|
โดย..จรินทร ทานัชฌาสัย..
Dream Act ไม่ผ่านสภา
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2007 สภาคองเกรสได้ออกเสียงลงคะแนนเกี่ยวกับร่างกฎหมาย Dream Act โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะต้องมีเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง แต่ปรากฎว่าร่างกฎหมาย Dream Act โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะต้องมีเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง แต่ปรากฎว่าร่างกฎหมาย Dream Act โดยรับเสียงสนับสนุนเพียง 52 เสียงเท่านั้น จึงทำให้ร่างกฎหมาย Dream Act เป็นอันตกไป
Dream Act (The Development Relief and Education for Alien Minors Act) เป็นร่างกฎหมายที่จะให้สิทธิแก่เด็กต่างชาติที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องในอเมริกา ให้มีสิทธิเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และสามารถรับราชการทหารได้ และสามารถขอรับสถานภาพที่ถูกต้อง และสามารถขอโอสัญชาติเป็นอเมริกันได้ในที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่าเด็กเหล่านี้จะต้องเข้ามาอยู่ในอเมริกาก่อนอายุ 16 ปี และเรียนจบการศึกษาไฮสคุลในอเมริกา
ผู้สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้กล่าวว่า เด็กต่างชาติเหล่านี้ถูกพ่อแม่พามาอยู่อเมริกาตั้งแต่เล็ก เด็กเหล่านี้มิได้เลือกที่จะทำผิดกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่ควรจะถูกทำโทษเนื่องจากพ่อแม่ของตนทำผิดกฎหมาย
แต่ฝ่ายคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นก้าวแรกของกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งประชาชนอเมริกันส่วนใหญ่คัดค้านและรัฐบาลไม่ควรให้รางวัลแก่คนที่ทำผิดกฎหมาย
เมื่อ Dream Act ไม่ผ่านสภา ความฝันของเด็กต่างชาติที่อยากเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และอยู่อย่างถูกต้องก็กลายเป็นฝันสลายไป
เพิ่มโควต้าใบเขียวให้แก่นางพยาบาลจำนวน 61,000 ราย
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2007 สภาได้อนุมัติร่างกฎหมายที่จะเพิ่มโควต้าใบเขียวให้แก่นางพยาบาล และผู้บำบัดกายภาพ (Nurses&Physical Therapists) อีกเป็นจำนวน 61,000 ราย
เนื่องจากในปัจจุบันโรงพยาบาลทั่วประเทศขาดแคลนนางพยาบาลเป็นจำนวน 100,000 ถึง 200,000 คน และคาดกันว่าในปี 2020 เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ปลดเกษียณและแก่ตัวลง จำนวนนางพยาบาลจะขาดแคลนเป็นจำนวนกว่าล้านคน
นโยบายการออกใบขับขี่ให้แก่คนต่างชาติที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องของรัฐนิวยอร์ค
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2007 ผู้ปกครองรัฐนิวยอร์ค Eliot Spitzer ได้ประกาศว่ารัฐนิวยอร์คจะอนุญาตออกใบขับขี่ให้แก่ทุกคน โดยจะไม่ขอดูหมายเลขโซเชียล และหลักฐานที่ว่าตนอยู่ในอเมริกาอย่างถูกต้อง โดยให้ความเห็นว่าหน่วยงาน DMV มิใช่หน่วยงานของอิมมิเกรชั่นที่จะตรวจสอบว่าใครอยู่อย่างถูกต้องหรือไม่
ปรากฎว่าประชาชนของรัฐนิวยอร์คจำนวนมากคัดค้านไม่เห็นด้วย และได้เดินขบวนประท้วงนโยบายดังกล่าว อีกทั้งรายการข่าว Lou Dobbs ซึ่งโดยปกติจะต่อต้านและกีดกันคนต่างชาติที่อยู่อย่างไม่ถูกต้อง ได้ออกข่าวโจมตีด่าผู้ปกครองรัฐนิวยอร์ค และประนามนโยบายการออกใบขับขี่ให้แก่คนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย
ถึงแม้ว่าผู้ปกครองรัฐนิวยอร์ค ได้ถูกประนามจากผู้สื่อข่าวและประชาชนที่ไม่เห็นด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ละทิ้งความตั้งใจที่จะดันนโยบายดังกล่าวให้ออกบังคับใช้
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2007 Secretary of Homeland Security, Michael Chertoff ได้แสดงความเห็นว่าตนไม่เห็นด้วยกับนโยบายการออกใบขับขี่ให้แก่คนต่างชาติที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องของรัฐนิวยอร์ค เพราะจะมีผลเสียกระทบต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ
เนื่องจากความกดดันดังกล่าว ผู้ปกครองรัฐนิวยอร์คจึงประกาศประณีประนอมโดยแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยเริ่มตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป รัฐนิวยอร์คจะออกใบขับขี่ให้แก่คนต่างชาติที่อยู่อย่างไม่ถูกต้อง แต่จะระบุห้ามมิให้ใบขับขี่ดังกล่าว เพื่อขึ้นเครื่องบินหรือใช้เดินทางข้ามพรมแดนประเทศ
การเนรเทศแม่หม้าย หลังจากที่สามีที่เป็นอเมริกันเสียชีวิตลง
กฎหมายได้ระบุว่า ถ้าสามีที่เป็นอเมริกันซิติเซนต์เสียชีวิตลงก่อนที่อิมมิเกรชั่นจะอนุมัติใบเขียวให้แก่ภรรยา ถึงแม้ว่าความล่าช้าในกาอนุมัติใบเขียวนั้นจะเกิดจากการทำงานล่าช้าของอิมมิเกรชั่นก็ตาม จะถือว่าภรรยาหมดสิทธิ์ที่จะได้รับใบเขียวและจะถูกดำเนินการเนรเทศออกจากประเทศอเมริกา
มีกรณีของแม่หม้ายที่สามีที่เป็นซิติเซนต์และเป็นทหารไปรบที่อิรักและได้เสียชีวิตลงก่อนที่ภรรยาจะได้รับใบเขียว หลังจากที่สามีเสียชีวิตลงภรรยาก็หมดสิทธิในการขอรับใบเขียวและจะถูกดำเนินการเนรเทศต่อไป อิมมิเกรชั่นอ้างว่าจะต้องปฏิบัติตามตัวบทกฎหมายที่ระบุไว้ คือจะต้องปฏิเสธใบเขียวโดยไม่มีข้อยกเว้น
เมื่อไม่นานมานี้มีกรณี ของแม่หม้ายที่ศาลสั่งให้เธอชนะคดีและสั่งให้อิมมิเกรชั่นอนุมัติใบเขียวให้แก่เธอ แต่ปรากฎว่าอิมมิเกรชั่นได้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ เพื่อให้ศาลสูงพิจารณากลับคำตัดสินโดยอ้างถึงตัวบทกฎหมายที่ได้ระบุไว้
ในปัจจุบันจึงได้มีกลุ่มที่รณรงค์เพื่อขอให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายจากเดิม ที่ระบุว่าจะต้องปฏิเสธใบเขียวในทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้นให้แก้ไขให้มีความยืดหยุ่น โดยจะขอให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธใบเขียวเป็นแต่ละกรณีไป
สภาคองเกรสควรจะพิจารณาแก้ไขกฎหมายให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้แม่หม้ายที่สามีเสียชีวิตเพื่อสังคมหรือเพื่อ ประเทศชาติ หรือแม่หม้ายที่มีลูกที่เกิดจากสามีที่เสียชีวิต ได้มีโอกาสที่จะได้รับใบเขียวและไม่ต้องถูกเนรเทศ เช่นกรณีของแม่หม้ายที่สามีเสียชีวิตเพราะไปทำสงครามให้แก่ประเทศชาติ หรือกรณีของแม่หม้ายที่สามีเสียชีวิตเพราะกระโดดน้ำไปช่วยชีวิตเด็กวัยรุ่น 2 คน ปรากฎว่าเด็กวัยรุ่นทั้ง 2 คน รอดชีวิตแต่คนช่วยต้องเสียชีวิตลง โดยเฉพาะกรณีของแม่หม้ายที่มีลูกที่เกิดจากสามีที่เสียชีวิต การปฏิเสธใบเขียวและเนรเทศแม่หม้ายในกรณีดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิดมนุษยธรรมและควรแก้ไขกฎหมาย
|