HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 01:05 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
สามจังหวัดภาคใต้
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 14 เมษายน 2549

โดย.....นภา

                1.นราธิวาส
ข่าวคราวเมื่อวันก่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรนราธิวาส  ได้สั่งการด่วนไปยังหัวหน้าสถานีตำรวจ ในพื้นที่ ให้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่และตรวจตราสถานีสำคัญๆ เพราะพบเบาะแส การประกอบระเบิดแสวงเครื่องจำนวน  50  ลูก  ที่เตรียมขนย้ายเพื่อมอบให้กลุ่มแกนนำ ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ นำไปก่อเหตุตามสถานที่สำคัญต่างๆ  โดยเน้นสร้างความสูญเสียต่อชีวิต ของเจ้าหน้าที่กองกำลัง ในพื้นที่หลัก  2  อำเภอ คือ อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอเมืองนราธิวาส
ข่าวลักษณะเช่นนี้ เป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับที่ชายแดนไทย มาเลเซีย และไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง
                ย้อนนึกถึงสามจังหวัดภาคใต้ ซึ่งมี นราธิวาส ยะลา ปัตตานี ในอดีต ในสายตาของคนบ้านเมืองอื่น เมืองแถบนี้สงบ ประชาชนเป็นกันเอง การไปมาหาสู่ก็ไม่ต้องระแวดระวัง
                แต่เพราะการเมือง ทำให้ความรู้สึกเดิมๆ นั้นหายไป มีแต่ความหวาดผวา คนท้องถิ่นก็ไม่วางใจคนแปลกหน้า และคนแปลกหน้าเอง ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปเหมือนในสมัยเก่าก่อน
                คงต้องเป็นหน้าที่ภาครัฐ และเราทุกคน รวมทั้งท้องถิ่นเอง คงต้องช่วยกันหาคำตอบ ว่าจะทำอย่างไรให้ความสงบสุขกลับคืนมาดังเดิมได้
นึกถึงสมัยโน้น จากกรุงเทพฯ นั่งรถไฟไปสุดปลายทางที่สุไหงโกลก ประมาณพันกิโลเมตรเศษๆ ก็ถึงแล้ว
                ถ้านั่งชั้นสามจะเหนื่อยมาก แต่ถ้าไปชั้นสองตู้นอนโทออกจากกรุงเทพฯ ตอนเย็น กินอาหารค่ำบนรถ พออาหารย่อยก็ให้พนักงานปูเตียง หลับสบาย รถจะโยกเยกนิดหน่อยทำให้หลับง่ายขึ้น เหมือนมีคนมาไกวเปลให้
                ไปตื่นเช้าในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช เดี๋ยวก็เข้าหาดใหญ่ เดี๋ยวก็ถึงโกลก ไม่ทันเหนื่อย          สุดปลายทางสุไหงโกลก เป็นแหล่งการค้าชายแดน มีสินค้ามากมาย คนไทยและชาวมาเลเซีย ต่างข้ามไปข้ามมากันสะดวกมีสะพานที่เชื่อมต่อสองประเทศ จากฝั่งโกลก ไปรันตูปันยัง  ที่คนไทยสามารถขับรถไปถึงจะไปเมืองโกตา บาห์รูได้
                สมัยก่อน บางทีเมื่อไปเที่ยวหาดใหญ่ ก็ขับรถไปแถบจังโหลน หรือปาดังเบซา ระยะทางแค่ประมาณ 200 กิโลเมตรเท่านั้นไม่มีใครประสงค์ร้ายใคร ไปกันได้เกือบทั้งปียกเว้นช่วงปลายๆปีที่มีฝนตกชุก ก็จะลำบากหน่อยเพราะหน้าฝนที่นั่นตกกันจนไม่ลืมหูลืมตา
ชายแดนไทยมาเลเซีย มีข้าวของปลอดภาษีขายในราคาถูก ประเภท เครื่องไฟฟ้า จานข้าว ชุดกาแฟ ผลไม้ต่างๆ เช่นลูกพรุนลูกพลับแห้ง อินทผาลัม ฯลฯ
                สมัยก่อน เมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้ว ผู้เขียนเคยไปบ่อย เพราะมีญาติย้ายไปทำงานการอยู่แถบนั้น ยังได้รู้จักเพื่อนๆที่เป็นคนพื้นเมือง  หลายคน
                รู้จักเดือน รอมฎอน และวันฮารีระยอ ก็ที่นั่น
                ยังจำถึงช่วงที่เขาบวชถือศีลอด ไม่รับประทานอาหารหรือน้ำตลอดวัน ตกเย็นออกบวช ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งไม่ตรงกันในแต่ละวัน เขาจะเตรียมอาหาร รวมทั้ง อินทผาลัม ผลไม้ที่หวานชื่นใจ มีเพื่อนพ้องคนรักใคร่นับถือ ญาติพี่น้องล้อมวงกินกัน
                เคยไปลองตั้งสัจจะอดอาหารกับเพื่อนอยู่หลายวัน ในเดือนบวชเพราะความอยากรู้ ก็ได้เห็นคุณค่าหลายอย่าง ในสิ่งที่เขาเชื่อถือ
                ในศาสนา ล้วนมีแต่ของดีทั้งสิ้น
                เพื่อนคนหนึ่งจากกรุงเทพฯเรียนจบใหม่ๆ ไปรับราชการที่นั่นได้พบคนที่รัก แต่งงานแล้วนับถือศาสนาอิสลามตามครอบครัวของภรรยา อยู่กันอย่างมีความสุขจนปัจจุบันนี้
                น่าเสียดาย ที่ภาครัฐ ไม่เห็นคุณค่าของความกลมเกลียวสมานฉันท์ ให้คนที่เกิดมาแตกต่าง แต่สามารถอยู่บนโลกใบเดียวกันอย่างมีความสุข
                ปกติคนแถบนั้นจะพูดภาษายาวี อย่างชาวมลายู แต่เสียงจะเพี้ยนไปจากภาษามลายูที่เป็นภาษากลางบ้าง แต่ก็ฟังกันรู้เรื่อง
                อย่างเช่นคำว่า กินข้าว  “มากันนาซิ” คนท้องถิ่นออกเสียงว่า “มาแกนาซิ” เป็นต้น (ยกตัวอย่างได้แค่นี้ เพราะรู้มาแค่นี้เอง)
ก็คงเหมือนภาษาไทย ที่แต่ละจังหวัดสำเนียงไม่เหมือนกัน
                พื้นที่กว่าครึ่งของจังหวัดนราธิวาสเป็นภูเขาและป่า นอกนั้นเป็นที่ราบลุ่ม ก็ยังมีป่าพรุ มีแม่น้ำหลายสายเช่น มีแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา  แม่น้ำตากใบ ฯลฯ พื้นที่ของจังหวัด ติดทะเลทั้งสองฝั่งคืออันดามัน และอ่าวไทย
                เพราะใกล้แม่น้ำ ใกล้ทะเล การประมงขนาดย่อมจึงเป็นอาชีพอย่างหนึ่งของชาวบ้าน และเมื่อพูดถึงประมง ก็ต้องพูดถึง “เรือกอและ” เป็นเรือที่มีลักษณะเฉพาะ หัวและท้ายเรือสูง สามารถโต้คลื่นได้ดี
                ส่วนของตัวเรือ จะเขียนลวดลายวิจิตรสวยงาม ผสมผสานระหว่างศิลปไทย ชวา และมาเลเซีย ที่ชาวท้องถิ่นทำเองมาช้านานและยังสืบทอดไปสู่คนรุ่นหลัง โดยเฉพาะแหล่งต่อเรือและเขียนลายที่บ้านทอน  ตำบลโคกเตียน มีทั้งเรือจริงและเรือจำลองที่ขายให้กับผู้มาเยือน
                เป็นศิลปะท้องถิ่น ศิลปินพื้นบ้าน
                แถวปากน้ำบางนรา เป็นชายหาดยาวสุดลูกหูลูกตา ที่ทุกปีจะมีประเพณีแข่งเรือ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้มาเยือน ท้องน้ำสีครามจะเต็มไปด้วยเรือที่สีสวยเหมือนลูกกวาด ซึ่งหาดูไม่ได้ในภาคอื่นๆ
                ซึ่งเดี๋ยวนี้ไปมาคงไม่สะดวกเหมือนเมื่อก่อน น่าเสียดายเหลือเกิน
                ศูนย์รวมใจของชาวนราธิวาส มี มัสยิดยุมอียะห์ หรือมัสยิดรายอ สร้างมาเมื่อ 68 ปีมาแล้ว
แต่ถ้าเก่ากว่านั้น มีชื่อเรียกว่า มัสยิด 300 ปี  หรือมัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือ มัสยิดตะโละมาเนาะ บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาวอ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 25 กิโลฯ ไปทางบ้านบือราแง 
ผู้สร้างคือ วันฮูเซ็น อัส-ซานาวี เดิมเป็นชาวบ้านสะนอยานยา ปัตตานี สร้างไว้เมื่อ 382 ปีมาแล้ว
                ไปนราธิวาส หากจะซื้อของของกินของฝากติดมือกลับบ้าน ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนที่นี่ ลองกอง มีชื่อมาก รสหวานและไม่มีเม็ดไม่มียางเหมือนลางสาด  ลองกองที่บ้านซีโป อำเภอระแงะ และลองกองตันหยงมัส มีชื่อมาก
ปลากุเราเค็ม ที่เจ๊ะเห อำเภอตากใบ เขาว่าแพงมากแต่อร่อยสมราคา
สะตอ หรือ “ลูกตอ” ผลไม้ปรุงอาหาร ที่มีอยู่แทบทุกสวน
                ”น้ำบูดู” ซึ่งว่ากันว่าน้ำบูดูที่อร่อย ต้องมาหาซื้อที่นี่ น้ำบูดู มีสองอย่าง คือ บูดูเค็ม ที่กินกับผักจิ้ม และบูดูหวาน สำหรับใส่ปรุงรสข้าวยำ
                ส่วนของฝากประเภทหัตถกรรมพื้นบ้าน มีเสื่อกระจูด ผลิตภัณฑ์จากกระจูด
กระจูด เป็นพืชที่ขึ้นในที่พรุ หรือที่ลุ่มมีน้ำขัง ลักษณะต้นเป็นประเภทหญ้า คลายต้นกก แต่ลำต้นกลมๆ เล็กๆ ข้างในกลวง เมื่อน้ำมาตากแห้งจะเหนียวสานเป็นเสื่อหรือของที่ระลึกอื่นๆ ได้              ที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็น ผ้าปาเต๊ะ ซึ่งสมัยก่อนมีกระบวนการย้อมด้วยสีต่างๆ แต่ปัจจุบันใช้วิธีพืมพ์ลวดลายลงไป เพราะง่ายและสะดวกกว่าครับ.

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats