จึงทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะ ตำบลบางโพธิ์ท่าอิฐขึ้นเป็นเมือง "อุตรดิตถ์" ซึ่งมีความหมายว่าท่าน้ำแห่งทิศเหนือ แต่ยังคง ขึ้นกับเมืองพิชัยอยู่ ต่อมาเมืองอุตรดิตถ์มีความเจริญขึ้นมากกว่าเมืองพิชัย เมืองอุตรดิตถ์จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัด และเมืองพิชัยเลื่อนลงไปเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นกับจังหวัดอุตรดิตถ์จนทุกวันนี้

          ต้นกำเนิดของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีแหล่งกำเนิดมาจากท่าน้ำที่ สำคัญ 3 ท่า คือ ท่าเซา ท่าอิด และท่าโพธิ์ ซึ่งมีความ สำคัญและเจริญรุ่งเรืองมาก่อนสุโขทัย อุตรดิตถ์ เดิมเขียน เป็น อุตรดิษฐ์ (อุตร-เหนือ, ดิตถ์-ท่าน้ำ)

          ท่าอิด คือ บริเวณท่าอิฐบนและท่าอิฐล่างปัจจุบัน

          ท่าโพธิ์ คือ บริเวณวัดท่าถนน ตลาดบางโพ เนื่องจากมีต้นโพธิ์มาก มีคลองไหลผ่าน เรียกว่า คลองบางโพธิ์ (เพี้ยนมา เป็นบางโพ)

          ท่าเซา คือ บริเวณตลาดท่าเสา (เซา เป็นภาษาเหนือ แปลว่า พักนอน)

          ท่าอิด (อิด แปลว่า เหนื่อย) เนื่องจากการเดินทางมาค้าขายทางเรือ กว่าจะถึงก็เหนื่อย ท่าอิดเป็นท่าที่มีความเจริญ ทางการค้ามากกว่าทุกท่าในภาคเหนือ จากคุ้งน้ำทำให้เกิด หาดท่าอิดงอกออกไปทางตะวันออกมากทุกๆ ปี ท่าอิดจึงเลื่อน ตามลงไปเรื่อยๆ เรียกว่าหาดท่าอิดล่าง ท่าอิดเดิมเรียกว่าท่าอิดบน

          เรือสินค้าที่มาจากกรุงธนบุรี กรุงศรีอยุธยา ก็จะขึ้นมาได้ถึงบางโพ ท่าอิฐ เท่านั้น เพราะเหนือขึ้นไป แม่น้ำจะตื้นเขิน และมีเกาะแก่งมาก ไม่สะดวกในการเดินเรือ

          พลิกมาดู จากทำเนียบรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มีหลายนามสกุล ที่เป็นญาติพี่น้อง บรรพบุรุษของ พวกเราในแอลเอที่พอรู้จัก อย่างเช่น  คนที่ 6 พระยาพิษณุโลกบุรี (สวัสดิ์ มหากายี) ดำรงตำแหน่งสองครั้ง  คนที่ 9 พระยาวิเศษฤๅชัย (มล.เจริญ อิศรางกูร)  คนที่ 13 พระสนิทประชานันท์ (ทองอิน แสงสนิท) คนที่ 16 ขุนพิเศษนครกิจ (ชุบ กลิ่นสุคนธ์) คนที่ 17 ขุนระดับคดี (ปัญญา รมยานนท์) คนที่ 18 ขุนอักษรสารสิทธิ์ (ละมัย สารสิทธิ์) คนที่ 20 นายพ่วง สุวรรณรัฐ  คนที่ 23 ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์) คนที่ 29 นายเวทย์ นิจถาวร ฯลฯ

          ช่วงนี้ มีงาน ไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และพิธีมอบคุณพืชพันธ์ธัญญาหารและสายน้ำ ในวันที่ 3 - 5 ธันวาคม 2550 อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ กลับเมืองไทยอย่าลืมแวะไป.

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats