HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 01:08 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | ท่องไปใต้แสงตะวัน
อยู่ภายใต้กฎหมายจริงหรือ
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 31 มีนาคม 2549

โดย.....นภา

                คนที่ถูกคนอื่นด่าทุกวัน ไม่ได้อยู่สบาย ยิ่งคนจำนวนมากด่า ยิ่งไม่สบายมากขึ้น
เขาว่า ฟ้าดินก็ไม่เป็นใจ ช่วงนี้เกิดเหตุประหลาดหลายอย่าง เริ่มจากที่คนเสียสติ ทุบรูปปั้นท้าวมหาพรหม หน้าโรงแรมเอราวัณ มาจนถึงเกิดพายุพัดเข้าทำเนียบ จนหัวเสารั้วทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลกต้นที่ 7 หักโค่นลงมา
แหล่งข่าวสายขนหัวลุกบอกว่า เป็นเสาต้นที่ติดกับศาลพระภูมิประจำทำเนียบฯ และยอดโดมสีทอง ของตึกไทยคู่ฟ้าพอดี เหมือนเป็นลางร้ายและสัญญาณของการผลัดเปลี่ยนรัฐบาลที่ใกล้จะมาถึง 
และว่าจุดนี้ฮวงจุ้ยไม่ดี เมื่อก่อนเคยเป็นห้องพักของตำรวจประจำทำเนียบฯ และก็รื้อออกไป
ยังมีการวิจารณ์อีกว่า  เหตุที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณอย่างหนึ่ง
ยังไม่รวมนกกา และสัตว์โลกผู้น่ารักอย่าง (ขอโทษนะ) “เหี้ย” ที่มาป่วนเปี้ยน
แถมช่วงนั้นมีราหูมาอมดวงอาทิตย์......
                ทำเอาคนเชื่อดวงอย่างนายกฯ “หนานแม้ว” ต้องตระเวณไปไหว้พระยังดินแดนนพบุรีศรีนครพิงค์ และเมืองหริภุญไชย เพื่อแก้ลางร้าย 
เริ่มตั้งแต่เดินทางไปไหว้อัฐิบรรพบุรุษที่วัดโรงธรรมสามัคคี  ที่สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
แล้วเดินทางต่อไปไหว้พระธาตุหริภุญไชย ที่ลำพูน  เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญไชย  มอบพระคง  พระรอด  และพระพุทธรูปพระพุทธสิหิงส์
แล้วกลับมาในกำแพงเมืองเก่า ไปสักการะพระธาตุเจดีย์หลวงในวัดเจดีย์หลวง  รุ่งขึ้น ไปสักการะอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่กลางเมือง
นายกฯ หมายมั่นปั้นมือว่า หลังเลือกตั้ง 2 เมษายน ทุกอย่างจะคลี่คลายได้มานั่งแป้นเป็นเจ้าพระยานาหมื่นอีกหน  ก็เห็นว่าเตรียมจับใหญ่ หัวโจกที่ชุมนุมด้วยนะ
แต่คงไม่ง่ายอย่างที่คิด
อาจารย์สุรพล  นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โดม ฟันธงว่าระหว่างวันที่ 2 เม.ย.-1 พ.ค.จะติดกับการเลือกตั้ง  เพราะสภาผู้แทนราษฎรเดิมหมดวาระลง แต่ก็จะไม่สามารถเปิดสภาใหม่ได้ เนื่องจาก ส.ส.ไม่ครบ 500 คน โดย กกต.จะต้องเปิดให้มีการเลือกตั้งซ่อมภายใน 30 วัน
แต่หากยังไม่ได้ ส.ส.ครบตามจำนวน ก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้แล้ว เพราะ กกต.ก็หมดอำนาจ
                คนที่เคยเชื่อว่าการเลือกตั้งในวันที่  2  เม.ย. เป็นยาวิเศษ  ก็จะผิดหวัง
อาจารย์สุรพลยังว่า ตนเชื่อในระบบการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งไม่ได้แก้ปัญหา แต่ยิ่งจะทำให้ทุกอย่าง เลวร้ายลง  แต่จะยิ่งทำให้สังคมมีปัญหาความขัดแย้งรุนแรงขึ้น
คงมีทางเดียวจริงๆ ที่จะแก้ปัญหาได้คือ นายกจะต้องลาออก แต่ก็ไม่มีทางลา
ส่วนอีกด้าน เครือข่ายพีเน็ตโดย  พล.อ.สายหยุด  เกิดผล  และคณะ ก็สรุปเหมือนกันว่า น่าจะได้ ส.ส.ไม่ครบ 500   คน อีกทั้งการที่สภาฯที่มาจากพรรคเดียว
 คือความแข็งแกร่งที่สุดที่เป็นจุดอ่อนที่สุดในตัวเอง
การตัดสินใจเดินหน้าเลือกตั้งทั้งๆ ที่มีแนวทางอื่นดีกว่า   เป็นเรื่องที่จะก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง ที่ กกต.และรัฐบาลไทยรักไทยต้องรับผิดชอบ
แต่เมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็ถือว่าเป็นหน้าที่ที่ประชาชนคนไทยต้องไปใช้สิทธิ์ แม้ว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ขาดความชอบธรรม
 และแนะนำประชาชนตัดสินใจเลือกพรรค  หากเชื่อว่าพรรคนั้นทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ  หรือกาในช่องในไม่ประสงค์ลงคะแนน หากเห็นว่าการเลือกตั้งขาดความชอบธรรม หรือไม่ชอบพรรคการเมืองใดเลย
และว่าถ้าหากหลังเลือกตั้ง ช่องไม่ลงคะแนนมีจำนวนมาก มีการร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ถึงตอนนั้นผู้มีอำนาจต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เพราะนั่นถือเป็นทางตัน ที่ทำให้มีการกราบบังคมทูลฯ และทรงมีพระราชวินิจฉัยในมาตรา  7 เพื่อพระราชทานนายกรัฐมนตรีรักษาการ
ซึ่งคล้ายกับกรณีของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าฯ สตง.
อีกทางหนึ่ง ที่หลายฝ่ายกำลังต่อสู้ ด้วยการยื่นหนังสือต่อ กกต.  เรียกร้องให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณในข้อหาได้ทำผิดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ
                ก็เห็นว่าหลักฐานชัดเจนมาก
หนังสือระบุว่า  พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางไปปราศรัยตามสถานที่ต่างๆ โดยการกระทำบางอย่างขัดต่อ พ.ร.บ.เลือกตั้ง หลายครั้ง
ตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นประธานเปิดร้านค้าชุมชนเอสเอ็มแอลที่บ้านหนองผือ  อ.บ้านไผ่  จ.ขอนแก่น และได้ปราศรัยตอนหนึ่งว่า "ปีนี้หนองผือได้เอสเอ็มแอล 3 แสนต่อปี ปีหน้า 3 แสน ปีต่อไปก็ได้ 3 แสน แต่มีข้อแม้ตนต้องได้เป็นนายกฯ"
ต่อมา นายคำตา แทนบุญจันทร์ เลขาธิการคาราวานคนจน ได้จัดแสดงบนเวทีสนับสนุน  พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยมีการแสดงตลกและดนตรีไปพร้อมกัน นางพจนีย์ ณ ป้อมเพชร ได้แจกผ้าโพกหัวและเสื้อ "ทักษิณสู้ๆ" ต่อคาราวานคนจนที่เดินทางมาให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สวนจตุจักร  
ในการปราศรัยใหญ่ของพรรคไทยรักไทยที่วงเวียนใหญ่ มีการขายเสื้อและผ้าโพกหัว ราคา 20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าตลาด
ฝ่ายที่ยื่นหนังสือผ่าน กกต.ยังได้นำเสื้อยืด  และผ้าโพกหัว ภาพถ่ายและแผ่นวีซีดีบันทึกเหตุการณ์ ขณะนางพจนีย์แจกจ่ายเสื้อและผ้าโพกหัวมอบให้ กกต.ด้วย
ซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่นำมายื่นต่อ กกต.มีความชัดเจน กกต.สามารถสืบสวนได้ง่ายมาก  มีทั้งภาพและเอกสาร ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชี้ช่องให้ กกต.พิจารณาได้ง่าย
                ตอนนี้ หลักฐานมีจริง แต่ก็ขึ้นอยู่กับ กกต. ว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่
ฟังจากเลขาธิการ  กกต. ก็ยังอ้ำอึ้ง ทั้งได้ขอขยายเวลาในการสอบสวนเพิ่มอีก 10 วัน โดยอ้างว่า เกี่ยวข้องกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นจำนวนมาก   จึงต้องใช้เวลาในการทำหนังสือขอเวลาการสอบ สวนข้าราชการที่เกี่ยวข้องก่อน
ไปๆมา ก็คงเหลว
พล.ต.อ.วาสนา  เพิ่มลาภ  ประธาน กกต. เองยังว่า การสอบสวนไม่ได้ง่ายเหมือนการพูด เพราะการที่จะเอาใครผิดจะต้องมีหลักฐานพอสมควร   ได้ข้อยุติจนไม่มีข้อสงสัย
  ว่ากรณีนายกฯ เรื่องเยอะ พยานเยอะ ข้อเท็จจริงเยอะ เจ้าหน้าที่ต้องลงไปสอบที่ต่างจังหวัด สอบข้าราชการผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลา โดยยืนยันว่า
“ผมไม่ปกป้องใคร  ใครก็มากดดันผมไม่ได้  ผมไม่ได้ท้าทายใคร  ทำตามหน้าที่ ไม่ต้องการเป็นฮีโร่ ไม่ต้องการเป็นวีรบุรุษ ทุกอย่างต้องว่าไปตามหลักฐานข้อเท็จจริง”
ถ้าทำได้จริงอย่างที่พูด ก็ดี แม้ไม่อยากเป็นฮีโร่ ก็จะได้เป็น แต่ถ้าท่านไม่ทำ  ก็คงต้องพึ่งพระเสื้อเมืองพระทรงเมืองที่จะทำให้เกิดปาติหารย์ อย่างที่ไม่มีใครคาดฝัน เพราะทางอื่นไม่มีแล้ว นักข่าวสายขนหัวลุก ฟันธง.

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats