|
โดย..จรินทร ทานัชฌาสัย..
1. ปัญหาเรื่องโควต้าขอใบเขียวจากการทำงาน
คนที่ขอใบเขียวจากการทำงานประเภทที่ 3 หรือ Skilled worker นั้น ปกติจะต้องรอโควต้าใบเขียวประมาณ 3 ปี เมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2007 รัฐบาลได้ประกาศว่าโควต้าของใบเขียวจากการทำงานทุกประเภท ยกเว้นเฉพาะประเภท ที่ไม่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถ จะถึงกำหนดหมดหรือ "Current" หมายความว่าคนที่ได้รับอนุมัติจากฝ่ายแรงงานแล้ว สามารถยื่นขอรับใบเขียวได้เลยในวันที่ 1 กรกฎาคม 2007 โดยไม่ต้องรอโควต้าอีกต่อไป
แต่ปรากฎว่าในวันที่ 2 กรกฎาคม 2007 ซึ่งเป็นวันแรกของการยื่นคำร้องเนื่องจากวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นวัน อาทิตย์ รัฐบาลได้ประกาศว่าได้ทำการเปลี่ยนแปลงโควต้าของใบเขียวจากการทำงาน ดังนั้นจะไม่มีโควต้าให้จนกว่าหลัง วันที่ 1 ตุลาคม 2007 ไปแล้ว คำร้องจำนวนมากที่ยื่นเข้าไปจะถูกส่งคืนทั้งหมด
ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยปรากฎว่ารัฐบาลสามารถเปลี่ยนแปลงไม่ให้วีซ่าหลังจากที่ได้ประกาศให้แล้ว องค์การ กฎหมายอิมมิเกรชั่นอเมริกัน American Immigration Law Foundation หรือ AILE ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไร ได้ประกาศว่าจะยื่น Class Action เพื่อฟ้อง USCIS และ State Department โดยจะเป็นตัวแทนของนายจ้างและคนงาน ต่างชาติที่ได้รับความเสียหายจากการแก้ไขโควต้าหลังจากที่ได้ประกาศให้แล้ว
2. Dream Act
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2007 ได้มีสมาชิกสภาซีเนทจำนวนหนึ่งประกาศว่าจะนำร่างเสนอ Dream Act เข้าที่ ประชุมสภาซีเนท ร่างเสนอนี้จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียงจึงจะผ่านเข้าที่ประชุมได้
ร่างเสนอ Dream Act นี้จะให้ใบเขียวและสิทธิในการขอโอนสัญชาติเป็นอเมริกันในภายหลังได้ โดยให้แก่เด็ก ที่พ่อแม่พามาอยู่ในอเมริกา โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องจบการศึกษาไฮสคูล และกำลังเรียนหนังสืออยู่หรือกำลังรับราชการทหาร และเข้ามาอยู่ในอเมริกาอย่างน้อย 5 ปี ก็คงต้องรอดูว่าร่างเสนอฉบับนี้จะผ่านสภาหรือไม่
3. คนที่มิใช่ซิติเซนต์ที่ออกเสียงเลือกตั้งจะถูกเนรเทศ
กฎหมายกำหนดว่าคนที่ออกเสียงเลือกตั้งนั้นจะต้องเป็นคนอเมริกันเท่านั้น คนต่างชาติที่ไปออกเสียงเลือกตั้ง จะถูกตัดสิทธิในการขอประโยชน์ด้านอิมมิเกรชั่น และอาจจะถูกเนรเทศอีกด้วย
กรณีที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ Zoila Meyer ได้ถูกดำเนินการเนรเทศเนื่องจากเธอได้ออกเสียงเลือกตั้ง Meyer อายุ 40 ปี มีลูกที่เกิดในอเมริกาจำนวน 4 คน เธอเกิดที่คิวบา พ่อแม่ได้พามาอยู่ในอเมริกาตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เธอมีแค่ใบเขียว ในปี 2004 เธอได้ลงสมัครเป็นซิตี้เค้าซิล (City Council) ของเมือง Adelanto และได้รับเลือกตั้ง แต่มีคนไปแจ้งอิมมิเกรชั่นว่า เธอมิใช่ซิติเซนต์ หลังจากที่ได้รับตำแหน่งเพียง 10 สัปดาห์เธอก้ได้ลาออกจากตำแหน่ง เธอได้ถูกตั้งข้อหาในคดีอาญาว่า ออกเสียงเลือกตั้งอย่างผิดกฎหมาย เธอได้ยอมรับผิด และถูกศาลสั่งปรับและทัณฑ์บน หลังจากที่เธอได้ตระหนักว่าเธอมิใช่ ซิติเซนต์แต่มีแค่ใบเขียว เธอจึงได้ยื่นเรื่องขอโอนสัญชาติ ปรากฎว่าเธอถูกปฏิเสธมิให้โอนสัญชาติและถูกดำเนินการเนรเทศ เพราะกฎหมายกำหนดว่าคนต่างชาติที่ออกเสียงเลือกตั้งถือเป็นความผิดที่จะถูกเนรเทศ คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาชั้นศาล แต่คาดหมายว่า เธอคงจะชนะคดีเนื่องจาก เธอเติบโตในอเมริกา ตลอดชีวิตของเธอ เธอคิดว่าตัวเองเป็นซิติเซนต์ เธอได้ออก เสียงเลือกตั้งโดยไม่รู้ว่าตนไม่มีสิทธิ ซึ่งไม่มีเจตนากระทำผิด
4. ศาลให้แม่หม้ายชนะคดี
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2007 ศาลได้ตัดสินให้คนต่างชาติเป็นฝ่ายชนะคดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น : เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2003 สาวจาไมก้า ได้แต่งงานกับชายอเมริกัน เธอได้เข้ามาในอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวในเดือนมีนาคม 2003 สามีของเธอได้ยื่นคำร้องขอใบเขียวให้แก่เธอ แต่ปรากฎว่า ในวันที่ 15 ตุลาคม 2003 สามีของเธอได้ประสบอุบัติเหตุและ เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน อิมมิเกรชั่นจึงปฏิเสธไม่ยอมให้ใบเขียวแก่เธอ เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่า ถ้าแต่งงานยังไม่ครบ 2 ปี จะไม่ได้สิทธิด้านอิมมิเกรชั่นในฐานะภรรยา
เธอได้ยื่นฟ้องอิมมิเกรชั่นที่ศาลดิสทรัตแห่งรัฐนิวเจอร์ซี่ เพื่อขอให้ศาลเปิดคดี และบังคับให้อิมมิเกรชั่นอนุมัติ ใบเขียวให้แก่เธอ
กฎหมายได้ระบุว่า คนที่จะจัดเป็นญาติสนิทของคนอเมริกัน Immediate Relative จะต้องเป็นสามีหรือภรรยา ของซิติเซนต์, ลูกที่อายุไม่เกิน 21 ปีของซิติเซนต์ และพ่อแม่ของซิติเซนต์ที่อายุอย่างน้อย 21 ปี ในกรณีของคู่สมรสของ ซิติเซนต์นั้นจะต้องแต่งงานอย่างน้อย 2 ปี ณ เวลาที่ซิติเซนต์เสียชีวิต และจะต้องไม่ได้แยกกันอยู่ในขณะที่ซิติเซนต์เสียชีวิต จึงจะมีสิทธิขอรับใบเขียวในฐานะญาติสนิท (Immediate Relative)
อิมมิเกรชั่นอ้างว่า เธอแต่งงานได้เพียง 8 เดือน ในขณะที่สามีของเธอได้เสียชีวิตลง เมื่อไม่ครบ 2 ปี ดังนั้นเธอ จึงไม่มีสิทธิได้รับใบเขียว
แต่เธอได้โต้แย้งว่า กฎหมายระบุว่าจะต้องแต่งงานอย่างน้อย 2 ปี ในกรณีของคนที่แต่งงานกับซิติเซนต์ แต่มิได้ยื่นเรื่องทำใบเขียวแล้วสามีเสียชีวิตลงเสียก่อน แต่ในกรณีของเธอนั้นสามีได้ยื่นคำร้องทำใบเขียวไว้ให้แก่เธอแล้ว ดังนั้นเธอจึงถือเป็น Immediate Relative และมีสิทธิได้รับใบเขียวถึงแม้ว่าสามีจะเสียชีวิตก่อนที่จะแต่งงานครบ 2 ปี
ศาลได้พิจารณาว่ากฎหมายต้องการให้สิทธิแก่พ่อหม้าย แม่หม้าย ที่แต่งงานครบ 2 ปี ในขณะที่คู่สมรสที่เป็น ซิติเซนต์ได้เสียชีวิตลง ให้สามารถยื่นขอรับใบเขียวได้ด้วยตนเองในฐานะพ่อหม้าย-แม่หม้าย
แต่สำหรับกรณีของพ่อหม้าย-แม่หม้าย ที่คู่สมรสที่เป็นซิติเซนต์ ได้ยื่นคำร้องทำใบเขียวให้แล้วนั้นจะจัดเป็น Immediate Relative ได้เลยโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขว่าจะต้องแต่งงานอย่างน้อย 2 ปี
ดังนั้นศาลจึงตัดสินให้เธอชนะคดี และสั่งให้อิมมิเกรชั่น พิจารณาอนุมัติคำร้องขอใบเขียวของเธอ
คดีนี้ถือเป็นชัยชนะของคนต่างชาติที่คู่สมรสเสียชีวิตในขณะที่ยังแต่งงานไม่ถึง 2 ปี ซึ่งในอดีตจะถูกปฏิเสธ มิให้รับใบเขียว
|