|
โดย..จรินทร ทานัชฌาสัย..
ร่างเสนอปฏิรูปอิมมิเกรชั่นที่คนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างไม่ถูกต้องจำนวน 12 ล้านคน ได้ตั้งความหวัง ให้ผ่านการอนุมัติจากสภา และออกใช้เป็นกฎหมายเพื่อตนจะได้สามารถอยู่ได้อย่างถูกต้องและสามารถเดินทางได้นั้น ได้ถูก พับตกไปแล้ว
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2007 สภาซีเนทได้ประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงกันว่าควรจะนำร่างปฏิรูปกฎหมายอิมมิ-เกรชั่น เข้าพิจารณาอีกหรือไม่ สมาชิกสภาซีเนทมีจำนวนทั้งหมด 100 คน ร่างเสนอนี้จะต้องได้รับเสียงสนับสนุน 60 เสียง แต่ปรากฎว่ามีผู้ออกเสียงสนับสนุนเพียง 46 คะแนนเสียง ทำให้ร่างปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นถูกพับตกไปด้วยคะแนนเสียง 46 ต่อ 53
คนที่อยู่อย่างผิดกฎหมายจำนวน 12 ล้านคน ก็คงต้องรอความหวังใหม่หลังการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ไปแล้ว หมายความว่าอีกอย่างน้อย 2 ปี ร่างเสนอปฏิรูปอิมมิเกรชั่นจึงอาจจะมีสิทธิถูกนำกลับเข้าที่ประชุมสภาอีก
ในปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายเร่งตรวจจับและเนรเทศคนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย คนต่างชาติที่ถูกจับและ เนรเทศมีจำนวนสูงขึ้นดังนั้นคนที่อยู่ไม่ถูกต้องควรพิจารณาทางเลือกในการขอรับใบเขียว
คนที่วีซ่าขาดหรืออยู่เกินกำหนดจะไม่มีสิทธิขอรับใบเขียว ยกเว้นเฉพาะกรณีของคนที่แต่งงานกับซิติเซนต์ หรือคนที่มีลูกที่เป็นซิติเซนต์ที่อายุเกิน 21 ปี นอกจากนั้นคนที่เคยได้รับสิทธิ 245 ( i ) คือ คนที่ญาติเคยยื่น I-130 ไว้ให้ หรือคนที่นายจ้างเคยยื่นเรื่องกับฝ่ายแรงงานไว้ให้ก่อนวันที่ 30 เมษายน 2001 สามารถยื่นขอรับใบเขียวได้
ใบเขียวจากการทำงาน
ในปัจจุบันระเบียบใหม่ของการขอใบเขียวจากการทำงานทำให้คนต่างชาติสามารถขอใบเขียวได้เร็วขึ้น
ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2007 โควต้าของใบเขียวจากการทำงานมีถึงปัจจุบัน "Current" หมายความว่าคนที่ผ่าน การอนุมติจากฝ่ายแรงงานแล้วสามารถยื่นขอรับใบเขียวได้เลยโดยไม่ต้องรอโควต้า
ดังนั้นผู้ใดที่มีสิทธิ 245 ( i ) หรือคนที่อยู่ในอเมริกาอย่างถูกต้อง เช่น ด้วยสถานภาพนักเรียน หรือสถานภาพ ทำงาน (H-1B) ควรพิจารณาทางเลือกในการขอใบเขียวจากการทำงาน
ในอดีตขบวนการในการขออนุมัติจากฝ่ายแรงงานนั้นต้องใช้เวลานานหลายปี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของฝ่าย แรงงานจะต้องพิจารณาแต่ละคดีแต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้สร้างระบบใหม่เพื่อใช้ในการอนุมัติของฝ่ายแรงงาน เรียกว่า PERM ทำให้การอนุมัติของฝ่ายแรงงานสามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์
เงื่อนไขในการขออนุมัติจากฝ่ายแรงงานคือ คนต่างชาติจะต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งงาน และนาย จ้างไม่สามารถหาคนงานอเมริกันที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าทำงานได้ โดยนายจ้างจะต้องพยายามประกาศรับสมัครหาคนเข้า ทำงานเสียก่อน หลังจากที่นายจ้างไม่สามารถหาคนเข้าทำงานแล้ว นายจ้างก็สามารถยื่นขออนุมัติการจ้างคนงานต่างชาติ จากฝ่ายแรงงาน หลังจากที่ฝ่ายแรงงานออกใบอนุมัติแล้ว นายจ้างก็สามารถยื่น I-140 เพื่อขอทำใบเขียวให้แก่คนต่างชาติ และคนต่างชาติสามารถยื่นขอรับใบเขียว I-485 ได้
ในการพิจารณาอนุมัติใบเขียวให้แก่คนต่างชาติ อิมมิเกรชั่นจะพิจารณาว่าคนต่างชาตินั้นสถานภาพขาดหรือไม่ คนที่สถานภาพขาดจะไม่มีสิทธิได้รับใบเขียว ยกเว้นเฉพาะบุคคลที่มีสิทธิ 245 ( i ) นอกจากนั้น เหตุผลประการสำคัญที่ อิมมิเกรชั่นปฏิเสธใบเขียวจากการทำงาน คือนายจ้างไม่มีกำไร หรือมีกำไรไม่เพียงพอ
กฎหมายระบุว่านายจ้างที่ยื่นขอใบเขียวให้แก่คนงานต่างชาติจะต้องมีกำไร หรือมีทรัพย์สินมากพอที่จะจ่ายค่า แรงให้แก่คนงานได้ โดยพิจารณารายได้ของนายจ้างตั้งแต่วันที่เริ่มยื่นเรื่องต่อฝ่ายแรงงานจนถึงวันที่คนงานได้รับใบเขียว ดังนั้นนายจ้างจะต้องแสดงเอกสารใบยื่นเสียภาษีที่แสดงกำไรที่มากพอ หรือแสดงหลักฐานการเงินที่พอเพียง มิฉะนั้นอิมมิ-เกรชั่นจะปฏิเสธมิให้ใบเขียวแก่คนงานต่างชาติ
ระเบียบใหม่
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2007 รัฐบาลได้ออกระเบียบใหม่สำหรับการว่าจ้างคนงานต่างชาติ โดยกำหนดว่านับ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคมเป็นต้นไป นายจ้างจะไม่สามารถขอเปลี่ยนตัวคนงานต่างชาติ
ในอดีตหลังจากที่นายจ้างได้ยื่นขออนุมัติการว่าจ้างคนงานต่างชาติจากฝ่ายแรงงานแล้ว ถ้าคนงานต่างชาติผู้นั้น เกิดตาย, เปลี่ยนใจไม่อยากอยู่อเมริกาแล้ว หรือได้งานใหม่ นายจ้างก็สามารถยื่น I-140 ให้กับคนงานต่างชาติคนใหม่ได้ (substitution)
แต่ระเบียบใหม่จะระบุว่าหลังจากวันที่ 17 กรกฎาคม 2007 เป็นต้นไป นายจ้างจะไม่สามารถขอเปลี่ยนตัว คนงานต่างชาติ ถ้านายจ้างต้องการว่าจ้างคนงานคนใหม่ ก็จะต้องยื่นขออนุมัติจากฝ่ายแรงงานใหม่
นอกจากนั้นระเบียบใหม่ยังได้ระบุว่าใบอนุมัติจากฝ่ายแรงงานจะสามารถใช้ได้เพียง 6 เดือน หมายความว่า นายจ้างจะต้องยื่น I-140 ให้แก่คนงานต่างชาติภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ที่ได้รับอนุมัติจากฝ่ายแรงงาน ในอดีตนายจ้าง สามารถใช้ใบอนุมัติจากฝ่ายแรงงานโดยไม่มีกำหนดเวลา
ผู้ใดที่กำลังพิจารณาขอใบเขียวจากการทำงานสามารถติดต่อ ทนายจรินทร ได้ที่ (310)515-2888
|