|
โดย.....นภา
ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีเพลงปลุกใจเพลงหนึ่ง มีเนื้อร้องที่จำมาผิดๆ ถูกๆ กระท่อนกระแท่นตอนหนึ่งว่า
พวกเรามาทำสวนครัว ทุกครอบครัวถ้วนทั่วกัน หมั่นปลูกหมั่นทำทุกวันผลได้นั้นนับค่าล้ำ เป็นทรัพย์มีในดิน เป็นทรัพย์สินในน้ำ เร่งจดจำ ช่วยทำสวนครัวเถิดเรา เพลงนี้เปิดที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยสมัยโน้น ให้ประชาชนทำสวนครัว
ส่งเสริมให้ประชาชน ปลูกตะไคร้ พริก มะนาว มะเขือ กระเพรา โหระพา ผักหญ้าอื่นๆ เอาไว้ปรุงอาหาร โดยไม่ต้องซื้อเขากิน ใครมีที่ดินมากทำมาก ใครมีที่ดินน้อยก็ลงต้นไม้ใว้ในกระถาง
แนวคิดของจอมพล ป.ถึงแม้ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยให้ครอบครัวรู้จักประหยัด พึ่งพาตัวเอง ให้กินดี อยู่ดี โดยไม่ได้หวังแต่จะใช้เงินเพียงอย่างเดียว หรือตกเป็นทาสเงินอย่างโงหัวไม่ขึ้น
ช่วงนี้ ในบ้านเรา ราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละประมาณ 29 บาท ลิตรหนึ่ง ซึ่งน่าจะประเมิณได้ว่า ผู้ใช้รถยนต์ขนาดธรรมดา จะเสียค่าน้ำมัน ไม่น้อยกว่ากิโลเมตรละ 2 บาท
ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสูงขึ้น ตามไปติดๆ แน่นอน ย่อมส่งผลให้ราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 2.0 ราคาผักสดซึ่งดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ 19.0 ราคาไก่สด ไข่ไก่ รวมทั้งน้ำตาลทราย ฯลฯ มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน
ข้าวสารชนิดธรรมดาลิตรละ 14 บาท ไข่ราคาเท่ากับมะนาว ลูกละ 3 บาท เป็นมะนาวแป้นลูกเล็กๆ ไม่ค่อยมีน้ำ น้ำปลาทิพรสขวดละ 23 บาท
สินค้าที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้นร้อยละ 0.7 แชมพูสระผมขวดละประมาณ 80 บาท เหล้าแสงโสมขวดละ 185 บาท ทองคำบาทละ 12,000 บาท โทรศัพท์มือถือนาทีแรก นาทีละ 5 บาท
ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้นร้อยละ 1.4 ทั้งรถเมล์ใหญ่ รถเมล์เล็ก รถตุ๊กตุ๊ก สองแถว สกายแลป ในต่างจังหวัดก็สูงขึ้นตามไปด้วย
ถ้าไม่รู้จักพึ่งพาตนเอง ไม่รู้จักประหยัด เราคงต้องตกเป็นทาสของเศรษฐกิจไปอีกนาน
องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สอนนักสอนหนา ให้ประชาชนใช้นโยบาย เศรษฐกิจพอเพียง ใครมีที่ดินก็ขุดสระเลี้ยงปลา ปลุกพืชไว้กิน ถ้าเหลือก็เก็บไปขาย
ความกินดีอยู่ดี ก็เกิดขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินทองมากมาย
แต่ถ้าประชาชนไม่ทำ รัฐบาลไม่ทำ มุ่งแต่ไฝ่หาความศิวิไลซ์ แย่งชิงที่จะเป็นเจ้าของความก้วหน้าอย่างเดียว โดยขาดรากฐานที่มั่นคง ปัญหาพื้นฐานก็เกิดขึ้น
ข่าวคราวตอนนี้ ผลพวงประชานิยม ทำให้ครัวเรือนก่อหนี้เพิ่มน่าใจหาย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนมีมากขึ้น ยิ่งกลุ่มรายรับต่ำกว่า 5 พันหนี้บาน 2 เท่าตัวทีเดียว
เพราะอะไร เพราะประชานิยมหรือการให้ที่ผ่านมา เป็นการให้เพื่อหาเสียง ไม่ได้ให้อย่างยั่งยืน
เป็นประชานิยมที่มุ่งให้ประชาฯ หันมานิยมรัฐบาล
เราอยากเห็นรัฐบาล จะเป็นชุดไหนก็ตาม ได้ให้วิธีทำกินแก่ประชาชน แทนที่จะแจกเงินแต่เพียงอย่างเดียว เพราะเงิน แจกแล้วก็มีวันหมด แต่ถ้าให้ความคิด จะเป็นการให้ที่ยั่งยืนกว่า เหมือนให้เบ็ดตกปลากับประชาชน ไม่ใช่ให้ปลาไปแกง เพราะได้ปลาก็แกงได้ครั้งเดียว แต่ถ้าได้อุปกรณ์ตกปลา หรือรู้วิธีหาปลา จะเป็นการให้อย่างถาวร ให้รู้จักพึ่งพาตนเอง
ถ้าครอบครัวพึ่งพาตนเอง หมู่บ้านก็จะเป็นหมู่บ้านที่พึ่งพาตนเอง เป็นจังหวัดพึ่งพาตนเอง เชื่อมันได้ว่า ประเทศชาติจะไปไกลกว่านี้แน่
ถ้าจ้องหาแต่เงิน ประชาชนคิดแต่จะกู้หนี้ยืมสิน คิดแต่จะขายที่ทำกิน หรือรัฐบาล คิดแต่ จะขายทรัพย์สินของชาติ
ขายไปแล้ว ใช้เงินไปหมดแล้ว ต่อไปจะเอาอะไรไปขาย
ในสมัยก่อน ยุคที่เรียกว่า ข้าวในนา ปลาในหนอง ทองในดิน หรือยุค ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ
ประเทศไทยเราเคยส่งเสริมการเกษตร เพราะสินค้าเกษตร นอกจากส่งออกแล้ว ยังเป็นอาหารของคนไทยทั้งชาติ เรามีแผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินทอง มีความอุดมสมบูรณ์
แต่น่าเสียดาย ที่ภาครัฐในยุคหลังๆ ไม่เห็นค่าของสิ่งเหล่านี้ กลับหันไปสนใจแต่ความทันสมัย ทั้งๆที่ขาดรากฐาน เพราะเชื่อว่าความทันสมัยครือการแสดงถึงความเจริญของบ้านเมือง
น่าขัน ที่เราคลั่งไคล้กับสิ่งเหล่านี้ ทั้งๆ ที่บางทีเรายังไม่มีความพร้อม
สมัยก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาใช้คนในการตรวจข้อสอบ โดยวางระบบให้ผู้ตรวจ ไม่มีโอกาสรู้ว่า กำลังตรวจของใคร แล้วมีผู้ตรวจสอบซ้ำ เพื่อความถูกต้อง แม้จะเป็นวิธีเดิม แต่ก็ได้ผลดีไม่มีผิดพลาด
แต่ปัจจุบัน เขาใช้ระบบทันสมัย ที่เรียกว่า โอ-เน็ท และ เอ-เน็ท ปรากฎว่าเมื่อนำมาใช้งาน กลับปั่นป่วนไปทั่วประเทศ
เพราะความไม่พร้อมของคนและของระบบ ทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว ทั้งนักเรียนที่เป็นผู้สอบ ที่ไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง และกระทรวงศึกษาธิการ ที่รับผิดชอบก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี
น่าขายหน้ามาก ที่ระดับกระทรวงที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาของชาติ แต่ไม่สามารถ หรือไม่มีศักยภาพ ในการวัดผลการสอบ
ใกล้จะเปิดเทอมต้นแล้ว ยังตรวจข้อสอบไม่เสร็จ อีกทั้งกระดาษคำตอบบางส่วนหายไป
บางคนข้อสอบไม่หาย แต่ได้คะแนนเป็นศูนย์ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้
ข่าวว่าตอนนี้ ได้มีการ พยายามหากระดาษคำตอบที่หายไปให้เจอมากที่สุด ต้องติดตามหาสาเหตุว่ากระดาษหายจากส่วนไหนไปอยู่ที่ใด ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบ กำลังเร่งใช้ทั้งคอมพิวเตอร์ และคนในการช่วยสอบค้น ซึ่งแน่นอนว่า ผลเสียของเด็กที่ถูกทำข้อสอบหาย ใครจะรับผิดชอบอนาคตของเด็กเหล่านั้น
นี่คือผลจากความเห่อของใหม่
กลับมาเรื่องปากท้อง เมื่อวันวาน ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าการขยายตัวเศรษฐกิจ มีแนวโน้มชะลอตัวลง การก่อหนี้ของภาคครัวเรือนกลับเพิ่มขึ้น ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน กำลังลดลง
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ชี้ว่า ภาคครัวเรือนยังคงมีการก่อหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในสามเดือนหลังของปี 2548 อัตราการขยายตัวอยู่ที่ ร้อยละ6.7
ตัวเลขนี้ ไม่น้อยเลย ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ถึงประมาณร้อยละ 1.50 ต่อปี จากร้อยละ 5.75 ต่อปี มาอยู่ที่ร้อยละ 7.25 ต่อปี
ประชาชนต้องหาเงินเพิ่ม ในการจ่ายค่างวด
และปัญหาใหม่สำหรับประชาชนไทยคือ การเป็นหนี้เครดิตคาร์ด ที่ยังขยายตัวสูงขึ้น และส่วนใหญ่ จะอยู่ในกลุ่มของผู้มีรายได้ไม่สูงนัก
หนี้เครดิตคาร์ด จะเหมือนเป็นปีศาจ ที่จะตามมาหลอกหลอนครอบครัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผู้เป็นหนี้ หากบริหารการจ่ายไม่ดี ก็อาจต้องเสียแต่ดอกเบี้ยที่แพงโหด ในขณะที่เงินต้นไม่ลดลง
มาถึงจุดนี้ ทุกพรรคการเมืองที่ขันอาสาเข้ามาเป็นรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศ จะตอบคำถามได้หรือยัง ว่าจะนำพาประเทศชาติไปทางไหนดี.
|