|
โดย..จรินทร ทานัชฌาสัย..
วีซ่าทำงาน H-1B
วีซ่าทำงาน H-1B มีโควต้าปีละ 65,000 ราย วีซ่าประเภทนี้จะออกให้ในวันที่ 1 ตุลาคม นายจ้างสามารถยื่นคำร้องขอ วีซ่าทำงานให้คนงานต่างชาติได้ก่อน 6 เดือน ดังนั้นวันแรกที่เปิดรับสมัครวีซ่าทำงาน H-1B คือวันที่ 1 เมษายน
ในปีที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2007 USCIS ได้รับคำร้องขอ H-1B เป็นจำนวน 133,000 ราย ในวันแรกที่เปิดรับ สมัคร ในวันที่สอง USCIS จึงประกาศปิดรับสมัคร และส่งคืนคำร้องที่ยื่นหลังจากวันนั้น เนื่องจากคำร้องที่ไดรับมีมากกว่า โควต้า ดังนั้นรัฐบาลจึงใช้คอมพิวเตอร์เลือกสุ่มจากจำนวน 133,000 รายเพื่อให้วีซ่าเพียง 65,000 ราย
ส่วนโควต้าของผู้ที่จบการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโท ซึ่งมีโควต้าต่างหากอีก 20,000 ราย ก็ได้ถูกใช้หมดภายในเวลา 1 เดือน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2007
วีซ่าทำงาน H-1B นี้จะออกให้ครั้งละ 3 ปี และสามารถต่อได้อีกครั้งละ 3 ปี วีซ่าทำงานนี้จะออกให้แก่คนงานต่างชาติ ที่จบการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรี หรือมีประสบการณ์เทียบเท่า และนายจ้างจะต้องมีตำแหน่งว่างและต้องการรับคนเข้า ทำงาน และอัตราค่าแรงที่จะจ่ายจะต้องเท่ากับหรือมากกว่า อัตราในตลาดแรงงาน
หน่วยงานที่อาศัยแรงงานของคนต่างชาติที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี พยายามผลักดันขอให้รัฐบาลเพิ่มโควต้า H-1B โดยกล่าวว่าการเพิ่มโควต้าดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้บริษัทในอเมริกาสามารถแข่งขัน ทัดเทียมกับประเทศทั่วโลกได้
ในปัจจุบันโควต้า H-1B มีจำนวน 85,000 รายต่อปี และจะเริ่มรับสมัครในวันที่ 1 เมษายน 2008 คาดว่าโควต้าจะถูก ใช้หมดอย่างรวดเร็ว
สภาพยายามผลักดันกฎหมายเข้มงวดด้านอิมมิเกรชั่น
ร่างกฎหมาย Secure America with Verification and Enforcement Act หรือ SAVE ACT เสนอให้เพิ่มเจ้าหน้าที่ ตรวจด่านชายแดนอีก 8,000 คน จัดการฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเช่นตำรวจให้ช่วยบังคับกฎหมายอิมมิเกรชั่น โดยการ ตรวจสอบและจับคนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย และบังคับให้หน่วยงานธุรกิจทุกแห่ง (ภายใน 4 ปีข้างหน้า) จะต้องใช้ ระบบตรวจสอบสถานภาพด้านอิมมิเกรชั่นของคนงานทุกคนของตน
ผู้ที่สนับสนุนกฎหมายเข้มงวดดังกล่าว ให้ความเห็นว่า คนต่างชาติที่ผิดกฎหมายได้ทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียเงินเป็น จำนวนล้านๆ เหรียญ เพื่อจ่ายในการกักขังคนต่างชาติในเรือนจำ ดังนั้นรัฐบาลควรจะต้องปิดกั้นพรมแดนให้รัดกุมและออก กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น
สมาชิกสภาฝ่ายพรรครีพับลิกันได้เสนอร่างกฎหมาย 15 ฉบับ ที่มีแต่บทลงโทษ (enforcement bills) เพียงอย่างเดียว เช่น ให้บังคับว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาเดียวในทางราชการ, มิให้ออกใบขับขี่ให้แก่คนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย, ให้เนรเทศคนต่างชาติที่ทำความผิดในข้อหาขับรถในขณะเมามาย และให้รัฐบาลตัดเงินช่วยเหลือแก่เมืองหรือหน่วยงาน ท้องถิ่นที่มีนโยบายให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน โดยไม่ตรวจสอบสถานภาพด้านอิมมิเกรชั่น (เพื่อบังคับให้หน่วยงาน ราชการท้องถิ่นให้ความช่วยเหลือเฉพาะคนอเมริกันหรือคนที่อยู่อย่างถูกต้องเท่านั้น) และให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคือตำรวจ ตรวจจับคนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย นอกจากนั้นยังให้แซงชั่นประเทศที่ไม่ยอมรับประชาชนของตนที่ทำความผิดใน คดีอาญาและถูกเนรเทศออกไปจากอเมริกา (ทำให้คนที่ถูกเนรเทศไม่สามารถถูกส่งตัวกลับคืนประเทศของตน)
สมาชิกฝ่ายพรรคเดโมแครตเห็นด้วยกับการควบคุมชายแดน แต่ต้องการให้ประโยชน์ และเปิดทางให้อยู่ได้อย่างถูกต้อง สำหรับคนที่อยู่อย่างผิดกฎหมายจำนวน 12 ล้านคน ก็คงต้องติดตามข่าวการลงคะแนนเสียงกันต่อไป
ตำรวจไทยจับตัวผู้ร้ายและส่งตัวข้ามแดนมาให้อเมริกา
นายแรนดี้ กอนซาเลย์ ชายอายุ 40 ปี ชาวฟิลิปปินส์ ถูกตำรวจไทยจับกุมที่กรุงเทพเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2007 นาย แรนดี้ ได้ถูกส่งตัวให้แก่เจ้าหน้าที่ของอเมริกันเพื่อดำเนินคดีในข้อหาส่งยาปลอมเข้ามาขายในอเมริกา
U.S. Immigration & Customs Enforcement (ICE) ได้ประกาศว่าอาชญากรที่ลักลอบพาคนต่างชาติเข้ามาใน อเมริกา หรือคนที่ส่งยาปลอมเข้ามาขายในอเมริกา ไม่ว่าบุคคลเหล่านี้จะหลบอยู่ที่ไหนในโลก ICE ก็จะพยายามจับตัวมา ขึ้นศาล
เจ้าหน้าที่ได้กล่าวว่ายาปลอมที่ส่งเข้ามาขายในอเมริกานอกจากจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ, ละเมิดสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของบริษัทผู้ผลิตยาที่แท้จริง ยาปลอมเหล่านี้ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความ ปลอดภัยของประชากรในประเทศอีกด้วย
ในปี 2005 นายแรนดี้ได้โฆษณาทางอินเตอร์เน็ทเพื่อขายยา VIAGRA 6 CIALIS ซึ่งเป็นยาที่ช่วยคนที่มีปัญหาในการ ประกอบกิจทางเพศ
เจ้าหน้าที่ ICE ได้ติดต่ออีเมล์กับนายแรนดี้เพื่อติดต่อซื้อยาตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ส่งซื้อยาจำนวนมาก เป็นจำนวนหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ได้สืบรู้ว่านายแรนดี้ได้ส่งยาปลอมจากเมืองจีนเข้ามาที่ฮูสตัน, เท็กซัส เจ้าหน้าที่ได้ยึดยา ปลอมดังกล่าว ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า $776,000 เจ้าหน้าที่ ICE ได้ขอความร่วมมือจากตำรวจไทย หลังจากที่สืบรู้ว่านาย แรนดี้ได้หลบซ่อนตัวอยู่ที่กรุงเทพ
(คุณวราภรณ์ สงค์เมือง หรือ Waraporn Jaffa กรุณาติดต่อ จรินทรที่ 310-515-2888)
|