|
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ คณะกรรมการสภาซีเนทได้ตกลงให้กำหนดการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น โดยมีใจความสรุปได้ดังนี้
1. ให้ปิดกั้นและควบคุมชายแดนก่อนเป็นอันดับแรก
2. ให้จัดระบบเพื่อให้นายจ้างสามารถตรวจสอบว่าคนงานที่จะรับเข้าทำงานนั้นมีสิทธิในการทำงานหรือไม่ เรียกว่า Employment Eligibility Verification System หรือ EEVS โดยบังคับให้นายจ้างทำการตรวจสอบก่อนที่จะรับคนเข้า ทำงาน กฎหมายจะระบุบทลงโทษอย่างหนักสำหรับนายจ้างที่ฝ่าฝืนกฎ
ระบบ EEVS นี้จะช่วยให้นายจ้างสามารถตรวจสอบคนงานได้ทันที โดยดูจากรูปถ่ายและเอกสารอื่นของคนงาน หลังจากการว่าจ้างคนงานแล้วนายจ้างจะต้องป้อนข้อมูลหลักฐานตัวบุคคลและสิทธิในการทำงานของคนงานเข้าระบบ EEVS โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ถ้าระบบ EEVS ไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าคนงานนั้นมีสิทธิทำงานหรือไม่ คนงานนั้นจะต้องติดต่อกับหน่วยงานของ รัฐบาลเพื่อแสดงเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม
ถ้าระบบ EEVS สรุปว่าคนงานไม่มีสิทธิทำงาน ก็จะแจ้งให้นายจ้างทราบ และนายจ้างจะต้องยุติการจ้างงาน ยกเว้น ว่าคนงานได้ยื่นอุทธรณ์ภายในเวลา 15 วัน
ระบบ EEVS สามารถใช้ข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลขโซเชียลที่เก็บรวบรวมโดยสำนักโซเชียล เพื่อตรวจสอบว่าหมายเลข โซเชียลของคนงานนั้นถูกต้องหรือไม่
3. กำหนดโปรแกรมคนงานชั่วคราว (Temporary worker Program) โดยกำหนด Y วีซ่าขึ้น เพื่อตอบสนองความ ต้องการของธุรกิจ ในการว่าจ้างคนงานต่างชาติเข้าทำงานในตำแหน่งงานที่หาคนอเมริกันทำไม่ได้ คนที่ได้วีซ่า Y สามารถ นำสามีหรือภรรยาและลูกที่อายุไม่เกิน 21 ปี เข้ามาอยู่ในอเมริกาได้ โดยจะต้องแสดงหลักฐานการเงินหรือรายได้ที่จะสามารถ เลี้ยงดูกันได้ และระบุให้ทุกคนต้องมีประกันสุขภาพด้วย
โปรแกรมคนงานชั่วคราวนี้จะปกป้องคนงานอเมริกัน โดยกำหนดว่า นายจ้างจะต้องลงโฆษณาประกาศรับสมัครคนงาน ในอัตราเงินเดือนที่เท่ากับ หรือมากกว่าอัตราการจ้างงานในตลาดแรงงาน เมื่อหาคนอเมริกันทำไม่ได้แล้ว จึงจะสามารถ ว่าจ้างคนงานต่างชาติได้
Y วีซ่านี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
Y-1 สำหรับงานที่มิใช่ตามฤดูกาล (non-seasonal)
Y-2 สำหรับงานที่มีเฉพาะฤดูกาล (Seasonal)
- Y-2 A สำหรับงานเกษตรกรรม
- Y-2 B สำหรับงานอื่นๆ ที่มิใช่งานเกษตรกรรม
Y-3 สำหรับสามีหรือภรรยา และลูกที่อายุไม่เกิน 21 ปีของผู้ถือวีซ่า Y
Y-1 วีซ่าสามารถทำงานได้ครั้งละ 2 ปี และสามารถต่อได้อีก 2 ครั้ง ส่วน Y-1 ที่เอาครอบครัวมาอยู่ด้วยจะได้วีซ่า เพียง 2 ปี และไม่มีสิทธิขอต่อได้อีกส่วน Y-2A และ Y-2B จะได้วีซ่าเพียง 10 เดือนและไม่สามารถขอต่อได้อีก วีซ่า Y-1 จะมีโควต้าปีละ 400,000 ราย, วีซ่า Y-2A ไม่มีโควต้าคือไม่จำกัดจำนวน ส่วนวีซ่า Y-2B จะมีโควต้าปีละ 100,000 ราย สำหรับวีซ่า Y-3 ที่ให้กับสามีหรือภรรยาและลูกของผู้ถือวีซ่า Y นั้นได้กำหนดโควต้าไว้ไม่เกิน 20% ของจำนวนวีซ่า Y-1
4. สำหรับคนที่อยู่ไม่ถูกต้องในอเมริกา จะสามารถขอสถานภาพที่ถูกต้องได้ โดยจะต้องผ่านการสอบประวัติ, มีงานทำ และจ่ายค่าปรับ คนเหล่านี้จะได้รับบัตรที่แสดงข้อมูลของตนเพื่อนำไปขอรับวีซ่า Z แล้วเข้าคิวรอขอใบเขียว โดยจะต้องรอให้ คนที่รอโควต้าอยู่นั้นได้รับใบเขียวไปจนหมดเสียก่อน กฎหมายกำหนดด้วยว่าคนเหล่านี้จะต้องกลับออกไปรับใบเขียวที่ ประเทศของตน รัฐบาลได้กำหนดระบบ Merit เพื่อใช้พิจารณาการอนุมัติใบเขียวให้แก่คนที่ถือวีซ่า Z โดยกำหนดคะแนนจาก ความสามารถ (Skills) การศึกษา และปัจจัยอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอเมริกา, ความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ, ให้คะแนนเพิ่มสำหรับคนที่ได้รับการฝึกฝนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี คนที่รับเสนองานในตำแหน่งที่ใช้ ความสามารถพิเศษ หรือสาขาที่มีความต้องการงานสูง, คนที่มีนายจ้างรับรอง และคนที่มีครอบครัวอยู่ในอเมริกา
วีซ่า Z จะมีกำหนด 4 ปี และสามารถขอต่อได้ 2 ครั้ง วีซ่าแบ่งเป็น 3 ประเภท
Z-1 คนต่างชาติที่เป็นหลักหรือคนที่มีงานทำ
Z-2 สามีหรือภรรยา และพ่อหรือแม่ของคนต่างชาติที่ถือวีซ่า Z-1
Z-3 ลูกที่อายุไม่เกิน 21 ปี ของคนต่างชาติที่ถือวีซ่า Z-1
คนที่มีสิทธิได้รับวีซ่า Z จะต้องเป็นคนที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องในอเมริกาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2007
คนที่ถือวีซ่า Z จะต้องมีงานทำ และจ่ายค่าปรับ $5,000 จึงจะมีสิทธิขอรับใบเขียว ซึ่งรัฐบาลจะพิจารณาอนุมัติให้ ใบเขียวตามระบบคุณภาพ (merit-based system)
เนื่องจากมีคนที่ต่อคิวขอใบเขียวที่ยังคั่งค้างอยู่จำนวนมาก คนเหล่านี้จะได้สิทธิรับใบเขียวก่อน ซึ่งประมาณว่า 8 ปีก็คงจะเคลียร์คดีที่คั่งค้างให้หมด ดังนั้นคนที่ถือวีซ่า Z จะได้รับใบเขียวอย่างเร็วที่สุดก็คืออีก 8 ปีข้างหน้า
ส่วนคนที่อายุต่ำกว่า 30 ปีที่พ่อแม่พามาอยู่อเมริกาตั้งแต่เด็กจะสามารถได้สิทธิพิเศษคือรับใบเขียวได้ภายในเวลา เพียง 3 ปี
5. การยกเลิกใบเขียวสำหรับญาติพี่น้องระดับ 1, 2B, 3 และ 4 กฎหมายใหม่จะยกเลิกการขอใบเขียวให้แก่ญาติดัง ต่อไปนี้
1. ลูกที่เป็นโสดและอายุเกิน 21 ปีของซิติเซนต์
2. ลูกที่เป็นโสดและอายุเกิน 21 ปีของผู้ถือใบเขียว
3. ลูกที่แต่งงานแล้วของซิติเซนต์
4. พี่น้องของซิติเซนต์
สำหรับคนที่ยื่นคำร้องไว้ก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2005 จะสามารถรับใบเขียวได้ตามกฎหมายเดิม
สามี-ภรรยา และลูกที่อายุไม่เกิน 21 ปีของซิติเซนต์ ยังคงมีสิทธิขอรับใบเขียวได้เหมือนเดิม โดยไม่ต้องรอโควต้า
ส่วนพ่อแม่ ของซิติเซนต์ซึ่งแต่เดิมไม่มีโควต้านั้น กฎหมายใหม่จะกำหนดโควต้าให้ปีละเพียง 40,000 ราย
สำหรับสามี-ภรรยาและลูกที่อายุไม่เกิน 21 ปี ของผู้ถือใบเขียวจะกำหนดโควต้าให้จำนวน 87,000 รายต่อปี
คนที่อยู่ไม่ถูกต้องสามารถเตรียมตัวโดยจัดเตรียมเอกสารส่วนตัว เช่น ใบเกิด, พาสปอร์ต ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบแต่งงาน ใบหย่า ใบเสียภาษี และหลักฐานที่แสดงว่าตนอยู่ในอเมริกาก่อนวันที่ 1 ม.ค. 07 นอกจากนั้นคนต่างชาติควรมี งานทำ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ส่วนคนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษก็ควรเริ่มเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาคองเกรส และเซนต์โดยประธานาธิบดี ก็จะสามารถออกบังคับใช้ คนที่อยู่อย่างผิด กฎหมายก็จะมีโอกาสอยู่ได้อย่างถูกต้อง โดยมิต้องคอยหวาดระแวงอีกต่อไป
ทนายความจรินทร ยินดีให้คำปรึกษาด้านอิมเกรชั่นแก่คนไทยทุกคน สามารถโทรติดต่อได้ที่ 310-515-2888
|