HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:21 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
การถอยสองก้าวของนายกรัฐมนตรี
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 7 เมษายน 2549

โดย.....นภา

                ถอยก้าวแรก คือการประกาศในโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ อ้างถึงความจำเป็น เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน เพราะว่าถ้าเรามัวแต่เอาชนะกันเอง แต่ประเทศจะเป็นผู้แพ้
            “ผมได้พูดกับพี่น้องประชาชนเพื่อวิงวอนความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น และได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี จากกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อให้ความปรองดองแห่งชาติเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ผมต้องขอบคุณ ณ ที่นี้ด้วย และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกพรรคการเมืองจะได้เข้าใจเจตนารมณ์ตรงนี้”
            นายกยังให้เหตุผลอีกว่า ปีนี้เป็นปีมหามงคลยิ่งของคนไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ครบ 60 ปี เราไม่มีเวลาที่จะทะเลาะกันแล้ว
            “ผมอยากเห็นคนไทยทั้งประเทศมีความรักความสามัคคี ลืมเรื่องที่ผ่านไป เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องที่รักผม ก็ได้แสดงออกว่าสนับสนุนผมด้วยการลงคะแนน 16 ล้านกว่าเสียง พี่น้องที่รักพรรคการเมืองอื่น หรืออาจไม่พอใจผม ก็ได้แสดงออกในการลงคะแนนโนโหวตก็ดี หรือไม่ลงเสียงเลือกตั้ง ทุกคนได้แสดงออกหมดแล้ว พี่น้องชาวพันธมิตรได้แสดงออกแล้ว ฝ่ายค้านได้แสดงออกแล้ว”
            “ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาที่เราได้แสดงออกร่วมกันรวมใจไทยให้เป็นหนึ่งเถอะครับ”
            ผมขอถอยด้วยการไม่รับตำแหน่งนายกฯ แต่ผมจำเป็นต้องรักษาการ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และพยายามสร้างความสมานฉันท์ ขอเลย วิงวอนครับ วิงวอนพี่น้องคนไทยทั้งชาติว่า วันนี้เราเสียสละคนละเล็กละน้อย เพื่อประเทศของเรา เพื่อพระเจ้าอยู่หัวของเรา”
            “ผมยังคงทำหน้าที่ ส.ส. ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคไทยรักไทย นโยบายทุกนโยบายที่เคยปฏิบัติและพี่น้องเป็นห่วงว่าจะหายไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปราบปรามยาเสพติด 30 บาทรักษาทุกโรค การแก้ปัญหาความยากจน และการสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ทั้งหมดนี้จะได้รับการผลักดันต่อไปในรัฐบาลใหม่ โดยรัฐบาลใหม่จะขับเคลื่อนที่รัฐบาลนี้ได้ทำไป
            “ผมจะไปเยี่ยม จะไปพบกับพี่น้องประชาชนต่อไปในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และฐานะอดีตนายกฯที่มีความห่วงใยต่อบ้านเมืองและรักพี่น้องประชาชน ผมจะทำหน้าที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ให้ดีที่สุดเพื่อพี่น้องคนไทย”
                รุ่งขึ้นอีกวัน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถอยก้าวที่สอง ด้วยการลาพัก ในตำแหน่งนายกฯรักษาการ
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวทั้งรอยยิ้มและน้ำตาคลอเบ้าว่า ขอขอบคุณพี่น้องที่มาให้กำลังใจ หลายคนไม่มาแต่ก็ร้องไห้ อยู่ที่บ้าน ขอให้น้ำตาทุกหยดเป็นกำลังใจและสะท้อนไปสังคมไทยว่าคนไทยต้องรักกัน หากคนไทยไม่รักกันและเห็นแก่ตัว ทำให้คนไทยด้วยกันต้องเสียน้ำตาแบบนี้ไม่ได้
“ผมรักและห่วงใยพี่น้องทุกคน และรักแผ่นดินนี้ ผมมีหน้าที่หนึ่งที่ใหญ่ที่สุด คือตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน”
นายกฯ ยังได้กล่าวขอบคุณและขอโทษ 16.4 ล้านเสียงที่ต้องการให้รับตำแหน่งนายกฯต่อไป
และว่าเหตผลที่ต้องเว้นวรรคเพื่อความสงบและความสมานฉันท์ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ยึดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและยึดความสมานฉันท์ วันนี้เป็นสิ่งที่ตนจำจนวันตายที่มีพี่น้องประชาชน มาให้กำลังใจ
ไม่ใช่ ว่าไม่สู้ แต่สู้แล้วผู้แพ้คือประเทศ ดังนั้น ต้องยึดพระราช ดำรัส ไม่เช่นนั้นจะเหมือนกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ตนไม่ต้องการให้เกิดการนองเลือดในหมู่คนไทย เลือดไทยต้องไม่ทาบนแผ่นดินไทย ดังนั้น หากต้องจุดตัวเองเป็นแสงสว่างและหลอมละลาย ก็ยินดีเพื่อให้บ้านเมืองมีความรักสามัคคี ส่วนคนดื้อไม่ฟังก็อโหสิกรรม
ยืนยันว่าพรรคไทยรักไทยจะเป็นสถาบันที่อยู่กับประชาชนต่อไป และจะดูแลกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนขับรถแท็กซี่ และรถสามล้อ ไม่ให้ ถูกรังแก  
สิ้นเสียงสิ้นสั่ง ประชาชนที่รักนายกฯ ร้องไห้ระงม คนเฒ่าคนแก่เข้ามากอด
พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเข้าไปที่ตึกไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง เพื่อขนของออกจากห้องทำงาน หลังใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง พ.ต.ท.ทักษิณได้ถือรูปถ่ายครอบครัว ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานเดินลงมาจากห้อง
ใครเห็นก็น้ำตาซึม ขนาดดาราตุ๊กตาทองของฮอลลีวูด ก็ยังไม่แนบเนียนเท่านี้
ถอยสองก้าวของนายกทักษิณ ย่อมทำให้ประชาชนเข้าใจว่า ในที่สุด ความดีก็พ่ายแพ้แก่ความชั่ว นายกฯ ที่ดี อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ หาไม่ได้อีกแล้วในชาตินี้
คนไทยส่วนใหญ่ จะเห็นใจคนแพ้ แม้กระทั่งสื่อใหญ่ๆ ยังวิจารณ์ว่า จะเกิดกะแสตีกลับ ทำให้ “คนรักทักษิณ” เพิ่มมากขึ้น
ถอยสองก้าว ของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังเป็นเกมรุกที่เหี้ยมเกรียม รุนแรงและน่ากลัวกว่าครั้งใด เป็นเกม ที่เดิมพันด้วยความรักอันบริสุทธิ์ ของประชาชน ที่จะนำไปสู่ความแตก
ให้เห็นว่าฝ่ายนี้ดี แต่ฝ่ายอื่นชั่ว ให้ประชาชนเชื่อว่าสิ่งที่กำลังทำ คือความรักชาติ และก็น่าตกใจ หากใคร หรือพลังบริสุทธิ์คนใด ที่จะตายเพื่อชาติ สละชีวิตเพื่อทักษิณ
อย่าลืมว่าความรัก ทำให้คนตาบอด และทำได้ทุกอย่าง
สิ่งนี้ กลุ่มพันธมิตร กลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน จะต้องใช้ความรอบคอบ อย่าสู้โดยคิดว่าเดินตามอุดมการณ์ แต่ต้องสู้และทำความเข้าใจกับแนวร่วม และมวลชนไปพร้อมกัน หาไม่แล้วสิ่งที่ทำถูกก็จะกลายเป็นผิด
เรามองว่า เกมถอยสองก้าว ทำให้ฝ่ายพันธมิตรที่ดูเหมือนมีชัย กลับเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ การก้าวเดินไปสู่การปฏิรูปการเมืองจะยากขึ้น
เราไม่อยากให้พันธมิตรบู่มบ่าม และใช้พลังมวลชนพร่ำเพรื่อโดยไม่จำเป็น แต่ต้องเปลี่ยนยุทธวิธี โดยมุ่งเน้นการปฏิรูปการเมืองเป็นหลัก
และจะต้องระวังที่สุด คือเงาที่อยู่เบื้องหลังของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เงาที่อยู่หลังสภาฯ ทั้งสองสภา หลังองค์กรอิสระ
รวมทั้งอำนาจการเงินมหาศาล ที่จะบันดาลให้เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน
นักต่อสู้พันธมิตรทั้งหลาย ท่านอาจเคยต่อสู้และได้รับชัยชนะในระบอบเผด็จการ แต่คราวนี้ ท่านต้องต่อสู้กับมันสมองที่เยี่ยมยอด จากกลุ่มคนที่เคยรู้เขารู้เรา เคยเคียงบ่าเคียงไหลกันมาตั้งแต่เยาวัยในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม
เราไม่รู้เขามากกว่าที่เคยรู้ แต่เขารู้เรา รู้จุดอ่อนของประชาชน โอกาสที่เขาจะชนะ แล้วอาศัยพลังรักอันบริสุทธิ์ มาทำลายเราให้ย่อยยับนั้นเป็นไปได้มาก แต่เราก็ยังเชื่อว่า ความดี ความจริงใจ และความรอบคอบ จะนำไปสู่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของประชาชน..

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats